คลังความรู้ :
การดำเนินคดีแพ่ง

: Civil Litigation
แหล่งรวมความรู้ ทักษะ ตามภารกิจหลักด้านการการดำเนินคดีแพ่งตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด   ทั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการให้คำปรึกษากฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ

ระเบียบการดำเนินคดีแพ่งของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2560
จำแนกตามขั้นตอนการดำเนินคดี

การตรวจและสั่งคดี

ข้อ ๒๔ การเสนอความเห็น ร่างคำฟ้อง และคำให้การ
           เมื่อพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนพิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งปวงแล้ว ให้ทำความเห็นเสนอ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงผู้พิจารณาสั่งคดี ในกรณีมีความเห็นควรรับว่าต่างหรือแก้ต่าง ให้ร่างคำฟ้อง หรือร่างคำให้การ และประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีไปด้วย
           ความเห็นของพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนจะต้องอ้างพยานหลักฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องให้ละเอียดเพียงพอที่ผู้พิจารณาสั่งคดีจะมีความเห็นและคำสั่งได้
           ในกรณีที่พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนมีความเห็นไม่ควรรับว่าต่างหรือแก้ต่าง หากผู้พิจารณาสั่งคดี มีคำสั่งให้รับว่าต่างหรือแก้ต่าง ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนเป็นผู้ร่างคำฟ้องหรือคำให้การเสนอโดยเร็ว
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๐ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗

ข้อ ๒๕ การสั่งคดี
           ให้พนักงานอัยการดังต่อไปนี้เป็นผู้พิจารณาสั่งคดี
           (๑) อธิบดีอัยการเป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและตรวจร่างคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ เกินกว่ายี่สิบล้านบาทขึ้นไป
           (๒) รองอธิบดีอัยการเป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและตรวจร่างคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มี ทุนทรัพย์เกินกว่าสิบล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่เกินยี่สิบล้านบาท แล้วเสนออธิบดีอัยการเพื่อทราบ
           (๓) อัยการพิเศษฝ่ายและอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาคเป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและ ตรวจร่างคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินสิบล้านบาท แล้วเสนอรองอธิบดีอัยการเพื่อทราบ
           (๔) อัยการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่าง ตรวจร่างคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ ไม่เกินห้าล้านบาท แล้วเสนออัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาคเพื่อทราบ เว้นแต่คดีที่ต้องดำเนินการในศาลเยาวชนและ ครอบครัว
           (๕) อัยการชั้น ๖ เป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและทำคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ ไม่เกินเจ็ดล้านบาท แล้วเสนออัยการพิเศษฝ่าย หรืออัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ
           (๖) อัยการชั้น ๕ เป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและทำคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ ไม่เกินห้าล้านบาท แล้วเสนออัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ
          (๗) อัยการชั้น ๔ เป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและทำคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ ไม่เกินสองล้านบาท แล้วเสนออัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ
          (๘) อัยการชั้น ๓ เป็นผู้พิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและทำคำฟ้องหรือคำให้การคดีที่มีทุนทรัพย์ ไม่เกินหนึ่งล้านบาท แล้วเสนออัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ
          ในกรณีคดีไม่มีทุนทรัพย์ ให้อัยการตั้งแต่ชั้น ๔ ขึ้นไปพิจารณาสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างได้ แล้วเสนอ ผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ
          การสั่งคดีของอัยการอาวุโส ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น
          การเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบตามระเบียบข้อนี้ให้ปฏิบัติตามความในข้อ ๓๔
          สำนวนคดีแก้ต่างที่ต้องดำเนินการว่าต่างฟ้องแย้งไปในคราวเดียวกัน ให้การสั่งคดีทั้งสองเรื่องดังกล่าว เป็นของผู้พิจารณาสั่งคดีในเรื่องที่มีจำนวนทุนทรัพย์สูงกว่า
สำนวนคดีที่อัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะเรื่อง ให้หัวหน้าคณะทำงานเป็นผู้พิจารณาสั่ง แล้วเสนออัยการสูงสุดเพื่อทราบ เว้นแต่อัยการสูงสุดจะสั่งเป็นอย่างอื่น
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๑ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่

