Page 783 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 783
ิ
อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ 731
สำนักงานอัยการสูงสุด
ที่ อส(สฝปผ.) 0018 / ว 173
สำนักงานอัยการสูงสุด
ที่ อส(สฝปผ.) 0018 / ว 173
ที่ อส(สฝปผ.) 0018 / ว 173 สำนักงานอัยการสูงสุด
ที่ อส(สฝปผ.) 0018 / ว 173
สำนักงานอัยการสูงสุด
ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
25 เมษายน 2548
25 เมษายน 2548
25 เมษายน 2548
25 เมษายน 2548
เรื่อง การขอใหศาลนับโทษตอ
เรื่อง การขอใหศาลนับโทษตอ
เรื่อง การขอใหศาลนับโทษตอ
เรื่อง การขอใหศาลนับโทษตอ
เรียน รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุภาร
เรียน รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุภาร
เรียน รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุภาร
เรียน รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุภาร
อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
ิ
่
ี
่
ี
ิงมาดวย สำเนาคำพพากษาศาลฎกาท 7262/2546
สงทสงมาดวย สำเนาคำพพากษาศาลฎกาท 7262/2546
่
่
ิ
ี
ี
สงทส
ิ
ี
่
่
ี
สงทสงมาดวย สำเนาคำพพากษาศาลฎกาท 7262/2546
่
ิ
่
ี
ี
ิ
ี
่
สงทสงมาดวย สำเนาคำพพากษาศาลฎกาท 7262/2546
่
ี
ิ
ี
่
ิ
ี
่
ดวยไดมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7262/2546 คดีอาญาระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา
ดวยไดมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7262/2546 คดีอาญาระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา
ดวยไดมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7262/2546 คดีอาญาระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา
ดวยไดมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7262/2546 คดีอาญาระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา
โจทก นายภิญโญ หรือ โญ จิตรากูล จำเลย เรื่อง ชิงทรัพย วินิจฉัยวา คดีนี้จำเลยใหการปฏิเสธและมิไดใหการรับวา
โจทก นายภิญโญ หรือ โญ จิตรากูล จำเลย เรื่อง ชิงทรัพย วินิจฉัยวา คดีนี้จำเลยใหการปฏิเสธและมิไดใหการรับวา
โจทก นายภิญโญ หรือ โญ จิตรากูล จำเลย เรื่อง ชิงทรัพย วินิจฉัยวา คดีนี้จำเลยใหการปฏิเสธและมิไดใหการรับวา
โจทก นายภิญโญ หรือ โญ จิตรากูล จำเลย เรื่อง ชิงทรัพย วินิจฉัยวา คดีนี้จำเลยใหการปฏิเสธและมิไดใหการรับวา
เปนบุคคลเดียวกับคดีที่โจทกขอใหนับโทษตอ แมคดีที่โจทกอางจะเปนคดีที่ฟองและพิจารณาใน ศาลชั้นตนก็ตาม
เปนบุคคลเดียวกับคดีที่โจทกขอใหนับโทษตอ แมคดีที่โจทกอางจะเปนคดีที่ฟองและพิจารณาใน ศาลชั้นตนก็ตาม
เปนบุคคลเดียวกับคดีที่โจทกขอใหนับโทษตอ แมคดีที่โจทกอางจะเปนคดีที่ฟองและพิจารณาใน ศาลชั้นตนก็ตาม
เปนบุคคลเดียวกับคดีที่โจทกขอใหนับโทษตอ แมคดีที่โจทกอางจะเปนคดีที่ฟองและพิจารณาใน ศาลชั้นตนก็ตาม
แตก็มิใชเปนขอเท็จจริงที่ศาลจะรับรูไดเอง เปนหนาที่โจทกตองนําสืบใหปรากฏวาจำเลย เปนบุคคลเดียวกับคดีที่
แตก็มิใชเปนขอเท็จจริงที่ศาลจะรับรูไดเอง เปนหนาที่โจทกตองนําสืบใหปรากฏวาจำเลย เปนบุคคลเดียวกับคดีที่
แตก็มิใชเปนขอเท็จจริงที่ศาลจะรับรูไดเอง เปนหนาที่โจทกตองนําสืบใหปรากฏวาจำเลย เปนบุคคลเดียวกับคดีที่
แตก็มิใชเปนขอเท็จจริงที่ศาลจะรับรูไดเอง เปนหนาที่โจทกตองนําสืบใหปรากฏวาจำเลย เปนบุคคลเดียวกับคดีที่
โจทกอาง
็
ุ
ขอใหนบโทษตอ ขอเทจจริงตามพยานหลักฐานของโจทกฟงไดเพยงวา เจาพนกงานตํารวจจับกมจำเลยได
ั
ี
ั
ุ
ี
็
โจทกอางขอใหนบโทษตอ ขอเทจจริงตามพยานหลักฐานของโจทกฟงไดเพยงวา เจาพนกงานตํารวจจับกมจำเลยได
