Page 702 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 702
462 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
652 อััยการนิิเทศฉบัับัพิิเศษ
อัยการมีค�าสั่งไม่ฟ้องก่อนแล้วจึงปล่อยตัวผู้ต้องหาไปหรือผู้ต้องหารับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ต่อการ
�
ึ
ั
�
ี
รวบรวมพยานหลักฐานซ่งพนักงานสอบสวนจะต้องดาเนินการในทันทหากรอให้พนักงานอัยการมีคาส่งให้
�
ิ
สอบสวนเพ่มเติมจะเกิดผลเสียหายแก่คดีเพราะพยานหลักฐานอาจถูกทาลายหรือถูกทาให้เสียหายได้และหาก
�
ั
ั
ี
ิ
ิ
พนกงานอัยการเห็นว่าเป็นการสอบสวนท่ไม่ชอบก็สามารถส่งให้สอบสวนเพ่มเตมได้และถือเป็นการสอบสวน
�
ี
�
ท่ชอบการดาเนินการของพนักงานสอบสวนจึงไม่น่าจะเป็นการดาเนินการโดยมิชอบแต่ประการใดประกอบกับ
�
กรณีดังกล่าวก็คล้ายกับสภาพปัญหาท่สานักงานตารวจแห่งชาติประสบอยู่ในช้นการทาความเห็นแย้งเสนออัยการ
�
ั
ี
�
่
สูงสุดเพอชขาดตามประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความอาญามาตรา145และพระราชบัญญตจัดต้งศาลแขวง
ั
ื
ี
ี
้
ั
ิ
และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499มาตรา12ซึ่งแต่เดิมก่อนท�าความเห็นแย้งส�าหรับส�านวน
การสอบสวนท่พนักงานอัยการมีความเห็นส่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาน้นโดยสภาพของการทาความเห็นแย้งหากเห็น
ี
ั
ั
�
ว่ายังมีสิ่งใดเคลือบคลุมไม่ชัดเจนซึ่งหากได้มีการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการด�าเนิน
ั
การฟ้องร้องคดีของพนักงานอัยการพนักงานสอบสวนก็จะส่งให้สอบสวนเพ่มเติมก่อนท�าความเห็นแย้งแล้ว
ิ
ั
�
ส่งผลการสอบสวนเพ่มเติมประกอบความเห็นแย้งพร้อมสานวนการสอบสวนท้งหมดไปยังอัยการสูงสุดเพ่อ
ิ
ื
ชี้ขาดแต่ต่อมาในระยะหลังอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งตอบมายังส�านักงานต�ารวจแห่งชาติว่าหลังจากพนักงาน
อัยการมีคาส่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาแล้วผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติไม่มีอานาจส่งสอบสวนเพ่มเติมก่อนทาความเห็นแย้ง
�
�
�
�
ั
ิ
ั
เพราะไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ท�าเช่นนั้นได้โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา140ถึง
ี
�
มาตรา142ได้กาหนดอานาจหน้าท่ของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบไว้กล่าวคือเม่อเห็นว่าการสอบสวนเสร็จ
ื
�
ั
แล้วพนักงานสอบสวนจะต้องทาความเห็นและส่งสานวนไปยังพนักงานอัยการเพ่อส่งการต่อไปเท่าน้นดังนั้น
ื
�
ั
�
ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติจึงขอหารือว่า
(1)เมื่อพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่มีอ�านาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิดหรืออ้างหรือเชื่อว่า
ี
�
�
ได้เกิดภายในเขตอานาจของตนหรือผู้ต้องหามีท่อยู่หรือถูกจับภายในเขตอานาจของตนตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญามาตรา18หรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญามาตรา19ได้สรุปส�านวนการสอบสวนโดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องหรือควรสั่งไม่ฟ้องส่งพนักงานอัยการ
ไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา142ต่อมาเจ้าหน้าที่ต�ารวจได้จับหรือรับตัวผู้ต้องหา
ไว้ควบคุมพนักงานสอบสวนจะด�าเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีโดยไม่ท�าให้คดี
ของพนักงานอัยการเสียหายได้หรือไม่เพียงใด
�
(2)กรณีพนักงานอัยการมีความเห็นส่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาแล้วส่งสานวนการสอบสวนพร้อมคาส่งเสนอ
ั
ั
�
ผู้บัญชาการต�ารวจแห่งชาติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา145หรือพระราชบัญญัติจัดตั้ง
�
ศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499มาตรา12ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติในฐานะ
ี
�
ิ
ั
ผู้ตรวจสอบยังสามารถส่งให้พนักงานสอบสวนทาการสอบสวนเพ่มเติมตามแนวเดิมท่กรมอัยการเคยตอบ
ข้อหารือไว้ว่ามีอ�านาจสั่งให้พนักงานสอบสวนท�าการสอบสวนเพิ่มเติมและวัตถุประสงค์ของประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาก็เป็นเช่นนั้นหรือไม่
คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (คณะที่ 11)ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวโดยมีผู้แทนส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ
�
ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย(กรมการปกครอง)ผู้แทนสานักงานศาลยุติธรรมและผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด
�
เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นดังนี้
ประเด็นที่ ๑เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามมาตรา18และมาตรา19แห่งประมวลกฎหมาย
ี
�
วิธีพิจารณาความอาญาเห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้วและได้ส่งสานวนการสอบสวนท่ยังเรียกหรือจับตัวผู้ต้องหา

