เทคโนโลยีดิจิทัล : กุญแจสู่ความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของสาธารณรัฐเอสโตเนีย

เมื่อกล่าวถึงประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลที่ก้าวหน้าของโลก ชื่อของสาธารณรัฐเอสโตเนียจะขึ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ แม้ว่า “เอสโตเนีย” เป็นประเทศเกิดใหม่ที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตเมื่อปี พ.ศ. 2534 และเป็นประเทศ ที่มีประชากรน้อยที่สุด ในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ในปัจจุบันเอสโตเนียถือเป็นประเทศต้นแบบรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ซึ่งว่ากันว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีการเชื่อมต่อข้อมูลภาครัฐอย่างสมบูรณ์และครอบคลุมในทุกด้าน โดยการให้บริการของภาครัฐในเอสโตเนียสามารถให้บริการทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุก ๆ วัน เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การจดทะเบียนสมรส มีเพียงกรณีการจดทะเบียนหย่าเท่านั้นที่ยังไม่สามารถให้บริการทางออนไลน์ได้ นอกจากนี้ เอสโตเนียยังได้นําเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการยุติธรรม (e-Justice) ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินคดี อันส่งผลให้เอสโตเนียเป็นประเทศที่มีความรวดเร็วในการดำเนินคดีในศาลเป็นอันดับสองของทวีปยุโรป โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เอสโตเนียสามารถพัฒนาระบบ e-Justice ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1. การวางแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ รัฐบาลของเอสโตเนียได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ใน การพัฒนาประเทศ โดยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน อันทำให้มีเวลาในการไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ต่อไปได้ รวมทั้งเป็นการสร้างศักยภาพและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ควบคู่กับการปฏิรูประบบบริหารราชการ และการให้บริการประชาชนของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความปลอดภัยจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
2. การเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับทุกคน นอกจากการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพแล้วจะต้องทำให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าใจวิธีการในการใช้ระบบด้วย รัฐบาลของเอสโตเนียจึงได้มีการเปิดตัวโครงการ “เสือกระโดด” (Tiger Leap) ขึ้น เพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งมีคอมพิวเตอร์และสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานในการเขียนโปรแกรม รวมทั้งจะมีการสอนการใช้คอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุตาม ห้องสมุดชุมชน นอกจากนี้ จะต้องมีการสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนในการเปลี่ยนมาใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยแสดงให้เห็นว่าการใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมีความสะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้วิธีการแบบปกติ
3. การบริการภาครัฐที่ต่อเนื่องและโปร่งใส รัฐบาลจะริเริ่มให้บริการโดยไม่ต้องรอคําเรียกร้องจากประชาชนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน โดยมีเป้าหมายในการทำให้รัฐบาลสามารถทำงานให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน และมีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเป็นรากฐานของการสร้างความไว้วางใจต่อวิธีการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งประชาชนมีสิทธิที่จะรู้ว่าผู้ใดกําลังใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน นอกจากนี้มีการบังคับใช้หลักการที่ว่าหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ จะต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของประชาชนทั้งหมดเข้าด้วยกัน ได้จากการขอข้อมูลจากประชาชนเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
4. ระบบเอ็กซ์โรด (X-Road) ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานหรือเส้นทางในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ระบบข้อมูลสารสนเทศของแต่ละหน่วยงานสามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ทั่วทั้งภาครัฐ ถึงแม้ว่าจะทำงานอยู่บนระบบที่แตกต่างกันก็ตาม
5. การนําเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการยุติธรรม (e-Justice) เอสโตเนียเป็นหนึ่งในประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการบริหารจัดการกระบวนการในศาลและการติดต่อสื่อสารระหว่างศาลกับหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งคู่ความที่เกี่ยวข้อง โดยคู่กรณีและตัวแทนของคู่กรณีสามารถส่งเอกสารของคู่กรณีไปยังศาลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถติดตามความคืบหน้าของกระบวนการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องและสามารถส่งเอกสารต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาคดีได้ รวมทั้งประชาชนยังสามารถโต้แย้งคําร้อง คําตัดสิน ชําระค่าปรับ ตลอดจนสามารถค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลประวัติอาชญากรเกี่ยวกับตนเองและบุคคลอื่นได้
ดังนั้น ถึงแม้ว่าเอสโตเนียจะเป็นประเทศขนาดเล็ก ที่เพิ่งเกิดใหม่เพียงประมาณ 30 ปี แต่ด้วยวิสัยทัศน์ ในการพัฒนาประเทศทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีระบบและต่อเนื่องโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง จึงทำให้เอสโตเนียสามารถพัฒนาประเทศไปอย่างรวดเร็ว จนได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมแห่งข้อมูลที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างน่าศึกษา
บทความโดย อัศวินฮูก (Knight Owl)