ั
ั
โจทกอางขอใหนบโทษตอ ขอเทจจริงตามพยานหลักฐานของโจทกฟงไดเพยงวา เจาพนกงานตํารวจจับกมจำเลยได
ั
ั
็
ี
ุ
ี
ุ
ั
โจทกอางขอใหนบโทษตอ ขอเทจจริงตามพยานหลักฐานของโจทกฟงไดเพยงวา เจาพนกงานตํารวจจับกมจำเลยได
็
ั
เนื่องจากจำเลยกระทําความผิดในคดีอื่นเทานั้น ยังไมเพียงพอที่จะรับฟงวาจำเลยเปนบุคคลเดียวกับจำเลยในคดที่
เนื่องจากจำเลยกระทําความผิดในคดีอื่นเทานั้น ยังไมเพียงพอที่จะรับฟงวาจำเลยเปนบุคคลเดียวกับจำเลยในคดที่
เนื่องจากจำเลยกระทําความผิดในคดีอื่นเทานั้น ยังไมเพียงพอที่จะรับฟงวาจำเลยเปนบุคคลเดียวกับจำเลยในคดที่ ี ี ี
ี
เนื่องจากจำเลยกระทําความผิดในคดีอื่นเทานั้น ยังไมเพียงพอที่จะรับฟงวาจำเลยเปนบุคคลเดียวกับจำเลยในคดที่
โจทกอาง ที่ศาลอุทธรณภาค 9 พิพากษาไมนับโทษตอใหนั้น ศาลฎีกาเห็นฟองดวย ฎีกาของโจทกฟงไมข้น
โจทกอาง ที่ศาลอุทธรณภาค 9 พิพากษาไมนับโทษตอใหนั้น ศาลฎีกาเห็นฟองดวย ฎีกาของโจทกฟงไมข้น
โจทกอาง ที่ศาลอุทธรณภาค 9 พิพากษาไมนับโทษตอใหนั้น ศาลฎีกาเห็นฟองดวย ฎีกาของโจทกฟงไมข้น ึ ึ ึ
ึ
โจทกอาง ที่ศาลอุทธรณภาค 9 พิพากษาไมนับโทษตอใหนั้น ศาลฎีกาเห็นฟองดวย ฎีกาของโจทกฟงไมข้น
พิพากษายืน
พิพากษายืน
พิพากษายืน
พิพากษายืน
สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแลวเห็นวา การนับโทษตอนั้นมีที่มาจากความตอนทายของ
สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแลวเห็นวา การนับโทษตอนั้นมีที่มาจากความตอนทายของ
สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแลวเห็นวา การนับโทษตอนั้นมีที่มาจากความตอนทายของ
สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแลวเห็นวา การนับโทษตอนั้นมีที่มาจากความตอนทายของ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ที่วา “เวนแตคำพิพากษานั้นจะกลาวไวเปนอยางอื่น” หมายความ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ที่วา “เวนแตคำพิพากษานั้นจะกลาวไวเปนอยางอื่น” หมายความ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ที่วา “เวนแตคำพิพากษานั้นจะกลาวไวเปนอยางอื่น” หมายความ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ที่วา “เวนแตคำพิพากษานั้นจะกลาวไวเปนอยางอื่น” หมายความ
ไปตามหลักสอง
วาการขอใหนับโทษตอเปนการขอใหศาลเริ่มนับโทษจำคุกเปนอยางอื่น (ฎีกาที่ 4656/2540) ไมเปนไปตามหลักสอง
วาการขอใหนับโทษตอเปนการขอใหศาลเริ่มนับโทษจำคุกเปนอยางอื่น (ฎีกาที่ 4656/2540) ไมเปน
วาการขอใหนับโทษตอเปนการขอใหศาลเริ่มนับโทษจำคุกเปนอยางอื่น (ฎีกาที่ 4656/2540) ไมเปนไปตามหลักสอง
วาการขอใหนับโทษตอเปนการขอใหศาลเริ่มนับโทษจำคุกเปนอยางอื่น (ฎีกาที่ 4656/2540) ไมเปนไปตามหลักสอง
ประการคือ (1) ใหเริ่มนับโทษหรือลงโทษจำคุกตั้งแตวันมีคำพิพากษา (2) ใหหักจำนวนวันที่ผูตองคำพิพากษาถูก
ประการคือ (1) ใหเริ่มนับโทษหรือลงโทษจำคุกตั้งแตวันมีคำพิพากษา (2) ใหหักจำนวนวันที่ผูตองคำพิพากษาถูก
ประการคือ (1) ใหเริ่มนับโทษหรือลงโทษจำคุกตั้งแตวันมีคำพิพากษา (2) ใหหักจำนวนวันที่ผูตองคำพิพากษาถูก
ประการคือ (1) ใหเริ่มนับโทษหรือลงโทษจำคุกตั้งแตวันมีคำพิพากษา (2) ใหหักจำนวนวันที่ผูตองคำพิพากษาถูก
คุมขังมากอนวาคำพิพากษาออกจากระยะเวลาที่กําหนดใหจำคุกตามคำพิพากษา ซึ่งศาลที่พิพากษาคดีนั้นจะตอง
คุมขังมากอนวาคำพิพากษาออกจากระยะเวลาที่กําหนดใหจำคุกตามคำพิพากษา ซึ่งศาลที่พิพากษาคดีนั้นจะตอง
คุมขังมากอนวาคำพิพากษาออกจากระยะเวลาที่กําหนดใหจำคุกตามคำพิพากษา ซึ่งศาลที่พิพากษาคดีนั้นจะตอง
