กฎหมายมีปัญหา ปรึกษาอัยการ สายด่วน 1157 หรือ เว็บบอร์ดทางกฎหมาย คลิก

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนท่าลี่วิทยา อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ตำบลหลวงเหนือ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ ตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนวัดวังน้ำขาว อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2568

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนกำแพงวิทยา ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2568

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568

ตัวอย่างในการเข้าใช้งาน อัยการช่วยได้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 – 12.00 น. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และนางมินตรา รัตนนาคินทร์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ประชุมขอหารือแนวทางการดำเนินการตามบันทุกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ใช้แรงงาน ระหว่าง สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด กับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ณ ห้องประชุม 701 S3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันพุธที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น. นายจำนอง ปานทอง ผู้ตรวจการอัยการ และคณะ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ รับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมี นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และนางมินตรา รัตนนาคินทร์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรในสำนักงาน ต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุม 701 S3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ การติดตามผลการปฏิบัติราชการครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการบริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดรวมถึงเปิดโอกาศให้บุคลากรได้แสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาองค์กร และข้อขัดข้องในการปฏิบัติราชการและหาแนวทางแก้ไข ปัญหาในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 13.30 – 16.30 น. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากร ในสำนักงาน ได้ร่วมประชุมการขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังค่านิยมในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลไม่รับของขวัญหรือของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเสริมสร้างค่านิยมประหยัดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานประกาศเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) และขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่เข้มแข็งในการต่อต้านการทุจริต ทุกรูปแบบ และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 11.30 น. โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และนางมินตรา รัตนนาคินทร์  รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรในสำนักงานเข้าร่วมประชุม กทอ. ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 701 S3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และรับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นของสำนักงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (ส่วนกลาง) และหาแนวทางแก้ไข ปัญหาในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

วันนี้ (10 กันยายน 2568) เวลา 10.30 น. นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่คนไทยในต่างประเทศ ระหว่างสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด กับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายณัฐพล ขันธหิรัญ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

 นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ได้มีโอกาสหารือกับเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในคราวที่เดินทางไปราชการ ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่คนไทยในสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยสำนักงานอัยการสูงสุดมีความมุ่งมั่นในการคุ้มครองและการดูแลสิทธิไม่เพียงเฉพาะแต่ของคนไทยในประเทศ แต่รวมไปถึงคนไทยในต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรมและความช่วยเหลือทางกฎหมาย สามารถดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพในต่างแดน ตลอดจนเพื่อให้คนไทยกลุ่มดังกล่าวสามารถมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนไทยในต่างแดน ต่อมาเมื่อได้ขึ้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด จึงได้จัดตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศขึ้น เพื่อศึกษาและดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่คนไทยในต่างประเทศ ระหว่างสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคุ้มครองสิทธิของประชาชน  กับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลผลประโยชน์และให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ  เพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงานให้การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่คนไทยในต่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมหลากหลายมิติ ซึ่งการทำงานเชิงรุกและการประสานงานอย่างใกล้ชิดจะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงความช่วยเหลือ ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกลไกการคุ้มครองสิทธิของรัฐไทย อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและส่งเสริมศักดิ์ศรีของคนไทยในต่างประเทศ

ด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน กล่าวถึงรายละเอียดของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ว่า สำนักงานอัยการสูงสุด และกรมการกงสุล จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานทั้งสอง ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทยแก่คนไทยในต่างประเทศ หรือคนไทยที่มีนิติสัมพันธ์กับคนต่างประเทศ โดยดำเนินการจัดทำโครงการบรรยายความรู้ด้านกฎหมายร่วมกับกรมการกงสุลในรูปแบบต่างๆ ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในการส่งต่อเรื่องขอรับความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองดูแลรักษาผลประโยชน์ และช่วยเหลือคนสัญชาติไทยและนิติบุคคลสัญชาติไทยในต่างประเทศ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ โดยหาแนวทางร่วมกันในการลดขั้นตอนอันเป็นภาระสำหรับประชาชน ทั้งนี้ นอกจากพนักงานอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน แล้วยังมีพนักงานอัยการของสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานคดีแรงงาน และสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ร่วมกันเป็นคณะทำงานตามบัญชาของอัยการสูงสุดอีกด้วย

 ขณะที่นายณัฐพล ขันธหิรัญ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโลกยุคปัจจุบันที่คนไทยจำนวนมากเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งเพื่อการทำงาน ท่องเที่ยว ศึกษาเล่าเรียน หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม การดูแลและคุ้มครองสิทธิของคนไทยในต่างแดนให้ได้รับความเป็นธรรมตามหลักกฎหมายถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศ ในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อให้การช่วยเหลือทางกฎหมายแก่คนไทยในต่างประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับหลักนิติธรรม เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก โดยกรมการกงสุล พร้อมที่จะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงนี้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์ของประชาชนไทยโดยรวม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินงานร่วมกันในหลายมิติที่จะตามมาในอนาคต และสามารถยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง


สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงาน สคชจ. และสคชจ.(สาขา) ตามแผนการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

วันนี้ (1 กันยายน 2568) เวลา 08.30 น.นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการปฏิบัติงาน สคชจ. และสคชจ.(สาขา) ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมีอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนอธิบดีอัยการภาค อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายภาค อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ปฏิบัติหน้าที่ผู้กลั่นกรองงาน) ใน สคชจ. และ สคชจ.สาขา รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขา ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการภาค ผู้อำนวยการหรือรักษาการในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สคชจ. นิติกร สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายภาค และข้าราชการธุรการใน สคชจ.และสคชจ.สาขา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 701/s3 ชั้น 7 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และระบบ Zoom meeting

รองอัยการสูงสุดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ดังกล่าว สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจติดตาม เร่งรัดการปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการ กิจกรรม ตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568โดย สคชจ. ได้มีการนำเสนอผลงานตามแผนงาน โครงการ กิจกรรม ตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ทุกแผนงาน โครงการ กิจกรรม และตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี ทรัพยากรบุคคล เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่และงบประมาณที่ใช้ดำเนินงาน ผลการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ รวมถึงเพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมทั้งข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้มีผลการดำเนินงานเป็นไปตามตัวชี้วัดที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด และเป็นการ
เปิดโอกาสให้แต่ละสำนักงานได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานเพื่อพัฒนากระบวนการทำงานให้เกิดผลสำเร็จตามตัวชี้วัดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีกำหนดจัดการประชุมจำนวน 9 ครั้ง และถ่ายทอดสัญญาณไปยังสำนักงานอัยการภาค 1-9 ตามช่วงเวลาที่กำหนดของแต่ละภาค ระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายน 2568


สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการธุรการปฏิบัติงาน สคช. สคชจ. และ สคชจ.สาขา” พ.ศ. 2568

วันนี้ (19 สิงหาคม 2568) เวลา 13.00 น. นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการธุรการปฏิบัติงาน สคช. สคชจ. และ สคชจ.สาขา” พ.ศ. 2568 ซึ่งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจัดขึ้น ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting) โดยถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุม 702 ชั้น 7 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า งานด้านคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นงานบริการที่สร้างชื่อเสียงให้สำนักงานอัยการสูงสุด การฝึกอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรที่เป็นข้าราชการธุรการผู้ปฏิบัติงาน ในสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (สคชจ.) และ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด สาขา (สคชจ.สาขา) ที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานของพนักงานอัยการ ให้ข้าราชการธุรการ ผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือสนับสนุนงานตามภารกิจดังกล่าวได้เข้าใจถึงบทบาทภารกิจงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน  ซึ่งได้นำความรู้ความเข้าใจ และทักษะที่ได้จากการอบรมไปใช้การทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป

ด้าน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน กล่าวว่า สคช. สคชจ. และ สคชจ.สาขา มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน ให้คำปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน การช่วยเหลือด้านอรรถคดี การคุ้มครองสิทธิทางศาล การคุ้มครองผู้บริโภค การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การพิจารณาสำนวนทูลเกล้าถวายฎีกา และการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานอัยการสูงสุด การปฏิบัติตามนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ถึงภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ เป็นข้าราชการธุรการในตำแหน่งข้าราชการธุรการปฏิบัติงาน ใน สคช. สคชจ. และ สคชจ.สาขา จำนวน 188 คน โดยจัดอบรมในระหว่างวันที่ 19 – 22 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meetings) ซึ่งบุคลากรดังกล่าวจะเป็นกำลังสำคัญในบทบาทภารกิจงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ทั้งในภารกิจงานหลักและงานสนับสนุนต่างๆ การใช้งานสารบบคอมพิวเตอร์ สคช. “อัยการช่วยได้” เพื่อช่วยสนับสนุนงานการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและองค์กรอัยการต่อไป


ที่ห้องประชุม ทำเนียบองคมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิ หรือองค์กร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรี กำกับดูแลเข้าร่วมประชุม อาทิ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิพระดาบส และมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์

มีวาระการประชุม อาทิ หลักการและเหตุผลในการดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน, คำสั่งประธานองคมนตรี ที่ 2/2568 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการสืบสานพระราชปณิธาน และคณะทำงานโครงการสืบสานพระราชปณิธาน, การดำเนินโครงการในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา, แนวทางการดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน, การประสานเรื่องคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และการติดตามผลการเรียนของนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทาน

การดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ถึง เดือนพฤษภาคม 2568 ได้ให้ความช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลไปแล้ว 18 ครั้ง ในพื้นที่ 17 จังหวัดทั่วประเทศ


เมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 09.00 – 16.30 น. นางอุบลวรรณ ทั่งทองแท้ ผู้ตรวจการอัยการ และคณะ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ รับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมี นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายนริศ ชำนาญชานันท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และนายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรในสำนักงาน ต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุม 701 S3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ การติดตามผลการปฏิบัติราชการครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการบริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดรวมถึงเปิดโอกาศให้บุคลากรได้แสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาองค์กร และข้อขัดข้องในการปฏิบัติราชการและหาแนวทางแก้ไข ปัญหาในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป


เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากร ในสำนักงาน ได้ร่วมประชุมการขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังค่านิยมในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลไม่รับของขวัญหรือของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเสริมสร้างค่านิยมประหยัดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานประกาศเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) และขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ทั้งนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่เข้มแข็งในการต่อต้านการทุจริต ทุกรูปแบบ และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่


เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคม 2568 เวลา 09.00 – 11.30 น. โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายนริศ ชำนาญชานันท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และนายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรในสำนักงานเข้าร่วมประชุม กทอ. ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุม 701 S3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และรับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นของสำนักงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (ส่วนกลาง) และหาแนวทางแก้ไข ปัญหาในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป


เมื่อวันพุธที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและพนักงานราชการ ในสำนักงาน ได้ร่วมประชุมการขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมได้ร่วมถ่ายภาพกิจกรรม “งดรับ งดให้” (No Gift Policy) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังค่านิยมในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลไม่รับของขวัญหรือของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเสริมสร้างค่านิยมประหยัดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานประกาศเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) และขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ทั้งนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่เข้มแข็งในการต่อต้านการทุจริต ทุกรูปแบบ และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จึงได้จัดกิจกรรม “งดรับ งดให้” (No Gift Policy) ดังกล่าว ภายใต้สโลแกนว่า “ไม่รับของขวัญ สคช. ทำด้วยใจ ใช่แค่ทำท่า”

“ไม่รับของขวัญ สคช. ทำด้วยใจ ใช่แค่ทำท่า”

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565 นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และ นายวิษณุ หาญนัทธี รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าประชุมผู้บริหาร สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ณ ห้องประชุม 701 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยนางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค มอบนโยบายในการปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหาและข้อเห็นของสำนักงานต่างๆในสังกัดสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

ตาม ว 11 เรื่องรายงานผลการดำเนินการตามโครงการการประกวดคลิปวิดีโอเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายภาค 2 นั้น สำน้กงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ได้อัพโหลดไฟล์คลิปวิดีโอเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายภาค 2 ให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน รวมทั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขา นำไปประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนตามพันธกิจด้านการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนของสำนักงานอัยการสูงสุด ต่อไป

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุด ได้พัฒนาระบบงาน สคช. โดยสร้าง แอปพลิเคชัน ชื่อ “อัยการช่วยได้” หรือ OAG LAWAID  ขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไป สามารถยื่นคำร้องขอคำปรีกษาหารือปัญหากฎหมาย และ ยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ ผ่านอแอปพลิเคชันดังกล่าวได้โดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานอัยการ  สามารถดาวน์โหลดได้ทุกระบบของมือถือ เพียงลงทะเบียนด้วยชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ก็สามารถเข้าใช้งานขอคำปรึกษาได้เลย ในระบบจะให้ผู้ขอคำปรึกษาสามารถเลือกสำนักงานอัยการที่ต้องการจะปรึกษาได้ด้วย เมื่อส่งคำปรึกษาไปแล้ว เจ้าหน้าที่ พนักงานอัยการในสำนักงานนั้นก็จะให้คำปรึกษาแจ้งกลับมาให้ผู้ร้องทราบ หรืออาจนัดหมายวัน เวลาไปพบพนักงานอัยการเพื่อสอบข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ ซึ่งวัน เวลานัดหมายก็จะส่งกลับมาที่มือถือของผู้ร้องให้ทราบ ในระบบสามารถถ่ายภาพเอกสารแล้วส่งไฟล์ภาพเอกสาร ภาพถ่าย ไปให้พนักงานอัยการดูก่อนได้ด้วย โหลดมาใช้งานกันนะครับ อีกหนึ่งบริการของสำนักงานอัยการสูงสุดในการบริการประชาชนเพื่อให้พนักงานอัยการนั้นสามารถ “เป็นที่พึ่งด้านกฎหมายของรัฐและประชาชน” อัยการช่วยได้ ให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (กดชมวีดีโอ การสมัครใช้งาน แอปพลิเคชั่น อัยการช่วยได้ ตรงตัวอักษรสีฟ้านี้ได้) https://www.facebook.com/100004528058667/posts/2164264253734489/?d=n

เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติความเป็นมา

            เนื่องจากสภาพปัญหามากมายหลายสาเหตุด้วยกัน ที่มีส่วนทำให้เกิดความเดือนร้อนแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีฐานะยากจน หรือที่อยู่ในชนบทห่างไกล อาทิเช่น การถูกเอารัดเอาเปรียบในด้านเศรษฐกิจปัญหาการแย่งที่ดินทำกินการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับราษฎรในการใช้อำนาจรัฐอันไม่เป็นธรรม ฯลฯ สาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนที่ถูกกระทำ ต้องสูญเสียสิทธิเสรีภาพและทรัพย์สินไป ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือการแก้แค้น ประทุษร้ายต่อร่างกาย
และชีวิตซึ่งกันและกัน การก่ออาชญากรรม ที่ทำให้สังคมอยู่กันอย่างหวาดผวา ไม่มีความผาสุก และเมื่อเกิดขึ้นมาก ๆ ก็จะมีผลกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศได้ ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าว จากการศึกษาวิจัยก็ได้พบว่า มูลเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ ความไม่รู้กฎหมาย ที่ทำให้คนส่วนหนึ่งมีการกระทำที่ละเมิด ต่อกฎเกณฑ์ที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ในขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งก็ไม่มีความรู้ ที่จะใช้กฎหมาย ในการปกป้องและพิทักษ์สิทธิหรือผลประโยชน์ของตน เมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้น ก็ทำให้รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวน
ไม่น้อยในแต่ละปีเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็ว
            อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการแก้ไขปัญหาสังคม โดยวิธีการปราบปรามแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่วิถีทางที่ได้ผลอย่างแท้จริง วิธีการที่ดีที่ควรทำควบคู่กันไปก็คือ การส่งเสริมประชาชนให้มีความรู้ในสิทธิและหน้าที่ของตนตามกฎหมายจะทำให้เกิดความสัมฤทธิ์ผลในการลดปัญหาพิพาทขัดแย้งได้ในปริมาณที่มากกว่า ดังนั้นจากแนวความคิดดังกล่าวได้นำมาสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจังในยุครัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งได้มีการจัดตั้งโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ชนบทในเขตยากจนขึ้นอันเป็นโครงการหนึ่งในแผนงานบริการขั้นพื้นฐานของแผนพัฒนาชนบทยากจนแล้วบรรจุโครงการนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) โดยในชั้นแรกได้มอบหมาย ให้สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ปฏิบัติ
             สำนักนโยบายและแผนมหาดไทยได้ดำเนินงานไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 เห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการและระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินให้โอนโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนชนบทในเขตยากจนให้สำนักงานอัยการสูงสุด (กรมอัยการในขณะนั้น) เป็นผู้ดำเนินการสืบต่อมา ก่อนหน้าที่จะได้รับโอนงานมานั้น กรมอัยการได้มีการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนตามที่กฎหมาย กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการอยู่แล้วโดยกรมอัยการได้มีคำสั่งที่ 174/2525 ลงวันที่ 15 กันยายน 2525 จัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน (สคช.) ขึ้นโดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายใน ซึ่งเมื่อสำนักนโยบายและแผนมหาดไทยได้ส่งมอบงานตามโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ ประชาชนให้กรมอัยการทั้งหมด ในวันที่ 1 มิถุนายน 2527 กรมอัยการก็ได้มอบหมายงานตามโครงการฯ ให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนดำเนินงานมาตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา
             สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน ดำเนินงานให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชนชนบทในเขตยากจน ปรากฏว่าเกิดผลดีมาเป็นลำดับ ดังนั้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2527 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้โอนงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เกษตรกรและ ผู้ยากจน ที่สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรีดำเนินการอยู่ มาให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนดำเนินงาน ต่อไปด้วย ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ . 2527 เป็นต้นมา สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (กรมอัยการในขณะนั้น) จึงเป็นหน่วยงานเดียวของรัฐ ที่ปฏิบัติงานทางด้านคุ้มครองสิทธิ และ ช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาตราบจนปัจจุบัน   ต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2531 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 122 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2531 แบ่งส่วนราชการในกรมอัยการเพิ่มขึ้น คือ กองคดีเด็กและเยาวชน กองคดีภาษีอากร กองคดีศาลแขวง กองคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร และ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้กำหนดให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนราชการระดับกอง ตามกฎหมายของกรมอัยการ และเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน” ตามคำสั่งกรมอัยการที่ 199/2531 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2531
            สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือเมื่อมีกรณีอันสมควรเข้าคุ้มครองป้องกันสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนในประการอื่นที่กฎหมายให้มีอำนาจดำเนินการได้ตลอดจนดำเนินงานให้บริการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชนผู้ยากไร้และประชาชนในชนบทรวมทั้งดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แบ่งออกเป็น 3 กอง คือ”
1) กองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
2) กองช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
3) กองแผนและติดตามประเมินผล
            ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 เป็นต้นไป
ปัจจุบันนี้ ตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549
ข้อ 15 (24) กำหนดให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ทางด้านสิทธิมนุษยชน และความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอรรถคดี การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชน ศึกษาวิจัย และพัฒนาระบบ รูปแบบ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการดังกล่าว

