ตอน การสืบสวนสอบสวน

บทความโดย ฮูกจิ๋ว
กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายได้กำหนดเพิ่มเติมในเรื่องของการสอบสวน เกี่ยวกับบุคคลที่มีอำนาจการสอบสวน คือ ให้พนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ เป็นพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนและรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และดำเนินคดีในความผิดฐานการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมและย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การบังคับให้บุคคลสูญหาย และความผิดอื่นที่เกี่ยวพันกัน นอกเหนือจากพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (มาตรา 31 วรรคแรก) และสำหรับความผิดฐานทำให้บุคคลสูญหายนั้น กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะว่าให้ทำการสืบสวนจนกว่าจะพบผู้สูญหายหรือปรากฏหลักฐานอันน่าเชื่อว่าตาย (มาตรา 10)
หากเกิดกรณีที่มีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่พนักงานอัยการ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบ เพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที (มาตรา 31 วรรคสาม) แต่อย่างไรก็ดี หากเกิดกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนท้องที่ใดหรือหน่วยงานใด จะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสรุปสำนวนการสอบสวนและทำความเห็นเสนอพนักงานอัยการว่าควรสั่งอย่างไรต่อไป กฎหมายกำหนดให้อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้มีสิทธิชี้ขาด (มาตรา 31 วรรคสี่)
อีกทั้ง กฎหมายยังกำหนดให้หน่วยงานที่มีอำนาจสืบสวนสอบสวนในคดีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ รายงานต่อผู้เสียหายให้ทราบถึงผลความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย (มาตรา 32)
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
เกี่ยวกับผู้เขียน