ข้อ ๒๖ การสั่งบางประการของอธิบดีอัยการ
           ให้อธิบดีอัยการเป็นผู้พิจารณาสั่งในกรณี ดังนี้
           (๑) การไม่รับดำเนินคดี
           (๒) การส่งเรื่องคืนตัวความ
           (๓) การแจ้งฐานะคดี ตามข้อ ๒๙
           (๔) การสั่งยุติการดำเนินคดี
           (๕) การถอนฟ้อง
           (๖) การสั่งให้ส่งหรือโอนสำนวนไปพิจารณาดำเนินการที่สำนักงานอัยการอื่น
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๒ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่

ข้อ ๒๗ การพิจารณาคดีที่ร้องขอความเป็นธรรม
            ในคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรม ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนทำความเห็นในแบบ (อ.ก.๔) เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงอธิบดีอัยการเพื่อพิจารณา
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๓ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗  

ข้อ ๒๘ การตอบข้อหารือหรือตรวจร่างสัญญา
            การตอบข้อหารือเกี่ยวกับคดีที่ขอให้ว่าต่างหรือแก้ต่างหรือการหารือเพื่อจะส่งเรื่องให้ว่าต่างหรือแก้ต่าง ต่อไป ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนทำความเห็นเสนอตามลำดับชั้นถึงอธิบดีอัยการเพื่อพิจารณา
            ในกรุงเทพมหานคร การตอบข้อหารือกรณีอื่นนอกจากวรรคหนึ่งหรือการตรวจร่างสัญญา ให้เสนอ ตามลำดับชั้นถึงอธิบดีอัยการพิจารณาสั่งให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย 
            ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครให้ดำเนินการ ดังนี้
            (๑) การตอบข้อหารือกรณีอื่นนอกจากวรรคหนึ่งให้อัยการจังหวัดรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ที่จำเป็นหรือเกี่ยวข้องพร้อมทำความเห็นเกี่ยวกับประเด็นข้อหารือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วส่งสำนวนข้อหารือ ดังกล่าวไปยังสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายเพื่อพิจารณาทำความเห็นตอบข้อหารือถึงอัยการสูงสุด
            (๒) การตรวจร่างสัญญา ให้อัยการจังหวัดรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เป็นสาระสำคัญในการพิจารณา ตรวจร่างสัญญา เช่น ที่มาหรือความเป็นมาของสัญญา ขอบเขตของเนื้องานตามสัญญา คู่สัญญา ผู้มีอำนาจ ลงนามของคู่สัญญา และผู้ประสานงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วให้ส่งสำนวน ตรวจร่างสัญญาดังกล่าว ไปยังสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายโดยไม่ต้องพิจารณาทำความเห็นตรวจร่างสัญญา
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๔ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ 

ข้อ ๓๓ การลงนามในหนังสือ
           การลงนามในหนังลือเกี่ยวกับคดีถึงหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลภายนอก ให้หัวหน้าสำนักงานคดีเป็นผู้ลงนาม เว้นแต่หนังสือแจ้งไม่รับดำเนินคดี หนังสือส่งเรื่องคืนตัวความ และหนังสือแจ้งฐานะคดี ตามข้อ ๒๖ (๑) (๒) และ (๓) หนังสือตอบข้อหารือตามข้อ ๒๘ และหนังสือแจ้งผลคดีในส่วนกลาง ให้เสนอตามลำดับชั้นถึง อธิบดีอัยการ เพื่อพิจารณาลงนาม
           การลงนามในหนังสือส่งเงินค่าธรรมเนียมคืนตัวความในส่วนกลาง ให้อธิบดีอัยการเป็นผู้ลงนาม หรือ อาจมอบหมายให้หัวหน้าสำนัก งานคดีลงนามแทนก็ได้
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๗ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่