ผลการปฏิบัติงาน
            สคช. ได้รับการคัดเลือกและยกย่องให้เป็นหน่วยงานดีเด่นระดับชาติ สาขาพัฒนาสังคม พ.ศ. 2529 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและในต่างจังหวัด ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2535 อนุมัติให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีกติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (พ.ศ. 2509) และจากเหตุผลดังกล่าวได้มี การจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนระดับชาติขึ้น โดนมีนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นแกน กลางในการจัดตั้งองค์กรทางด้านสิทธิมนุษยชน

โครงสร้างของ สคช.
            สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนสังกัดอยู่ ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ดังนี้

ส่วนกลาง ประกอบด้วย
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (ส่วนกลาง)
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1 (รัชดาภิเษก)
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 2 (หลักเมือง)
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 3 (ธนบุรี)
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย 4 (มีนบุรี)

ส่วนภูมิภาค
            เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับการบริการทางกฎหมาย จากพนักงานอัยการโดยเสมอภาค และทั่วถึงกัน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่ง ให้จัดตั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคดี จังหวัด (สคชจ.) ขึ้น โดยมีหน้าที่สำคัญคือ เผยแพร่และฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย และให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายแก่ประชาชน จัดหาทนายความช่วยเหลือในทางอรรถคดี แก่ประชาชนผู้ยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนงานการประนอมข้อพิพาท งานคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ เช่น การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก ฯลฯ

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ในส่วนภูมิภาคประกอบด้วย

–  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย ภาค 1- 9 จำนวน 9 แห่ง
–  สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (สคชจ.) ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัด จำนวน 76 แห่ง
–  สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด ประจำจังหวัดสาขา (สคชจ. สาขา) ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัดประจำอำเภอ จำนวน 34 แห่ง

วิสัยทัศน์

“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประเทศ”


พันธกิจ

1.อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
2.รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
3.รับรู้ ดูแล แก้ไขปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
4.พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ

ค่านิยม PUBLIC

P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
U :Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
B :Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
L :Lawfulnessรักษากฎหมายด้วยเหตุผล
I : Integrity  ประพฤติซื่อสัตย์และโปร่งใส
C :Collaborationร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย


ทำเนียบ อธิบดีอัยการ
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.)

1.นายจักรวาลกาญธีรานนท์พ.ศ. 2539 – พ.ศ. 2541
2.นายสมบัติวิสุทธิมรรคพ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2543
3.นายกุลพลพลวันพ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547
4.นายวันชัยสร้อยทองพ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2548
5.นายนพดลวิลาวรรณพ.ศ. 2548 – พ.ศ. 2549
6.นายวิชช์จีระแพทย์พ.ศ. 2549 – พ.ศ. 2552
7.นายนันทศักดิ์พูลสุขพ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2554
8.นางสมสุขมีวุฒิสมพ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2558
9.นายศักดิ์ชัยอัศวินอานันท์พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2560
10.นางลัดดาวัลย์สินธุรักษ์พ.ศ. 2560 – พ.ศ. 2562
11.นายพัฒนาอิศรางกูร ณ อยุธยาพ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2563
12.นายชัยพรเกริกกุลธรพ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2565
13.นางกอร์ปกุลวินิจนัยภาคพ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2566
14.นายโกศลวัฒน์อินทุจันทร์ยงพ.ศ. 2566 – ปัจจุบัน

ข้าราชการอัยการ

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธ

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 2

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 3

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 4

ทนายความอาสา และ ทนายความอาสาอาวุโส

          สำนักงานคุ้มครองสิทธิ และ ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิ และ ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ทั้งในส่วนกลางและในต่างจังหวัดทั่วประเทศทุกจังหวัดเพื่อสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมสามารถเข้าถึงประชาชนทุกระดับรากหญ้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 และปฏิบัติงานได้ผลดียิ่งจนได้รับรางวัลเป็นหน่วยงานดีเด่นระดับชาติสาขาพัฒนาสังคมจากคณะกรรมการส่งเสริมเอกลักษณ์แห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2529

