การจัดหาสิ่งสาธารณูปโภคหรือ การจัดให้มีบริการสาธารณะ หรือการ
จัดหาพัสดุของภาครัฐ ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ประกอบด้วยวิธีการต่าง 3 วิธี ได้แก่
1.วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป แบ่งเป็น 1. วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) 2. วิธีประกวดราคาอิลเก?รอนิกส์ (e-bidding) 3. วิธีสอบราคา
2. วิธีคัดเลือก
3. วิธีเฉพาะเจาะจง
วิธีการเฉพะเจาะจง หมายถึง การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตาม เงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอ หรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา รวมทั้งการ จัดชื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
หน่วยงานของรัฐจะเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) กรณีใช้วิธีประกาศเชิญขวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือ ข้อเสนอไม่ได้รับการคัดเลือก
(ข) กรณีจัดชื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิต จำหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงินในการ จัดชื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท
(ค) กรณีจัดชื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือมีผู้ประกอบการ เพียงรายเดียวในประเทศไทย และไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้
(ง) กรณีมีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัย/ภัยธรรมชาติ หรือโรคติดต่อ อันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และการจัดชื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธี คัดเลือกอาจก่อให้เกิดความล่าช้าเสียหายอย่างร้ายแรง
(จ) กรณีเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้ทำการจัดชื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว และมีความจำเป็นต้องทำการ จัดชื้อจัดจ้างเพิ่มเดิมหรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุนั้น
(ฉ) กรณีเป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงาน ของต่างประเทศ
(ช) กรณีเป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเป็นต้องชื้อเฉพาะแห่ง
(ซ) กรณีอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
การดำเนินการแบบเฉพาะเจาะจง
ให้คณะกรรมการชื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติ ตามเงื่อนไขที่กำหนด รายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) กรณีตามมาตรา 56 (2) (ก) (ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธี คัดเลือกแล้ว แต่ไม่มีผู้ยืนข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นนไม่ได้รับการคัดเลือก)
ให้เชิญผู้ประกอบการที่มีอาชีพขาย หรือรับจ้างนั้นโดยตรง หรือจากผู้ยื่นข้อเสนอในการชื้อหรือจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือก ซึ่งถูกยกเลิกไป (ถ้ามี) ให้มายื่นเสนอราคา ทั้งนี้ หากเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เห็นสมควรชื้อหรือจ้างเสนอราคา สูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้
(2) กรณีตามมาตรา 56 (2) (ค) (ง) (การจัดชื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการที่คุณสมบัติ โดยตรงเพียงรายเดียว และกรณีที่เป็นพัสดุที่มีความจำเป็นต้องใช้โดยฉุกเฉินเนื่องจากอุบัติภัยหรือภัยรรรมชาติ หรือ เกิดโรคติดต่ออันตราย และการดำเนินการโดยวิธีประกาดเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกอาจก่อให้เกิด ความล่าช้าหรือเสียหายอย่างร้ายแรง)
ให้เชิญผู้ประกอบการที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างนั้นโดยตรงมายื่นข้อเสนอ หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณได้ หรือราคาที่คณะกรรมการ เห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้
(3) กรณีตามมาตรา 56 (2) (จ) (กรณีจำเป็นต้องทำการจัดชื้อจัดจ้างเพิ่มเติมหรือต่อเนื่อง จากพัสดุที่ไต้จัดชื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว)
ให้เจรจากับผู้ประกอบการรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่ สิ้นสุดระยะเวลาส่งมอบ เพื่อขอให้มีการชื้อหรือจ้างตามรายละเอียด และราคาที่ตํ่ากว่าหรือราคาเดิม โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานของรัฐ
(4) กรณีตามมาตรา 56 (2) (ฉ) (เป็นพัสดุที่ขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การ ระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของต่างประเทศ)
ให้ดำเนินการโดยวิธีเจรจาตกลงราคา
(5) กรณีตามมาตรา 56 (2) (ช) (เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเป็นต้องชื้อเฉพาะ แห่ง)
ให้เชิญเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคา ในท้องถิ่น หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้
- กรณีการจัดชื้อจัดจ้าง วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่เจรจาตกลงราคากับผู้ประกอบการ ที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างนั้นโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ชื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบ จากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
- สำหรับกรณีข้างต้นที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจคาดหมายได้ และดำเนินการตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบ ต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้วให้ถือว่ารายงานดังกล่าว เป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม
- ในกรณีหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศ หรือมีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศจะทำการจัดชื้อจัดจ้าง โดยวิธีคัดเลือก หรือวิธีเนิพาะเจาะจง โดยไม่ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อนก็ได้
(6) กรณีการจัดชื้อจัดจ้างพัสดุที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานที่มีวงเงินการจัดชื้อจัดจ้าง ครั้งหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท
ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการจัดชื้อจัดจ้างพัสดุไปก่อนแล้ว รีบรายงานขอความเห็นชอบ พร้อมด้วยหลักฐานการจัดชื้อจัดจ้างนั้นเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายใน 5 วันทำการถัดไป เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงานขอความเห็นขอบดังกล่าว เป็นหลักฐานในการตรวจรับโดยอนุโลม (ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 119 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2561)
1. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ไม่เกิน 50,000,000 บาท
2. ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งขั้น เกิน 50,000,000 บาท