ข้อ ๗ คดีแพ่ง
คดีแพ่งตามระเบียบนี้ ประกอบด้วย
(๑) คดีแพ่ง
(๒) คดีแพ่งที่เป็นคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีล้มละลาย คดีภาษีอากร คดีแรงงาน และคดีประเภทอื่นที่มิใช่คดีอาญาหรือคดีปกครอง
(๓) คดีอนุญาโตตุลาการ
ข้อ ๘ หลักการดำเนินคดี
พนักงานอัยการมีอิสระในการดำเนินคดีเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ในทางอรรถคดีของพนักงานอัยการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของ คณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด
การมอบหมายให้ดำเนินคดี การควบคุมและการตรวจสอบ รวมทั้งการดำเนินคดีเอง การมอบหมาย ให้พนักงานอัยการคนใดคนหนึ่งดำเนินคดีแทน การมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดคนหนึ่งร่วมดำเนินคดี หรือการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมดำเนินคดีเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา
การสั่งจ่ายสำนวน ให้คำนึงถึงลำดับอาวุโส ความเชี่ยวชาญ และความเหมาะสมของพนักงานอัยการ ที่จะรับผิดชอบสำนวนคดีนั้น รวมทั้งปริมาณคดีที่พนักงานอัยการผู้นั้นต้องรับผิดชอบ
การเรียกคืนสำนวนหรือการโอนสำนวนจะกระทำมิได้ เว้นแต่ ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเป็นกรณีที่จะเสียความ เป็นอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายโดยสุจริต รวดเร็ว เที่ยงธรรม และ ปราศจากอคติทั้งปวง ให้ผู้บังคับบัญชาเรียกคืนสำนวนหรือโอนสำนวนโดยเปลี่ยนตัวพนักงานอัยการผู้ว่าคดี แล้วให้ รายงานผู้บังคับบัญชาถัดขึ้นไปหนึ่งชั้นทราบ
ผู้บังคับบัญชาอาจกำหนดการแบ่งภาระหน้าที่และมอบหมายให้พนักงานอัยการในบังคับบัญชาคนใด คนหนึ่ง ปฏิบัติงานหรือช่วยกลั่นกรองงานเป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะเรื่องก็ได้
ให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีที่ได้รับสำนวนซึ่งคดีอยู่ในเขตอำนาจเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดี เว้นแต่ จะมีเหตุอันสมควรว่าการดำเนินคดีที่ศาลอื่นที่มีเขตอำนาจจะเป็นการสะดวกและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ให้อธิบดีอัยการที่เกี่ยวข้องทำความตกลงและประสานงานกันเป็นการเฉพาะเรื่องหรือเป็นการทั่วไปก็ได้ว่า คดีนั้นควรจะดำเนินคดีที่ศาลใด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ 6 ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. 2547 โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นใหม่
ข้อ ๑๐ การกำหนดหน้าที่รับผิดชอบ
อธิบดีอัยการเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการภายในตามประกาศ คณะกรรมการอัยการหรือตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของ คณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด และมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและแผน จัดองค์กร บริหารงานบุคคล อำนวยการ ประสานการปฏิบัติราชการ ควบคุมตรวจสอบ ประเมินผล และการรายงานผล การปฏิบัติราชการในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด
รองอธิบดีอัยการเป็นผู้บังคับบัญชารองจากอธิบดีอัยการ รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ราชการภายในตามประกาศคณะกรรมการอัยการหรือตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด หรือที่อธิบดีอัยการมอบหมาย และ มีอำนาจหน้าที่อำนวยการ ประสานการปฏิบัติราชการ ควบคุมตรวจสอบ ประเมินผล และการรายงานผล การปฏิบัติราชการในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด หรืออธิบดีอัยการ
อัยการพิเศษฝ่ายเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการภายใน ตามประกาศคณะกรรมการอัยการหรือตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด และมีอำนาจหน้าที่อำนวยการ ประสาน การปฏิบัติราชการ ควบคุมตรวจสอบการดำเนินคดีให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการ หรือรองอธิบดีอัยการ
อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาคเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการภายใน ตามประกาศคณะกรรมการอัยการหรือตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด และมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ อำนวยการ ประสานการปฏิบัติราชการ ควบคุม กำกับดูแลการดำเนินคดีของสำนักงานคดี ภายในเขตท้องที่ ของสำนักงานคดีในภาคนั้นๆ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งผู้บังคับบัญชา และให้มีอำนาจเรียก สำนวนคดีใดคดีหนึ่งมาตรวจสอบพิจารณาหรือดำเนินคดีเอง หรือจะมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดคนหนึ่ง ดำเนินคดีแทนก็ได้ แต่ถ้าเรียกมาดำเนินคดีเอง หรือมอบหมายให้พนักงานอัยการคนอื่นดำเนินคดีแทน ต้องรายงานให้อธิบดีอัยการทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นในการดำเนินการดังกล่าว
อัยการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการภายในตามประกาศ คณะกรรมการอัยการหรือตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของ คณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด และมีอำนาจหน้าที่อำนวยการ ประสานการปฏิบัติราชการ ควบคุมตรวจสอบการดำเนินคดีให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งผู้บังคับบัญชา
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ 8 ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. 2547 โดยตัดความในวรรค ๖ และวรรค๗ เดิมออก
ข้อ ๑๓ การรับเรื่อง
เมื่อได้รับเรื่องขอให้ดำเนินคดีแล้ว ให้ลงรับในสารบบความแพ่งและบัญชีจ่ายสำนวนในวันที่ได้รับ สำนวนคดีและให้สั่งจ่ายสำนวนโดยเร็ว หากมีการเปลี่ยนตัวพนักงานอัยการผู้ว่าคดีให้บันทึกชื่อผู้รับโอนสำนวน ไวิในสารบบความแพ่งและบัญชีจ่ายสำนวนด้วย
คดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ให้สำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการรับเรื่องไว้พิจารณาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการนั้น และ หากจะต้องดำเนินคดีให้ส่งเรื่องให้สำนักงานคดีที่มีเขตอำนาจพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำนวนคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือสำนวนที่ศาลรับไว้เป็นคดีสาขาให้รับไว้เป็นสำนวนต่างหาก และให้ปฏิบัติตามหมวดนี้แล้วนำไปพ่วงกับสำนวนหลัก
สำนวนคดีแก้ต่างที่ตัวความขอให้ฟ้องแย้งด้วยและส่งมาในคราวเดียวกัน ในส่วนของฟ้องแย้งให้แยกรับเป็นสำนวนคดีว่าต่างแล้วนำไปพ่วงกับสำนวนคดีแก้ต่าง
สำนวนคัดค้านคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้น ให้ลงรับเป็นสำนวนไต่สวน และเมื่อศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว ให้ลงรับใหม่เป็นสำนวนคดีแก้ต่างในวันที่ทราบคำสั่งศาล
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๐ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยเพิ่มความในวรรค ๓ ถึง วรรคด ๕ ขึ้นใหม่
ข้อ ๑๔ การรับเรื่องที่เป็นข้อหารือหรือตรวจร่างสัญญา
งานตอบข้อหารือหรือตรวจร่างสัญญา ให้รับเป็นสำนวนและจัดทำสารบบแยกไว้ต่างหาก
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๑ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๑๕ การสั่งจ่ายสำนวน
ในกรุงเทพมหานคร เมื่อสำนักงานคดีได้รับเรื่องแล้ว ให้อธิบดีอัยการหรือรองอธิบดีอัยการที่ได้รับ มอบหมายพิจารณามอบหมายสำนวนไปยังสำนักงานคดีในสังกัด แล้วให้อัยการพิเศษฝ่ายสั่งจ่ายสำนวนต่อไป
ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร
(๑) เมื่อสำนักงานคดีแรงงานภาคได้รับเรื่อง ให้อธิบดีอัยการหรือรองอธิบดีอัยการที่ได้รับมอบหมาย พิจารณามอบหมายสำนวนไปยังสำนักงานคดีในสังกัด แล้วให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาคสั่งจ่ายสำนวนต่อไป