           การช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ประกอบด้วยพนักงานอัยการ นิติกร และทนายความอาสาที่มีความรู้ความชำนาญในทางกฎหมายอย่างสูงทั่วประเทศสามารถใ้ความช่วยเหลือได้ถูกต้องตามกฎหมายเข้าถึงได้โดยง่ายและไม่คิดค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นในการช่วยเหลือทางกฎหมายดังกล่าว สำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดให้มีทนายความอาสาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดีแพ่งซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และ ระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด

            ส่วนในการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน นอกจากพนักงานอัยการจะดำเนินการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนตามปกติแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดยังได้จัดให้มีอาสาสมัคร สคช. ขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด ในการแก้ปัญหาของประชาชน โดยมีรายละเอียดดังนี้ การช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ยากไร้ ทั้งนี้ เป็น ไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 242 ซึ่งบัญญัติว่า มาตรา 242 ผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญาย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐด้วยการจัดหาทนายความ ให้ตามที่กฎหมายบัญญัติในกรณีที่ผู้ถูกควบคุม หรือคุมขังไม่อาจหาทนายความได้ รัฐต้องให้ความช่วยเหลือโดยจัดหาทนายความให้โดยเร็วในคดีแพ่งบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

อำนาจ และ หน้าที่ของทนายความอาสา และ ทนายความอาสาอาวุโส (ตามระเบียบกรมอัยการว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. 2533)

             ข้อ 4“ทนายความอาสา” หมายถึง ทนายความตาม พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 ซึ่งได้อาสาสมัคร เป็น ผู้ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และ กรมอัยการ หรือ สคช.จังหวัดได้ลงทะเบียนรับไว้ เป็น ทนายความอาสา
( ตามระเบียบกรมอัยการว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ.2533 ข้อ 4 )
“ทนายความอาสาอาวุโส” หมายถึง บุคคลซึ่งได้อาสาสมัคร เป็น ผู้ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และ สำนักงานอัยการสูงสุด หรือ สคช.จังหวัดได้ลงทะเบียนรับไว้ เป็น ทนายความอาสาอาวุโส”

( ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 ข้อ 4
ข้อ 11. การให้บริการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ได้แก่การให้คำปรึกษาหารือทางกฎหมาย การให้ความช่วยเหลือในการจัดทำนิติกรรมสัญญา การให้ความช่วยเหลือในการประนอมข้อพิพาท และ การให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดี เช่น การรับว่าต่าง การรับแก้ต่าง และ การยื่นคำร้องในคดีแพ่ง คดีอาญา คดีแรงงาน และ อื่น ๆ ซึ่งการให้บริการดังกล่าว เป็น การบริการโดยไม่คิดค่าตอบแทน หรือ ค่าธรรมเนียมใด ๆ โดยให้อยู่ภายใต้ระเบียบนี้
งานในหน้าที่ตามกฎหมายของพนักงานอัยการซึ่งพนักงานอัยการเป็นคู่ความให้พนักงานอัยการเบิกจ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินคดีจากเงินงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุดให้แก่ ผู้ขอความช่วยเหลือซึ่งยากจน
วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการดำเนินคดีให้นำระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งของพนักงานอัยการ พ.ศ.2538 มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
( ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547 ข้อ 11 )

             ข้อ 30. การให้ความช่วยเหลือในทางอรรถคดี ให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือในกรณีต่อไปนี้
(1) ในทางคดีอาญาให้พิจารณารับว่าต่าง แก้ต่างได้เฉพาะคดีที่เป็นความผิดอันยอมความได้ และ ผู้เสียหาย หรือ ผู้ขอความช่วยเหลือยังมิได้ร้องทุกข์ หรือมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และถ้าผู้ขอความช่วยเหลือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีที่จะมาขอความช่วยเหลือจะต้องปรากฏว่าผู้ขอไม่เป็นผู้ต้องหาหรือ จำเลยในคดีที่พนักงานอัยการ เป็นผู้สั่งคดี หรือเป็นโจทก์ และต้องปรากฏว่าผู้ขอความช่วยเหลือเป็นผู้ยากจนประกอบกับมีหลักฐานเพียงพอว่าผู้ขอไม่ได้รับความ เป็น ธรรม สมควรได้รับความช่วยเหลือ

