Page 704 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 704
654 อััยการนิิเทศฉบัับัพิิเศษ
464 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
ื
�
ั
กรณีตามปัญหาเม่อพนักงานสอบสวนสรุปสานวนการสอบสวนและมีความเห็นควรส่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
ตามมาตรา140มาตรา141หรือมาตรา142และส่งให้พนักงานอัยการแล้วพนักงานสอบสวนย่อมหมดอ�านาจ
ิ
ั
ี
ี
�
ท่จะทาการสอบสวนเพ่มเติมในคดีน้นอีกแม้ต่อมาในภายหลังจะได้พยานหลักฐานท่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็ตาม
ทั้งนี้เพราะบทบัญญัติในวรรคสามของมาตรา141และมาตรา143(2)(ก)แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญาไม่ได้ให้อานาจพนักงานสอบสวนท�าการสอบสวนเพ่มเติมเว้นแต่พนักงานอัยการจะสั่งให้สอบสวน
ิ
�
เพิ่มเติมประกอบกับค�าพิพากษาศาลฎีกาที่9/2481ก็วินิจฉัยว่าเมื่อพนักงานสอบสวนท�าการสอบสวนเสร็จและ
�
�
ได้ส่งสานวนการสอบสวนให้พนักงานอยการแล้วพนักงานสอบสวนย่อมหมดอานาจท่จะทาการสอบสวนคด ี
ั
�
ี
�
ต่อไปเพราะหากให้พนักงานสอบสวนเข้าเก่ยวข้องโดยลาพังได้ต่อไปอาจทาให้เสียหายแก่คดีโดยพนักงานอัยการ
�
ี
ผู้รับผิดชอบมิได้รู้เห็นตามควรแก่หน้าที่
ี
�
ิ
คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (คณะท่ 11)จึงเห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอานาจสอบสวนเพ่มเติม
�
ภายหลังจากท่ได้ส่งสานวนการสอบสวนให้แก่พนักงานอัยการแล้ว เพราะพนักงานสอบสวนหมดอานาจ
�
ี
ที่จะท�าการสอบสวนคดีต่อไปทั้งนี้ตามนัยค�าพิพากษาศาลฎีกาที่9/2481ส่วนการแจ้งข้อหาและการสอบสวน
ผู้ต้องหาที่จับได้ในภายหลังนั้นพนักงานสอบสวนจะต้องด�าเนินการตามมาตรา134 แห่งประมวลกฎหมายวิธี
6
ื
พิจารณาความอาญาโดยเม่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแล้วให้ส่งบันทึกการแจ้งข้อหาไปยังพนักงานอัยการ
โดยไม่ต้องท�าความเห็นอีก
ั
ประเด็นท่ 2กรณีพนักงานอยการท่คาส่งไม่ฟ้องผ้ต้องหาแล้วส่งสานวนการสอบสวนพร้อมคาส่งเสนอ
�
ู
�
�
ั
ั
ี
ี
�
ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาตรองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาตหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาตหรือผู้ว่า
ิ
ิ
�
ิ
�
ราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีตามมาตรา145แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือมาตรา12แห่ง
พระราชบัญญัติจัดต้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาต ิ
�
ั
�
�
ั
ิ
�
ิ
รองผู้บัญชาการตารวจแห่งชาตผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาตหรือผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีอานาจส่งให้
พนักงานสอบสวนท�าการสอบสวนเพิ่มเติมได้หรือไม่
ึ
ื
มาตรา134เม่อผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมาหรือเข้าหาพนักงานสอบสวนหรือปรากฏว่าผู้ใดซ่งมาอยู่ต่อหน้าเจ้าพนักงานเป็นผู้ต้องหาให้ถาม
ชื่อตัวนามสกุลชาติบังคับบิดามารดาอายุอาชีพที่อยู่ที่เกิดและแจ้งข้อหาให้ทราบและต้องบอกให้ทราบก่อนว่าถ้อยค�าที่ผู้ต้องหากล่าวนั้นอาจใช้เป็นพยาน
หลักฐานยันเขาในการพิจารณาได้เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดค�าให้การไว้ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้

