ข่าวประชาสัมพันธ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากร สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล และแสดงความอาลัย ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในห้วงระยะเวลา 100 วัน แห่งการสวรรคต ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ในการนี้ นางกัลยา อำนวยสมบัติ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน เข้าร่วมพิธีด้วย

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 19.00 นาฬิกา นางกัลยา อำนวยสมบัติ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน  ผู้แทนอัยการสูงสุด เข้าร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ  และกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ณ พระที่นั่งดุสิต  มหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ สถิตอยู่ในใจตราบนิจนิรันดร์

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 สำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายโชคชัย ทิฐิกัจจธรรม รองอัยการสูงสุด นายอรรถพร สุทธิบุตร ผู้ตรวจการอัยการ นำคณะข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ นางกัลยา  อำนวยสมบัติ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน นางสาวปณิดา เกื้อกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นางสาววันทนา สายมาอินทร์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ เข้าร่วมพิธีด้วย

เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 นายกิจจา ปราณีนุช รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน นางเนาวรัตน์ พิมพ์กลัด นิติกรชำนาญการพิเศษ นางสาวอุไรพร เทาใหม่ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ และนายสุวิญญ์ มั่งมีทรัพย์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 36 รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน จัดอบรมสัมมนา เรื่อง การใช้ระบบ E – filing ในการดำเนินคดีแพ่ง โดยนางกัลยา อำนวยสมบัติ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชันและสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งตลิ่งชัน 1 เข้าร่วมอบรมสัมมนา โดยได้รับเกียรติจากนางจำเนียร คงถาวร อัยการพิเศษฝ่ายประเมินผลการฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการและนายชาติชาย อนงค์พรยศกุล นิติกรปฏิบัติการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 8 ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญในการใช้ระบบ E – filing ในการยื่นคำฟ้อง คำให้การ คำร้อง ติดตามคำสั่งและคำพิพากษาของศาลโดยไม่ต้องไปศาล มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชันและสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งตลิ่งชัน 1



วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ได้จัดพิธีลงนามถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนางประไพพรรณ จวติช อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน เป็นประธานในพิธี
ในการนี้ นางกัลยา อำนวยสมบัติ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน พร้อมคณะผู้บริหาร และข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมในพิธี
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นางกัลยา อำนวยสมบัติ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน สืบสานเจตนารมณ์การปฏิบัติราชการตามกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการสูงสุด
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยได้จัดประชุมบุคลากรภายในสังกัด ในวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน



วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 9.30 น.
นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากร
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน

พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ
เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 9.00 น.
นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร
ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากร สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน
ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ณ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี  ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘
นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการฝ่ายอัยการ
ที่ปฏิบัติงานในอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ร่วมถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ณ ห้องประชุม ชั้น ๕ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน

วันฉัตรมงคล
4 พฤษภาคม 2568
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากร สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน สำนักงานอัยการสูงสุด

พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 10

ผู้ตรวจการอัยการ (นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค) ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 โดยมีนางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ นางกัลยา อำนวยสมบัติ รองอธิบดีอัยการ ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรของสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ให้การต้อนรับ

สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ประกาศเจตนารมณ์
เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)

นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
สืบสานเจตนารมณ์การปฏิบัติราชการตามกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการสูงสุด
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยได้จัดประชุมบุคลากรภายในสังกัด ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2567
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน



วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2567 เวลา 11.00 น.
นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน

พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
ร่วมพิธีสวดมนต์ถวายพระราชกุศลเนื่องใน “วันนวมินทรมหาราชา 13 ตุลาคม” ณ ห้องประชุมชั้น 5  
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน

วันพุธที่ 25 กันยายน 2567 เวลา 08.00 น.
นางกัลยา อำนวยสมบัติ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
ร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย
เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย
28 กันยายน ประจำปี 2567 ณ บริเวณหน้าเสาธง สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน




วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2567 เวลา 10.00 น. นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน พร้อมด้วย ข้าราชการฝ่ายอัยการและ
บุคลากรของสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567 ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน








พิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี   

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 ณ โถงชั้น 1 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน




ผู้ตรวจการอัยการ(ท่านศรุต รัฐรพี)ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 โดยมีนางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ นางกัลยา อำนวยสมบัติ รองอธิบดีอัยการ ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรของสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ให้การต้อนรับ


สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ร่วมเฉลิมพระเกียรติ ลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา
12 สิงหาคม 2566 ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ชั้น 1



พิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น. สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลและ
ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 และถวายสัตย์ปฎิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2566
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน



พิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2566 เวลา 09.30 น. สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชันเข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร
เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2566
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน



สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)



นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ทรงหายจากอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน
ในวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2565


นางพรรณพิไล พาหุสัจจะลักษณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน มอบนโยบายและร่วมกันหารือแนวทางในการปฏิบัติราชการของสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00 นาฬิกา ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ชั้น 5





เกี่ยวกับสำนักงาน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดที่ตั้งและวันเปิดทำการศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งมีนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง และศาลอาญามีนบุรี พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ศาลแพ่งตลิ่งชันและศาลอาญาตลิ่งชัน ตั้งอยู่ ณ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒ เป็นต้นไป

พระราชกฤษฎีกานี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒

ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
มาตรา ๑๑ ให้มีพนักงานอัยการไว้เป็นทนายแผ่นดินประจำศาลต่างๆ นอกจากศาลทหารตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.อ.กำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม
มาตรา ๑๓ ในกรุงเทพมหานคร ให้พนักงานอัยการซึ่งรับราชการประจำอยู่ในราชการส่วนกลางเป็นพนักงานอัยการประจำศาลชั้นต้นทุกศาล ให้อัยการสูงสุดหรือรองอัยการสูงสุดหรืออธิบดีอัยการที่ได้รับมอบหมายหน้าที่จากอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการประจำศาลชั้นต้นนั้น

ต่อมาวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ อัยการสูงสุด (นายเข็มชัย ชุติวงศ์) ได้ออกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ ๑๐๘๗/๒๕๖๒ เรื่อง ให้พนักงานอัยการช่วยราชการ ปฏิบัติราชการ และรักษาการในตำแหน่ง ดังนี้
๕. นายพรชัย เหลืองอารีพร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งธนบุรี รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน อีกหน้าที่หนึ่ง
๙. ว่าที่ร้อยตรีสมชาย อำนวยสมบัติ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งธนบุรี รักษาการในตำแหน่งรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน อีกหน้าที่หนึ่ง
๑๘. นายวัลลภ สุขปาณี อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีแพ่งธนบุรี ช่วยราชการสำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งตลิ่งชัน ๑
ฯลฯ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป

สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน ได้เปิดทำการ ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน (เดิมชื่อ สำนักงานอัยการจังหวัดตลิ่งชัน) ชั้น ๒ ถนนเลียบทางรถไฟ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๗๐

สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน มีเขตอำนาจ ในเขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางพลัด (ครอบคลุมคดีในอำนาจศาลจังหวัดและศาลแขวง) และเขตหนองแขม (เฉพาะคดีในอำนาจศาลจังหวัด ส่วนคดีในอำนาจ
ศาลแขวงอยู่ในเขตอำนาจสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง ๑๐ (ศาลแขวงบางบอน)

วิสัยทัศน์ (Vision)

“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”

พันธกิจ (Missions)

  1. อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
  2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
  3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
  4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
  • P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
  • U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
  • B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
  • L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
  • I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
  • C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย

ประเด็นยุทธศาสตร์กลยุทธ์วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด

  1. ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ในการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด
  2. ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล
  3. ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับประสิทธิภาพระบบงานและการจัดการความรู้/นวัตกรรมผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย
  4. ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้มีขีดสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

บุคลากร

สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน

นางกัลยา อำนวยสมบัติ
อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
นายกิจจา ปราณีนุช
รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน

สำนักอำนวยการ

นางสาววันทนา สายมาอินทร์
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
นางเนาวรัตน์ พิมพ์กลัด
นิติกรชำนาญการพิเศษ
นางกิ่งแก้ว สุพรรณโท
เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส
นางดวงหทัย กาญจนจันทร์
นิติกรชำนาญการ
นายสุวิญญ์ มั่งมีทรัพย์
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นายเสกสรรค์ ทับทิมดี
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นางสาวธนาวดี เมนะโพธิ
พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์

ข้าราชการอัยการ

นายทินพันธุ์ พรหมเกื้อ ณ พัทลุง
อัยการพิเศษฝ่าย
นางดารุณี โคจริก
อัยการผู้เชี่ยวชาญ
นางสาวปณิดา เกื้อกิจ
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายธีรวุฒิ หงส์ลาวัณย์
อัยการอาวุโส
นายชุมพร เสรีนนท์ชัย
อัยการอาวุโส

ข้าราชการธุรการ

งานกิจการทั่วไปและสารบบคดี

นางพรระตี จักร์นารายณ์
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางสาวอุไรพร เทาใหม่
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางสาวชุติมา สกุลพราหมณ์
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางสาววรัญญา พิชิตกุลปัญญา
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

