Page 442 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 442
120 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
404 อััยการนิิเทศฉบัับัพิิเศษ
-2-
ี
ึ
�
สานักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วเห็นว่าปัญหาท่เกิดข้นมีสาเหตุมาจากพนักงานอัยการยอมรับ
ส�านวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนโดยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา141และมาตรา142จึงเห็นควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการรับส�านวนรู้ตัวผู้กระท�าความผิดตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา141และมาตรา142วรรคสามโดยให้ยกเลิกหนังสือเวียน
ี
ั
ี
�
ท่อ้างถึงท้งสองฉบับและซักซ้อมความเข้าใจเก่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการรับสานวนการสอบสวนจากพนักงาน
สอบสวนโดยให้ถือปฏิบัติเสียใหม่ดังนี้
ี
�
ู
ั
ส�านวนร้ตัวผู้กระทาความผิดแต่เรยกหรือจับตัวยงไม่ได้ตามมาตรา141หมายถึงส�านวนที่ยัง
เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ไม่มีผู้ต้องหาปรากฏต่อพนักงานสอบสวนดังนั้นคดีประเภทน้พนักงานสอบสวน
ี
�
ั
ั
�
ผู้รับผิดชอบจึงเพียงทาความเห็นควรส่งฟ้องหรือควรส่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมสานวนให้พนักงานอัยการเช่นน ้ ี
พนักงานอัยการรับส�านวนได้
�
ื
แต่สานวนรู้ตัวผู้กระทาความผิดและผู้น้นถูกควบคุมหรือขังอยู่หรือปล่อยตัวช่วคราวหรือเช่อว่าคงได้
ั
ั
�
ตัวมาเมื่อออกหมายเรียกตามมาตรา142หมายถึงส�านวนที่มีตัวผู้ต้องหาอยู่ในอ�านาจควบคุมขังหรือปล่อยตัว
ชั่วคราวของศาลหรือพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนสามารถได้ตัวมาเมื่อออกหมายเรียกดังนั้นเมื่อ
พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีความเห็นควรสั่งฟ้องส�านวนดังกล่าวนี้ย่อมต้องมีผู้ต้องหาปรากฏต่อพนักงาน
ี
�
สอบสวนและได้ทาการสอบสวนผู้ต้องหาแล้วกรณีเช่นน้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจะส่งสานวนได้ก็ต่อเม่อ
ื
�
�
ส่งตัวผู้ต้องหามาด้วยหรือผู้ต้องหาถูกขังอยู่ในอานาจศาลท่พนักงานอัยการจะย่นฟ้องได้แม้ต่อมาพนักงาน
ื
ี
�
สอบสวนผู้รับผิดชอบจะไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาได้โดยผู้ต้องหาหลบหนีประกันหรือไม่สามารถดาเนินการ
ให้ผู้ต้องหามาอยู่ในอ�านาจศาลที่พนักงานอัยการจะฟ้องได้เช่นถูกคุมขังอยู่ในอ�านาจศาลอึ่นก็ไม่ท�าให้ส�านวน
รู้ตัวผู้กระท�าความผิดตามมาตรา142เปลี่ยนไปเป็นส�านวนรู้ตัวผู้กระท�าความผิดตามมาตรา141ตามที่เข้าใจกัน
�
�
ั
กรณีสานวนรู้ตัวผู้กระทาความผิดและพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรส่งฟ้องตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา142วรรคสามแล้วพนักงานอัยการจะรับส�านวนได้ต้องเข้าหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
1.พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวผู้ต้องหามาพร้อมสานวนไม่ว่าผู้ต้องหาซ่งได้รับการปล่อยช่วคราว
�
ั
ึ
จะถูกสอบสวนเกินกาหนดเวลาสามเดือนหรือหกเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา113
�
วรรคแรกแล้วก็ตาม
ี
2.หากผู้ต้องหาถูกขังอยู่ต้องเป็นกรณีท่ผู้ต้องหาถูกขังอยู่ในอานาจศาลท่พนักงานอัยการรับส�านวน
ี
�
ไว้จะยื่นฟ้องได้
�
ึ
ั
ิ
ื
้
ื
ั
ี
3.ส�านวนท่ผู้ต้องหาถูกคุมขงอยู่ในคดอ่นท่เรือนจาซ่งอยู่ในเขตในอ�านาจศาลอ่นนนมีข้อพจารณา
ี
ี
เป็น3กรณีคือ
ั
ี
ื
�
�
ึ
�
ื
3.1 ในคดีอ่นในเรือนจาซ่งอยู่อานาจศาลอ่นท่มีคาพิพากษาถึงท่สุดให้จาคุกน้นได้มีการแก้ไข
ี
�
�
�
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา47บัญญัติให้เรือนจาหรือทัณฑสถานเป็นภูมิลาเนาของผู้ท่ถูกจาคุก
ี
�
ท�าให้ศาลท่มีเขตอานาจเหนือเรือนจาท่ผู้ถูกจาคุกต้องโทษอยู่มีอานาจชาระคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ี
ี
�
�
�
�
�
ั
ความอาญามาตรา22(1)ซึ่งท�าให้พนักงานอัยการประจาศาลน้นฟ้องคดีได้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
�
/สามารถสงส�านวน
่