ข้อ ๓๔ การเสนอเพื่อทราบ
           ในกรณีมีคำสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างและต้องเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบก่อนยื่นคำฟ้องหรือคำให้การ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ตรวจแล้วมีความเห็นและคำสั่ง ประการใดให้ปฏิบัติตามนั้น
           กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจเสนอเพื่อทราบก่อนยื่นคำฟ้องหรือคำให้การ เช่น คดีจะขาดอายุความหรือ จะครบกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การหรือเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดความเสืยหายแก,คดีให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน เสนอเพื่อทราบภายหลังยื่นคำฟ้องหรือคำให้การโดยเร็ว
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๘ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ 

ข้อ ๓๔ การรายงานเหตุสำนวนค้าง
           สำนวนคดีแพ่งทุกประเภทหากคดีใดยังด้างอยู่โดยดำเนินการยังไม่เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันรับสำนวน ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนรายงานชี้แจงเหตุขัดข้องต่อหัวหน้าสำนักงานคดีเพื่อให้เสนอ บัญชีสำนวนค้างประจำเดือนตามลำดับชั้นถึงอธิบดีอัยการ และให้ผู้รับรายงานพิจารณาดำเนินการตรวจสอบ เพื่อหาทางเร่งรัด หรือกำหนดแนวทางแก่ไขตามที่เห็นสมควร แล้วรายงานให้สำนักงานอัยการสูงสุดทราบ ทั้งนี้ ตามแบบและวิธีการที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด
           ให้บันทึกในรายงานบัญชีสำนวนค้างให้ปรากฏชัดด้วยว่าคดีจะขาดอายุความเมื่อใด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๒๙ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗

ข้อ ๓๖ การรายงานผลการปฏิบัติงาน
           ในกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการพิจารณาเรื่องหรือสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างสำนวนคดีใด ให้อัยการพิเศษฝ่าย รายงานเรื่องดังกล่าวถึงอธิบดีอัยการทราบเป็นรายเดือนภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป
           ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร เมื่อสำนักงานอัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและ การบังคับคดีจังหวัด มีการพิจารณาเรื่องหรือสั่งรับว่าต่างหรือแก้ต่างสำนวนคดีใดแล้วให้อัยการจังหวัดรายงานเรื่องดังกล่าวถึงอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาคทราบเป็นรายเดือน ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไปแล้วให้รวบรวม เพื่อรายงานอธิบดีอัยการต่อไป
           การรายงานผลการปฏิบัติงานให้ดำเนินการตามแบบและวิธีการที่สำนักงานคดีหรือสำนักงานอัยการสูงสุด กำหนด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๓๐ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ 

ข้อ ๓๗ การเดินทางไปดำเนินคดีนอกเขตท้องที่
            การดำเนินคดีที่ต้องเดินทางไปราชการชั่วคราว ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของข้าราชการฝ่ายอัยการ
            เพื่อประโยชน์ของทางราชการ กรณีเห็นว่าไม่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยตนเอง เช่น การคัดสำเนาทะเบียนบ้าน การส่งหมายเรียก การส่งสำเนาเอกสาร การยื่นบัญชีระบุพยาน การยื่นคำฟ้อง การยื่นคำร้อง การยื่นคำแถลง การขอคัดเอกสาร การฟังคำสั่งศาล และอื่นๆ ให้พนักงานอัยการผู้ว่าคดี เสนอเรื่องต่ออัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค หรือ อัยการอังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาแจ้งให้พนักงานอัยการ ในท้องที่นั้นๆ ดำเนินการแทน
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๓๑ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่

Mobirise

สำนักงานอัยการสูงสุด

Office of Attorney General

Contact Us

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายบริหารจัดการความรู้
สำนักงานวิชาการ 
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

เขตหลักสี่  กรุงเทพ 10120

kmcenter.ago.go.th

+1 (0) 000 0000 001