Page 233 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 233
568 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ 199
ิ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่6)พ.ศ.2526มาตรา4พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครอง
คนหางานพ.ศ.2511มาตรา7,27นับโทษจ�าเลยที่2ในคดีนี้ต่อจากโทษจ�าเลยที่1ในคดีอาญาหมายเลขด�าที่
8378/2527ของศาลชั้นต้นและให้จ�าเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินจ�านวน213,000บาทแก่ผู้เสียหายทั้งเก้าด้วย
จ�าเลยที่1 ให้การรับสารภาพในข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ปฏิเสธข้อหาร่วมกันฉ้อโกง
�
ี
่
ี
่
�
�
ประชาชนส่วนจาเลยท2ให้การปฏิเสธตลอดข้อหาแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจาเลยท1ในคดีอาญาหมายเลขดา
ที่8378/2527ของศาลชั้นต้น
�
ศาลช้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจาเลยท้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา341
ั
ั
ประกอบมาตรา343,83พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ.2511มาตรา7,27แต่การ
กระท�าของจ�าเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทจึงให้ลงโทษจ�าเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
�
341ประกอบมาตรา343อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา90ลงโทษปรับจาเลยท1
ี
่
่
�
ี
�
เป็นเงิน10,000บาทและลงโทษจาคุกจ�าเลยท2มีก�าหนด5ปีกับให้จาเลยท้งสองร่วมกันคืนเงินจานวน
�
ั
�
ี
่
ั
�
213,000บาทแก่ผู้เสียหายท้งเก้าด้วยหากจาเลยท1ไม่ชาระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
ี
ี
�
29,30ท่แก้ไขแล้วส่วนท่โจทก์ขอให้นับโทษจาเลยท2ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดาที่8378/2527
ี
่
�
ของศาลชั้นต้นเนื่องจากไม่ปรากฏว่าศาลได้พิพากษาคดีดังกล่าวแล้วหรือไม่จึงไม่สามารถนับต่อให้ได้
โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระท�าของจ�าเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันส่วนจ�าเลยที่2อุทธรณ์
ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ี
�
ศาลฎีกาตรวจสานวนประชุมปรึกษาแล้วคดีมีปัญหาข้อกฎหมายท่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า
ี
ั
�
�
การกระทาของจาเลยท้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามท่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า
ั
�
ตามวันเวลาเกิดเหตุจาเลยท้งสองร่วมกันจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายและ
ั
ั
ในการจัดหางานดังกล่าวจ�าเลยท้งสองโดยเจตนาทุจริตร่วมกันหลอกลวงประชาชนรวมท้งผู้เสียหายด้วยการแสดง
ข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่าจ�าเลยจะส่งผู้เสียหายไปท�างานต่างประเทศโดย
ึ
ั
�
ั
�
การหลอกลวงน้นทาให้จาเลยท้งสองได้ไปซ่งทรัพย์สินของผู้เสียหายพิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดฐานจัดหางาน
โดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับซ่งอาศัยเจตนา
ึ
ั
�
ในการกระทาผิดแตกต่างแยกจากกันได้ส�าหรับความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตน้นสาระสาคัญ
�
ิ
อยู่ท่การไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายจ�าเลยเร่มกระทาการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต
�
ี
�
เม่อใดก็เกิดเป็นความผิดสาเร็จข้นเม่อน้นและถ้าการจัดหางานดังกล่าวได้กระทาโดยการแสดงข้อความอัน
ึ
ื
ื
ั
�
เป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แก่ประชาชนอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงอีกด้วยแล้ว
ย่อมถือว่าเป็นการกระทาอีกกรรมหน่งต่างหากเพราะจาเลยมีเจตนาท่แยกต่างหากจากการกระทาผิดฐานแรก
�
ี
�
�
ึ
ั
�
�
ั
แม้จะได้กระทาในคร้งเดียวคราวเดียวกันการกระทาของจาเลยท้งสองก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหาใช่
�
ึ
�
ี
เป็นการกระทากรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังท่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ฎีกาโจทก์ฟังข้นปรากฏว่า
�
ขณะจาเลยกระทาความผิดพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ.2511ยังใช้บังคับอยู่แม้
�
ต่อมาระหว่างพิจารณามีพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ.2528ยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม
และให้ใช้ความใหม่แทนแต่การจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกฎหมายก็ยังคงบัญญัติว่าเป็น