(๒) เมื่อสำนักงานอัยการจังหวัดได้รับเรื่อง ให้อัยการจังหวัดเป็นผู้สั่งจ่ายสำนวน
ในกรณีที่สำนักงานอัยการจังหวัดได้รับเรื่องโดยตรง ให้อัยการจังหวัดรายงานให้อธิบดีอัยการ สำนักงาน คดีแรงงานภาค ทราบโดยเร็ว
ผู้สั่งจ่ายสำนวนจะสั่งจ่ายสำนวนให้ตนเองหรือผูใต้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ กรณีสั่งจ่ายสำนวนให้หลายคน ให้ระบุด้วยว่าผู้ไดเป็นพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนผู้รับผิดชอบ
ผู้สั่งจ่ายสำนวนต้องลงชื่อพร้อมวันเดือนปีที่สั่งจ่าย
หากมีการเปลี่ยนตัวพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนผู้รับผิดชอบ ให้บันทึกชื่อผู้รับโอนสำนวนไวในสารบบ และบัญชีจ่ายสำนวนด้วย
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๒ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ.๒๕๔๗ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๙ การรายงานคดีสำคัญ
คดีที่ประชาชนสนใจ คดีที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลที่มีสถานะสำคัญ คดีที่มี ผลกระทบต่อรัฐหรือความรู้สึก ของประชาชนอย่างกว้างขวาง คดีที่มีการเสนอข่าวทางสื่อมวลชนและอยู่ในความสนใจของประชาชนในวงกว้าง คดีที่มีทุนทรัพย์ตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป หรือ คดีที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดหลักเกณฑ์ ให้ถือปฏิบัติ
เป็นคดีสำคัญ ให้รายงานเป็นคดีสำคัญ เว้นแต่ คดีอื่นที่เห็นว่าควรรายงานให้อัยการสูงสุดทราบ ให้เสนออธิบดีอัยการพิจารณารายงานเป็นคดีสำคัญ
การรายงานคดีสำคัญตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับเรื่องไว้แล้วให้รายงานตามลำดับชั้นถึงอัยการสูงสุด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๓๒ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นใหม่
ข้อ ๑๑ สารบบและงานธุรการ
สารบบและงานธุรการคดีแพ่ง ให้เป็นไปตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๕ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. 2547 โดยตัดความในวรรค ๒ ออก
ข้อ ๑๒ การอุดช่องว่างของระเบียบและการหารือ
ในกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กล่าวถึงไว้ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดที่จะต้องรีบปฏิบัติให้ทันกำหนดระยะเวลา มิฉะนั้น จะเสียหายแก่ราชการ ให้พนักงานอัยการใช้ดุลพินิจพิจารณาปฏิบัติไปตามที่เห็นสมควรโดยไม่ให้ เสียหายแก่ราชการ
กรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดข้องอันเกิดจากการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้หารือผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น หรือหารือไปยังอัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๗ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๑๖ การบันทึกความเห็นและคำสั่ง
ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนทำความเห็นและคำสั่งไวในแบบ (อ.ก. ๔)โดยให้ลงชื่อและตำแหน่ง ของผู้ทำความเห็นและผู้สั่ง พร้อมวันเดือนปีที่ทำความเห็นหรือคำสั่งไว้ด้วย
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๓ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๑๗ การตรวจพิจารณาสำนวน
ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนตรวจพิจารณาในประเด็นแห่งคดีที่สำคัญ เช่น เขตอำนาจ อายุความ ความประสงค์ของตัวความ ข้ออ้าง ข้อเถียง พยานหลักฐาน ประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย และอื่นๆ ที่จำเป็นในการวินิจฉัยสั่งคดี
หากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยสั่งคดีได้ให้พิจารณาสั่ง ให้รวบรวม พยานหลักฐานแล้วแจ้งให้ตัวความดำเนินการต่อไป โดยให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน ทำความเห็นเสนออัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาสั่ง
