Page 236 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 236
202 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ อัยการนิเทศฉบับพิเศษ 571
ิ
จ�าเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
�
�
ศาลฎีกาตรวจสานวนประชุมปรึกษาแล้วทางพิจารณาโจทก์นาสืบว่าจ�าเลยมาบอกนายบรรยง
�
แงวกุดเรือผู้เสียหายท2ท่บ้านว่าต้องการคนไปทางานเป็นกรรมกรท่ประเทศสิงคโปร์ได้เงินเดือนไม่ตากว่า
่
ี
�
่
ี
ี
6,000บาทท�างานไปเรื่อยๆครบ1ปีต่อสัญญาท�างานต่อไปได้อีกถ้าใครต้องการไปต้องเสียเงินเป็นค่าบริการ
ให้แก่จ�าเลยคนละ22,000บาทผู้เสียหายทั้งเจ็ดคนต้องการไปจึงต่างมอบเงินจ�านวนดังกล่าวให้จ�าเลยจากนั้น
ี
่
ั
�
�
ึ
จ�าเลยพาผู้เสียหายท้งเจ็ดเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์และนาไปทางานกับบริษัทเฮนรจ�ากัดซ่งรับเหมาก่อสร้าง
โรงแรมผู้เสียหายท้งเจ็ดทางานอยู่ราว2เดือนนอกจากจะไม่ได้ค่าจ้างแล้วยังถูกเจ้าพนักงานตารวจสิงคโปร์จับกุม
ั
�
�
ในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตหนังสือเดินทางและใบอนุญาตให้ท�างานถูกยึดและถูกส่งตัวกลับ
ประเทศไทยเมื่อไปทวงเงินคืนจ�าเลยว่าใช้หมดแล้วอยากได้ให้ไปฟ้องเอาผู้เสียหายทั้งเจ็ดจึงไปแจ้งความและ
เจ้าพนักงานต�ารวจจับกุมจ�าเลยได้ในเวลาต่อมาชั้นจับกุมและสอบสวนจ�าเลยให้การปฏิเสธ
จ�าเลยนาสืบว่าไม่เคยตงบรษัทหรือสานักงานจัดหาคนไปทางานต่างประเทศจ�าเลยไม่มใบอนุญาต
้
ั
ิ
ี
�
�
�
ื
�
ี
�
จัดหางานเม่อราวต้นเดือนธันวาคม2528นายประเทืองน้องจาเลยพาผู้เสียหายท2ไปทางานท่ประเทศ
ี
่
ื
�
ี
ู
ี
ื
่
ี
ี
่
สิงคโปร์ตามทผู้เสยหายท2ขอร้องส่วนผ้เสยหายอ่นจะไปประเทศสิงคโปร์กับใครและเม่อใดจาเลยไม่ทราบ
วันที่12มกราคม2529ที่ผู้เสียหายต่างอ้างว่าจ�าเลยพาผู้เสียหายทั้งเจ็ดไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์นั้นวันนั้นจ�าเลย
ไปเข้าสอบเพื่อรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนบริษัทประกันชีวิตอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น
พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายทั้งเจ็ดคนตามฟ้องเดินทางไปท�างานในประเทศสิงคโปร์
�
เม่อเข้าทางานแล้วนอกจากจะไม่ได้ค่าจ้างยังถูกเจ้าพนักงานตารวจประเทศดังกล่าวจับกุมยึดหนังสือเดินทาง
�
ื
�
ใบอนุญาตให้ทางานและถูกส่งตัวกลับประเทศไทยด้วยคดีมีปัญหาว่าจ�าเลยกระทาความผิดตามฟ้องหรือไม่
�
�
ี
พยานโจทก์คือผู้เสียหายท้งเจ็ดคนต่างเบิกความยืนยันว่าท่ไปทางานในประเทศสิงคโปร์ดังกล่าวเพราะจาเลยเป็น
ั
�
ี
ู้
ั
ั
่
ผมาชกชวนและทาไปโดยมีรายละเอียดสอดคล้องต้องกนว่าจ�าเลยมาท่บ้านผู้เสียหายท2เมื่อวันที่4มกราคม2529
ี
�
บอกว่าต้องการคนไปท�างานที่ประเทศสิงคโปร์ได้เงินเดือนไม่ต�่ากว่า6,000บาทท�างานครบ1ปีแล้วท�างาน
ต่อไปได้อีกแต่ผู้ท่จะไปฟ้องเสียค่าบริการให้แก่จาเลยคนละ22,000บาทผู้ใดต้องการไปให้เตรียมเงินตามจานวน
�
�
ี
ดังกล่าวไว้วันที่8เดือนเดียวกันจะมารับเงินจ�าเลยมาตามนัดผู้เสียหายทั้งเจ็ดมีความประสงค์จะไปท�างานตาม
ที่จ�าเลยพูดชักชวนจึงต่างมอบเงินให้จ�าเลยไปคนละ22,000บาทและไปพบจ�าเลยที่บ้านตามที่จ�าเลยนัดหมาย
ั
ึ
�
ั
่
ในวันรุ่งข้นจากน้นจาเลยได้พาผู้เสียหายท้งเจ็ดเดินทางออกจากบ้านไปถึงประเทศสิงคโปร์วันท12เดือน
ี
เดียวกันน้นวันรุ่งข้นจาเลยพาไปทางานท่บริษัทเฮนรจ�ากัดซ่งรับเหมาก่อสร้างโรงแรมจ�าเลยบอกว่าจะได้ค่าจ้าง
ี
ี
ั
ึ
�
�
ึ
่
วันละ18เหรียญสิงคโปร์คิดเป็นเงินไทยประมาณ216บาทจ่ายค่าจ้างเดือนละ2คร้งหลังจากน้นจาเลยก็จากไป
ั
�
ั
ึ
ผู้เสียหายท้งเจ็ดซ่งต่างทางานนอกจากบริษัทดังกล่าวจะไม่จ่ายค่าจ้างให้ดังท่จาเลยบอกแล้ววันที่16มีนาคม2529
ั
�
ี
�
�
ั
�
ั
ุ
เจ้าพนักงานตารวจสิงคโปร์ยังมาจับกมในข้อหาลกลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รบอนุญาตใบอนุญาตให้ทางานถูก
ยึดและถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเห็นว่าผู้เสียหายทั้งเจ็ดคนต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจ�าเลยมาก่อนโดย
เฉพาะผู้เสียหายที่2เคยไปพักอาศัยอยู่บ้านจ�าเลยในสมัยที่ผู้เสียหายที่2เรียนหนังสือจึงไม่มีข้อให้น่าระแวงว่า
ั
�
�
�
ี
จะแกล้งปรักปราใส่ร้ายจาเลยกรณีฟังได้ว่าจาเลยได้พูดชักชวนและพาผู้เสียหายท้งเจ็ดคนไปทางานท่ประเทศ
�
สิงคโปร์โดยเรียกเอาค่าบริการคนละ22,000บาทดังท่ผู้เสียหายท้งเจ็ดเบิกความที่จ�าเลยนาสืบว่าวันท12มกราคม
ั
�
ี
ี
่
2529จ�าเลยเข้าสอบอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นไม่ได้อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ดังที่ผู้เสียหายทั้งเจ็ดคนเบิกความนั้นไม่มี

