Page 345 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 345
142 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ 309
ิ
�
หากกรมศุลกากรดาเนินการตามแนวทางข้างต้นไปแล้วปรากฏว่าการตรวจสารเติมแต่ง
ั
�
�
ี
ี
ยังไม่ชัดเจนพอท่จะใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นนามันท่ลกลอบนาเข้าหรือเจ้าหน้าท่กรมทะเบียนการค้า
ี
้
ไม่สามารถที่จะยืนยันได้ให้กรมศุลกากรเสนอรัฐบาลใช้มาตรการอื่นๆที่เตรียมไว้ออกมาด�าเนินการเช่นการ
เติมสารMarkerในน�้ามันที่ผลิตได้ในประเทศหรือน�าเข้ามาในประเทศ
�
ิ
ุ
ี
ั
(5) การติดตามผลคดในช้นสอบสวนให้กรมศลกากรตดตามสอบถามเจ้าหน้าท่ตารวจ
ี
อยู่เสมอและในชั้นการพิจารณาของพนักงานอัยการให้กรมศุลกากรจัดส่งข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับคดีที่รวบรวมไว้
แต่ต้นให้แก่พนักงานอัยการเพื่อใช้เปรียบเทียบกับส�านวนการสอบสวนของต�ารวจ
(6) เพ่อให้การปรับปรุงแนวทางการดาเนินคดีของกรมศุลกากรมีผลครอบคลุมไปถึงการ
ื
�
ด�าเนินคดีของหน่วยงานอื่นๆด้วยเช่นต�ารวจน�้าจึงควรเสนอให้หน่วยงานอื่นที่มีการด�าเนินคดีผู้ลักลอบน�าเข้า
น�้ามันเชื้อเพลิงต้องแจ้งให้กรมศุลกากรทราบเพื่อประสานงานให้การด�าเนินคดีเป็นไปในแนวทางข้างต้นทุกราย
(7) ให้ปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่5ตุลาคม2536ซึ่งก�าหนดให้
ื
�
�
�
กรมศุลกากรดาเนินคดีกับผู้ต้องหาลักลอบนาเข้านามันเช้อเพลิงให้ถึงท่สุดทุกรายและมิให้ทาความตกลงระงับ
ี
�
้
คดีโดยให้มีข้อยกเว้นไม่ต้องด�าเนินคดีได้ในกรณีที่กรมศุลกากรเห็นว่าผู้กระท�าผิดรายใดมีหลักฐานอ่อนและ
อาจมีปัญหาในการด�าเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
�
- ให้กรมศุลกากรเสนอต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบระงับคดซ่งมีผู้แทนกรมตารวจ
ึ
ี
และผู้แทนกระทรวงการคลังร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย
- ในการระงับคดีจะต้องทาการริบเรือด้วยเว้นแต่จะมีเหตุว่าขัดข้องต่อความเป็นธรรม
�
ทั้งนี้ให้เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการเปรียบเทียบฯที่จะพิจารณาความเหมาะสมในการเปรียบเทียบความผิด
�
ื
แต่หากไม่ริบเรือให้เจ้าของเรอทาหนังสือยืนยันต่อกรมศุลกากรเป็นเอกสารประกอบการระงับคดีว่าจะไม่นาเรือ
�
�
�
�
ดังกล่าวไปใช้ในการกระทาความผิดหรือให้ผู้อ่นเช่าไปใช้ในการกระทาผิดหากกระทาผิดซ�้ายินยอมให้ริบเรือ
ื
2.7 เพ่อให้การพิจารณาในช้นของพนักงานอัยการเป็นไปอย่างรัดกุมย่งข้นให้สานักงานอัยการ
ื
�
ั
ึ
ิ
สูงสุดถือว่าคดีลักลอบน�าเข้าน�้ามันเชื้อเพลิงเป็นคดีส�าคัญรัฐบาลมีนโยบายที่จะปราบปรามเป็นกรณีพิเศษหาก
พนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องทุกข้อหาบางข้อหาหรือสั่งไม่ริบของกลางก่อนมีความเห็นและค�าสั่ง
ให้บันทึกความเห็นเสนออัยการสูงสุดก่อนมีค�าสั่ง
2.8 ให้มีการขยายเขตน่านนาจากปัจจุบัน12ไมล์ทะเลเป็น24ไมล์ทะเลโดยจัดต้งคณะ
้
ั
�
อนุกรรมการฯข้นชุดหน่งเพ่อพิจารณาแก้ไขเพ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469เพ่อให้เจ้าหน้าท่ศุลกากร
ื
ื
ิ
ึ
ี
ึ
มีอ�านาจปฏิบัติการใน“เขตต่อเนื่อง”ระหว่าง12-24ไมล์ทะเลได้
2.9 มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับไปหารือกับบริษัทผู้ค้าน�้ามันต่างๆเพื่อให้ทราบ
ถึงข้อมูลหรือเบาะแสที่แท้จริงในการลักลอบน�าเข้าน�้ามันเชื้อเพลิงที่จะเป็นประโยชน์และช่วยให้สามารถแก้ไข
ปัญหาการลักลอบน�าเข้าน�้ามันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3.ให้กระทรวงมหาดไทย(กรมต�ารวจ)กระทรวงการคลัง(กรมศุลกากรกรมสรรพสามิตและ
กรมสรรพากร)กระทรวงพาณิชย์(กรมทะเบียนการค้าและกรมการค้าต่างประเทศ)ส�านักงานอัยการสูงสุด
กองทัพเรือส�านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากระทรวงการต่างประเทศ(กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย)กระทรวง
ี
ื
ี
�
คมนาคม(กรมเจ้าท่า)สพช.และหน่วยงานอ่นท่เก่ยวข้องรับไปดาเนินการในการแก้ไขปัญหาการลักลอบ