             (2) ในทางคดีแพ่ง และ อื่น ๆ ให้พิจารณารับว่าต่าง แก้ต่าง ให้เฉพาะผู้ยากจนซึ่งได้รับความเดือดร้อน หรือ เสียหาย เนื่องจากไม่ได้รับความ เป็น ธรรม หรือ เป็น คดีมีเหตุผลอันสมควรให้ความช่วยเหลือ
ข้อ 31. การให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดี ถ้า เป็น เรื่อง หรือ คดีที่รับจากสำนักงานกลางช่วยเหลือการเกษตรกร และ ผู้ยากจนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้หัวหน้าพนักงานอัยการจ่ายสำนวนให้แก่ทนายความอาวุโสดำเนินการ โดยจะให้ทนายความอาสาร่วมดำเนินการด้วยก็ได้ กรณีอื่น ๆ ให้พิจารณาจ่ายสำนวนแก่ทนายความอาวุโส หรือ ทนายความอาสาตามความเหมาะสม และ ตามความยากง่ายของรูปคดี
(ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. 2533 ข้อ 30-31)
การช่วยเหลือทางกฎหมายนี้ เป็น การบริการโดยไม่คิดมูลค่าจากประชาชนผู้ยากไร้ที่มาขอรับการช่วยเหลือ ถือ เป็น สวัสดิการสังคมอย่างหนึ่งที่รัฐให้กับประชาชน และ ให้บริการทั่วประเทศโดยมีทนายความอาสาประจำอยู่ทั้งในส่วนกลาง และ ในส่วนภูมิภาค

อาสาสมัคร สคช.

             ด้วยสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และ ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เล็งเห็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญในการดำเนินงานคือ ผู้นำชุมชนที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะ เป็น สื่อกลางนำพาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย และ เพื่อให้เข้ามามีบทบาทช่วยประนอมข้อพิพาท และ มีส่วนร่วมในกิจกรรมการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยทำหน้าที่ เป็น คนกลาง หรือ ผู้ชี้นำระหว่างประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนทางกฎหมาย ถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยเหตุอันไม่ เป็น ธรรมให้ได้รับความช่วยเหลือมาขอให้บริการจากสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และ ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ดังนั้น สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการฝึกอบรมอาสาสมัคร สคช. กรุงเทพมหานคร และ ต่างจังหวัดทั่วประเทศขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนหมู่บ้าน ชุมชนตรอก/ซอย และชุมชนเมือง ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบราชการด้วยการ เป็น ผู้ช่วยประนอมข้อพิพาท และเป็นสื่อกลางทำหน้าที่อาสาสมัคร สคช.
  2. เพื่อให้อาสาสมัคร สคช. ทำหน้าที่เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายของ สคช. สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบทั่วกัน
  3. เพื่อให้อาสาสมัคร สคช. ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนถูกเอารัดเอาเปรียบทางกฎหมาย ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม หรือประชาชนผู้ยากจนไม่มีเงินจ้างทนายความว่าต่างแก้ต่างอรรถคดี ให้มาขอความช่วยเหลือจากสำนักงานอัยการสูงสุดอันเป็นหน่วยงานภาคี

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ทำให้ทราบปัญหาอุปสรรคของภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่จากอาสาสมัคร สคช. ที่มีผลกระทบต่องาน สคช.
  2. ทำให้เกิดผลดีต่อปริมาณงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในงานช่วยเหลือทางอรรถคดี งานให้คำปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย และงานประนอมข้อพิิพาท จากการเป็นสื่อกลางชี้แนะ หรือนำพาของอาสาสมัคร สคช. ได้ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนทางกฎหมาย ให้มาขอรับความช่วยเหลือจาก สคช. ต่อไป
  3. อาสาสมัคร สคช. ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้มีความรู้ และทักษะที่จำเป็น และสามารถนำองค์ความรู้ทางกฎหมายที่ได้รับไปปรับใช้ในการประนอมข้อพิพากในชุมชน ซึ่งส่งผลดีต่อความสงบสุขในสังคม และสามารถลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลอันเป็นภาระที่หนักยิ่งของรัฐบาลอยู่ในขณะนี้

ภาพกิจกรรม โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนท่าลี่วิทยา อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย โดยมี นายโชคชัย ทิฐิกัจจธรรม รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี


โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ ตำบลหลวงเหนือ อำเภองาว จังหวัดลำปาง

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอคลองท่อม จังหวัดลำปาง จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภองาว จังหวัดลำปาง โดยมี นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี


โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ ตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ โดยมี นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี


โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนวัดวังน้ำขาว อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท โดยมี นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนกำแพงวิทยา ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอละงู จังหวัดสตูล จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมี นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนบ้านหลวง ตำบลป่าคาหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ในวันพุธที่ 29 มกราคม 2568