ในกรณีที่พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนเป็นผู้พิจารณาสั่งคดีนั้นได้อยู่แล้ว ให้เสนออัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งภาค หรืออัยการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบก่อนดำเนินการต่อไป
การตรวจพิจารณาสำนวนตามข้อนี้หากเห็นว่าไม่อาจรับดำเนินคดีได้ให้เสนออธิบดีอัยการพิจารณาสั่ง
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๔ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๑๘ การรวบรวมพยานหลักฐาน
การสั่งตัวความให้รวบรวมพยานหลักฐานนั้น ให้กำหนดประเด็นในการรวบรวมพยานหลักฐาน ให้ชัดเจนพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ตัวความดำเนินการไว้
กรณีตัวความไม่ดำเนินการและไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้แจ้งเตือน หากตัวความยังไม่ดำเนินการและไม่แจ้ง เหตุขัดข้องอีกให้ส่งเรื่องคืนโดยแจ้งเกี่ยวกับอายุความไปด้วย
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๕ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๒๐ พยานบุคคล
ให้พนักงานอัยการหรือนิติกรหรือเจ้าพนักงานคดีที่ได้รับมอบหมาย บันทึกคำพยาน ที่เกี่ยวข้องไว้ในแบบ (อ.ก.๒๒)
กรณีที่ตัวความเป็นผู้บันทึกคำพยาน พนักงานอัยการจะขอให้ตัวความนำพยานมาซักถามเพิ่มเดิมก็ได้
เมื่อมีเหตุสมควร พนักงานอัยการมีอำนาจเรียกบุคคลที่เชื่อว่าคำให้การจะเป็นประโยชน์แก,คดีมาซักถาม แล้วบันทึกไว้ก็ได้
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๖ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๒๑ พยานเอกสาร
พยานเอกสารตัวความอาจจะส่งต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้องแล้วก็ได้ เว้นแต่เอกสารนั้น จำเป็นต้องส่งต้นฉบับต่อศาลก็ให้แจ้งตัวความส่งต้นฉบับ และหากเอกสารใดที่เป็นตราสารซึ่งจะต้อง ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ให้แจ้งตัวความดำเนินการจัดให้มีการปิดอากรแสตมป์ หรือเสียอากรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายด้วย
ให้พนักงานอัยการรวบรวมบัญชีเอกสารและสำเนาเอกสารไว้ในสำนวน ส่วนต้นฉบับ ให้แยกเก็บรักษาไว้เอกสารใดที่ต้องส่งศาลหรือคู่ความให้พนักงานอัยการจัดทำสำเนารวมไว้ ในสำนวนหนึ่งชุด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๗ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๒๒ พยานวัตถุ
พนักงานอัยการอาจแจ้งให้ตัวความรวบรวมพยานวัตถุ จัดทำบัญชี บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุ และจัดทำภาพถ่ายพร้อมรับรองความถูกต้องรวมไว้ในสำนวน
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๗ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่
ข้อ ๒๓ การมอบหมายให้นิติกรหรือเจ้าพนักงานคดีช่วยดำเนินการ
พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนอาจมอบหมายให้นิติกรหรือเจ้าพนักงานคดีช่วยดำเนินการได้ ตามขอบเขตและวิธีการที่ผู้บังคับบัญชาหรือสำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด
หมายเหตุ ความเดิมบัญญัติอยู่ในข้อ ๑๙ ของระเบียบว่าด้วยการการดำเนินคดีแพ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗
Sed eleifend eleifend urna, mattis convallis nunc scelerisque eget. Mauris maximus nisl tortor, et facilisis dui hendrerit in. Vestibulum sit amet mollis ligula. Vivamus mattis efficitur efficitur. Donec sed dapibus dui. Proin a mollis neque. Quisque efficitur, risus vitae sodales commodo, arcu dui cursus metus, nec fringilla tortor dui non erat. Aliquam consequat purus sed interdum molestie. Nunc porta bibendum arcu in consectetur.
: Civil Litigation
แหล่งรวมความรู้ ทักษะ ตามภารกิจหลักด้านการการดำเนินคดีแพ่งตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการให้คำปรึกษากฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