งานคดีและกฎหมาย

นางสาวนัฐสิญา แจ้งใจดี
นิติกรชำนาญการพิเศษ
นายวธวุฒิ ปัญจะภาดา
นิติกรชำนาญการ
นางสาวปฐมา เสียมหาญ
นิติกรชำนาญการ
นางสาวสุมาลี สุกใส
นิติกรปฏิบัติการ

แพ่ง อายุความ มาตรา 193/33

สัญญากำหนดให้ลูกหนี้ชำระหนี้เป็นงวดๆ สิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก็ต้องเป็นไปตามที่กำหนดคือเป็นงวดๆ เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าหนี้งวดแรกซึ่งถึงกำหนดก่อนครบกำหนดอายุความแล้ว จะทำให้หนี้ทั้งหมดรวมถึงหนี้ในงวดหลังๆ ครบกำหนดอายุความไปด้วยไม่ เนื่องจากสัญญาไม่ได้กำหนดว่าหากผิดนัดชำระหนี้งวดหนึ่งงวดใดแล้วก็ให้ผิดนัดทั้งหมดทุกงวด เมื่อหนี้แต่ละจำนวนถึงกำหนดชำระไม่พร้อมกันจึงไม่ขาดอายุความไปพร้อมกัน โจทก์ย่อมเรียกร้องหนี้ที่จำเลยค้างชำระจนถึงวันฟ้องเนื่องจากยังอยู่ในระยะเวลา 5 ปี ไม่ขาดอายุความ ส่วนหนี้ที่ถึงกำหนดก่อนหน้านั้นแล้วเกินระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันฟ้องเป็นอันขาดอายุความ

แพ่ง เลิกสัญญา มาตรา 386

เช่าซื้อ เลิกสัญญา มาตรา 573

ตามสัญญาเช่าซื้อกำหนดให้สิทธิธนาคารผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาว่า กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดๆ กัน และ ธนาคารได้บอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระพร้อมด้วยเบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายที่ธนาคารเรียกเก็บได้ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อภายในเวลาอย่างน้อย 30 วัน นับแต่วันที่ผู่เช่าซื้อได้รับหนังสือ และผู้เช่าซื้อละเลยไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ธนาคารมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ แต่จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียวแล้วเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามข้อกำหนดในสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ การที่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อรับรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโดยไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 เช่าซื้อต่อไปและนำออกขายทอดตลาดพฤติการณ์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 ถือเป็นการตกลงเลิกสัญญากันโดยปริยายนับแต่วันที่โจทก์รับมอบรถยนต์คืน ถือว่าเป็นการเลิกสัญญาในกรณีอื่นมิใช่การเลิกสัญญาที่มีผลจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาเช่าซื้อ ทั้งไม่ถือเป็นการสิ้นสุดสัญญาไม่ว่ากรณีใดๆ อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาจากค่าเช่าซื้อโดยอาศัยข้อสัญญาเช่าซื้อซึ่งระงับไปแล้ว ตามป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่งและวรรคท้าย

แม้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือแสดงเจตนารับผิดต่อโจทก์โดยให้โจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายตามสภาพที่โจทก์รับมาในขณะส่งมอบหากขายทอดตลาดได้ราคาไม่คุ้มกับความเสียหาย จำเลยที่ 1ยอมรับผิดชดใช้มูลหนี้ส่วนที่ขาดตามสัญญาแก่โจทก์ ซึ่งเป็นการจัดทำเอกสารขึ้นโดยผู้เช่าซื้อฝ่ายเดียวยอมรับผิด เมื่อฝ่ายโจทก์มิได้ตกลงและลงลายมือชื่อไว้ในเอกสารนั้นด้วย จึงไม่ใช่เป็นการโต้แย้งหรือสงวนสิทธิในการเรียกค่าเสียหาย ไม่มีผลให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดค่าขาดราคาตามเอกสาร
ดังกล่าว

จำเลยที่ 1 ผิดนัดและส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโจทก์โดยไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 สละประโยชน์ในส่วนที่โจทก์ต้อมีหนังสือ
บอกกล่าวให้ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาภายใน 30 วัน ตามข้อตกลงในสัญญา เนื่องจากเป็นข้อสัญญากำหนดบังคับโจทก์ให้ปฏิบัติที่จำเลยทั้งสองสละประโยชน์ได้ เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกันโดยปริยายตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์แล้วภายหลังโจทก์ได้รับรถยนต์คืน โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยออกหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ภายใน 30 วัน หากไม่ชำระให้ถือ่าสัญญาเลิกกันได้อีก หนังสือบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่มีผลบังคับ