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน โดยมี นายโชคชัย สินศุภรัตน์  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนร่มเกล้าปางตองในโครงการตามพระราชดำริ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2567

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  อัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนบ้านม่วงค่อม ตำบลม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ในวันพุธที่ 25 กันยายน 257

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนบ้านกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหารในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2567

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียอานันท์ ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2567

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียกุงแก้ววิทยาคาร อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ในวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียพิไกรวิทยา ตำบลคลองพิไกร อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ในวันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2567

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนบ้านโนนหนองบัว อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ในวันศุกร์ที่ 10 พศฤจิกายน 2566

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ  รองอัยการสุงสุด นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.)โรงเรียนบ้านเทอดไทย ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในวันศุกร์ที่ 15กันยายน2566

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมี นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสุงสุด นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภา อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนคุรุชนพัฒนา ตำบลเปาะเส้ง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2566

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสุงสุด นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภา อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนห้วยขาแข้งวิทยาคม ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสุงสุด นายสมเกียรติ  คุววัฒนานนท์  อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง รักษาการในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภา อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนบ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2566

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสุงสุด นายอำนาจ  เจตน์เจริญรักษ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ รักษาการในตำแหน่ง รองอัยการสูงสุด นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภา อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนทุ่งช้าง ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน  ในวันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2566

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่านจำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดน่าน โดยมี นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสุงสุด นายอำนาจ   เจตน์เจริญรักษ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ รักษาการในตำแหน่ง รองอัยการสูงสุด นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภา อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนรุจิรพัฒน์ ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ในวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2565

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดสระแก้วโดยมี นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสุงสุด นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภา อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหว้ดสระแก้ว วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2565

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ประธานในพิธี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดสระแก้วโดยมี นายวุฒิรัตน์ มีผดุง รองอัยการสุงสุด นายชัยพร เกริลกุลธร อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นางกอร์ปกุล  วินิจนัยภาค อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

โครงการสืบสานพระราชปณิธาน (คสป.) โรงเรียนบ้านแม่ตื่น อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยราษฎรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี และคณะฯ เชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร และเชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก จำนวน 500 ถุง พร้อมเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อการศึกษา จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชานูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่


พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วย พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และพลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี มอบสิ่งของพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยมี นายวุฒิรัตน์ มีผดุง รองอัยการสุงสุด นายชัยพร เกริลกุลธร อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อธิบดีอัยการ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย และคณะสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพิธี

วารสารและคู่มือ

ดาวน์โหลดเอกสาร

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (แจ้งวัฒนะ)
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารศูนย์ราชการฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 2
เลขที่ 120 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0-2142-1528 , 0-2142-2077 ปรึกษาปัญหากฎหมาย : 0-2142-2034
โทรสาร : 0-2143-9169

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย (แจ้งวัฒนะ)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 2
เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร. 0 2142 1530 โทรสาร 0 2143 9178 IP PHONE : 220532 E-mail : lawplan@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 2
เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร. 0 2142 1532, 0 2142 1533 โทรสาร 0 2143 9179 IP PHONE : 220541, 220542 IP VIDEO PHONE : 172.11.7.147
E-mail : humanrights@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ (รัชดา)
อาคารถนนรัชดาภิเษก ชั้น 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0 2515 4054, 0 2515 4061 โทรสาร 0 2515 4061 E-mail : protect@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค (รัชดา)
อาคารถนนรัชดาภิเษก ชั้น 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0 2515 4112, 0 2515 4117 โทรสาร 0 2515 4112 E-mail : ocp@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1 (รัชดา)
อาคารถนนรัชดาภิเษก ชั้น 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
call center 1157 โทร. 0 2515 4041-2 โทรสาร 0 2515 4048 E-mail : lawaid1@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 2 (หลักเมือง)
อาคารหลักเมือง ชั้น 1 ถ.หน้าหับเผย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร. 0 2222 8121 ต่อ 102 – 105 โทรสาร 0 2222 5033 E-mail : lawaid2@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 3 (ธนบุรี)
อาคารธนบุรี ชั้น 1 เลขที่ 162 หมู่ 3 ถ.เอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
โทร. 0 2415 0020-9 ต่อ 104-108 0 2416 0796 (ทนาย) 0 2415 0518 โทรสาร 0 2416 1014 E-mail : lawaid3@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 4 (มีนบุรี)
อาคารมีนบุรี ชั้น 4 ถ.สีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทร. 0 2171 4057, 0 2171 4056 ต่อ 413 โทรสาร 0 2171 4057 E-mail : lawaid4@ago.go.th

website hits counter::: จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (สคช.) :::