ตอน ความผิดเกี่ยวกับการทรมานและบังคับสูญหาย

บทความโดย ฮูกจิ๋ว
กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ได้ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะถึงนี้ (อ้างอิงการนับเวลาจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2553)
กฎหมายดังกล่าวเป็นการเขียนขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีในตราสารระหว่างประเทศ 2 ฉบับ คือ
- อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against torture and other cruel inhuman or degrading treatment or punishment : CAT) ซึ่งไทยได้ลงนามเมื่อปี 2550
- อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of all Persons from Enforced Disappearance : CED) ซึ่งไทยได้ลงนามเมื่อปี 2555
โดยเหตุผลถึงการออกฎหมายฉบับนี้ คือ การซ้อมทรมานและการทำให้บุคคลสูญหายซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่ไม่อาจยอมรับได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนดฐานความผิด มาตรการป้องกันและปราบปราม มาตรการเยียวยาผู้เสียหาย ตลอดจนมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
กฎหมายดังกล่าว มีการกำหนดให้การกระทำบางอย่างเป็นความผิดอาญาและมีการกำหนดโทษไว้ 3 เรื่องใหญ่ คือ
1. การทรมาน (มาตรา 5) คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐทำการบางอย่างให้ผู้อื่นเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานอย่างมากแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ดังนี้
- ให้ได้ข้อมูลหรือคำรับสารภาพ
- ลงโทษผู้ถูกกระทำโดยไม่มีสิทธิ
- ข่มขู่หรือขู่เข็ญ
- เลือกปฏิบัติ
2. การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมและย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 6)
3. การบังคับให้บุคคลสูญหาย (มาตรา 7) คือ การเจ้าหน้าที่ของรัฐควบคุมตัว หรือลักพาใครไป ทำให้คนนั้นไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพราะเหตุที่เราไม่ทราบชะตากรรมของคนนั้น โดยกฎหมายให้ถือเป็นความผิดต่อเนื่องจนกว่าที่จะทราบชะตากรรม
ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำความผิดดังกล่าวที่ต่างประเทศ กฎหมายกำหนดให้ต้องรับโทษในประเทศไทย (มาตรา 10) อีกทั้ง กฎหมายยังกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถอ้างเหตุผลใด ไม่ว่าจะเป็นภาวะสงครามหรือภัยคุกคามที่จะเกิดสงคราม ความไม่มั่นคงทางการเมืองภายในประเทศ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินใดเพื่อให้มีอำนาจในการทรมานหรือบังคับสูญหายอีกด้วย (มาตรา 12)
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
เกี่ยวกับผู้เขียน