ป.พ.พ. สาบสูญ เพิกถอนคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ อายุความ ลาภมิควรได้ ครอบครองปรปักษ์ มรดกของผู้สาบสูญ มาตรา 61, 62, 63, 419, 1382, 1602

ตามบทบัญญัติป.พ.พ. มาตรา 62 การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และโดยผลของมาตรา 1602 ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของโจทก์ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ม. ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ที่ดินพิพาทย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ ม. ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ม. จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยผลของกฎหมายนับแต่นั้น กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์การครอบครองปรปักษ์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ซึ่งต้องเป็นการครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินของผู้อื่น

โดยผลของ ป.พ.พ.มาตรา 62 บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 61 แม้โจทก์จะกลับมาเมื่อปี 2557 และทราบว่า ม.ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของม. ไปแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญก็ต้องถือว่าโจทก์ยังเป็นบุคคลที่ถึงแก่ความตายไม่อาจใช้สิทธิใดๆ ตามกฎหมายได้ เม่ื่อปรากฏว่าศาลเพิ่งมีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ซึ่งมีผลทำให้โจทก์กลับเป็นบุคคลผู้มีสิทธิตามกฎหมาย รวมทั้งสิทธิในการใช้สิทธิทางศาลได้ดังเดิม จึงต้องถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกที่ดินพิพาทคืน อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 จึงต้องเริ่มนับแต่วันดังกล่าว

ป.พ.พ. ลาภมิควรได้ กู้ยืมเงิน ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา บริษัทออกหุ้นกู้ไม่ได้ มาตรา 407, 653 วรรคหนึ่ง, 654, 1229

ป.วิ.พ. ส่งสำเนาเอกสาร มาตรา 90 วรรคสาม (2)

ป.รัษฎากร มาตรา 118

พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 33, 34, 65, 268

โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างสำเนาใบหุ้นกู้เป็นพยานหลักฐานและขอใหศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกต้นฉบับใบหุ้นกู้จากจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองเอกสารทั้งในชั้นพิจารณาโจทก์เบิกความยืนยันว่าโจทก์ได้รับเพียงสำเนาใบหุ้นกู้จากจำเลยที่ 1 พฤติการณ์เชื่อว่า ต้นฉบับใบหุ้นกู้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 อันเป็นข้อยกเว้นที่โจทก์ไม่ต้องส่งสำเนาให้จำเลยที่ 1 ก่อนวันสืบพยานตามป.วิ.พ. มาตรา 90 วรรคสาม (2) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รับฟังสำเนาใบหุ้นกู้เป็นพยาน
หลักฐานชอบแล้ว

การออกหุ้นกู้ต้องอยู่ในบังคับ ป.พ.พ. มาตรา 1229 และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 33, 34 และ 65 กล่าวคือ ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ การฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวเป็นความผิดและต้องได้รับโทษตามมาตรา 268 การที่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นเหตุให้การออกหุ้นกู้ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจใช้บังคับในฐานะหุ้นกู้ตามกฎหมายได้ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 ได้รับเงินไปจากโจทก์ และมีกำหนดเวลาการชำระคืน ถือได้ว่าสำเนาใบหุ้นกู้มีข้อความครบถ้วนเพียงพอให้รับฟังได้ว่า เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่เป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 ศาลย่อมมีอำนาจรับฟังสำเนาใบหุ้นกู้เป็นพยานหลักฐานได้ ไม่เป็นการสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงพยานเอกสาร

ใบหุ้นกู้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน ซึ่งจำเลยที่ 1 ตกลงให้ผลตอบแทนร้อยละ 2 ต่อเดือน เป็นการให้ดอกเบี้ยเกินกว่าร้อย 15 ต่อปี อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 654
เป็นโมฆะ โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนดชำระหนี้เป็นต้นไป ส่วนผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่ได้ชำระแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 เป็น
กำหนดขึ้นเอง จึงเป็นการชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 จำเลยที่ 1 ไม่อาจขอให้นำเงินที่ชำระไปดังกล่าวมาหักกลบลบกับต้นเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระแก่โจทก์

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานคดีแพ่งตลิ่งชัน
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ชั้น 2
ถ.เลียบทางรถไฟ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน
กรุงเทพมหานคร 10170
โทรศัพท์ 0 2443 3673 , 0 2443 3852-5 ต่อ 216
โทรสาร 0 2443 3674
E-mail: tlccivil@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งตลิ่งชัน 1
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารตลิ่งชัน ชั้น 2
ถ.เลียบทางรถไฟ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน
กรุงเทพมหานคร 10170
โทรศัพท์ 0 2443 3863 , 0 2443 3852-5 ต่อ 223,227,230
โทรสาร 0 2443 3863
E-mail: tlccivil1@ago.go.th