คุมขังมากอนวาคำพิพากษาออกจากระยะเวลาที่กําหนดใหจำคุกตามคำพิพากษา ซึ่งศาลที่พิพากษาคดีนั้นจะตอง
กลาวไวในคำพิพากษา เชน พิพากษาใหเริ่มโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ตอจากโทษจำคุกในคดีกอน
หรือใหเริ่มโทษจำคุก
กลาวไวในคำพิพากษา เชน พิพากษาใหเริ่มโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ตอจากโทษจำคุกในคดีกอน หรือใหเริ่มโทษจำคุก
กลาวไวในคำพิพากษา เชน พิพากษาใหเริ่มโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ตอจากโทษจำคุกในคดีกอน หรือใหเริ่มโทษจำคุก
กลาวไวในคำพิพากษา เชน พิพากษาใหเริ่มโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ตอจากโทษจำคุกในคดีกอน หรือใหเริ่มโทษจำคุก
ิ
ั
่
ั
ื
ี
ุ
ี
ี
ิ
ในคดนตอเมอโทษกกขงในคดกอนสินสดลง เปนตน การขอใหนบโทษตอ เดมมกาหนดอยในระเบยบกรมอยการวา
ั
ี
ั
ั
ั
้
้
ี
ู
ี
ู
ี
ุ
ื
ั
ํ
ในคดนตอเ
ี
้
ีม่อโทษกกขงในคดกอนสินสดลง เปนตน การขอใหนบโทษตอ เดมมกําหนดอยในระเบยบกรมอัยการวา
้
ี
ั
ี
ิ
ื
ู
ี
ํ
ี
ั
ี
่
ี
ในคดนตอเมอโทษกกขงในคดกอนสินสดลง เปนตน การขอใหนบโทษตอ เดมมกาหนดอยในระเบยบกรมอยการวา
ุ
้
้
ั
ั
ี
ํ
ั
ี
ิ
ุ
ี
ในคดนตอเมอโทษกกขงในคดกอนสินสดลง เปนตน การขอใหนบโทษตอ เดมมกาหนดอยในระเบยบกรมอยการวา
้
ี
ี
้
่
ั
ั
ื
ู
ั
ดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 69 ปจจุบันกําหนดอยูในระเบียบสำนักงานอัยการ
ดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 69 ปจจุบันกําหนดอยูในระเบียบสำนักงานอัยการ
ดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 69 ปจจุบันกําหนดอยูในระเบียบสำนักงานอัยการ
ดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 69 ปจจุบันกําหนดอยูในระเบียบสำนักงานอัยการ
ุ
สูงสุด วาดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ขอ 97 ขอที่วา จำเลยเปนบคคลเดียวกับคดีที่
ุ
สูงสุด วาดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ขอ 97 ขอที่วา จำเลยเปนบคคลเดียวกับคดีที่
ุ
สูงสุด วาดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ขอ 97 ขอที่วา จำเลยเปนบคคลเดียวกับคดีที่
ุ
สูงสุด วาดวยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ขอ 97 ขอที่วา จำเลยเปนบคคลเดียวกับคดีที่
ขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงท่โจท
ี
ีก เปนผูกลาวอาง โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบถึงขอเท็จจริงดังกลาว
ขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงท่โจทก เปนผูกลาวอาง โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบถึงขอเท็จจริงดังกลาว
ขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงท่โจทก เปนผูกลาวอาง โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบถึงขอเท็จจริงดังกลาว
ี
ขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงท่โจทก เปนผูกลาวอาง โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบถึงขอเท็จจริงดังกลาว
ี
ี่
เพราะไมใชขอทศาลรูไดเองเวนแตศาลรูไดโดยการสอบถามจำเลยหรือจำเลยใหการรับวาเปนบุคคลเดียวกับคดีที่
ี่
เพราะไมใชขอทศาลรูไดเองเวนแตศาลรูไดโดยการสอบถามจำเลยหรือจำเลยใหการรับวาเปนบุคคลเดียวกับคดีที่
เพราะไมใชขอทศาลรูไดเองเวนแตศาลรูไดโดยการสอบถามจำเลยหรือจำเลยใหการรับวาเปนบุคคลเดียวกับคดีที่
ี่
เพราะไมใชขอทศาลรูไดเองเวนแตศาลรูไดโดยการสอบถามจำเลยหรือจำเลยใหการรับวาเปนบุคคลเดียวกับคดีที่
ี่
โจทกขอใหนับโทษตอ ดังคำพิพากษาฎีกา ตอไปนี้
โจทกขอใหนับโทษตอ ดังคำพิพากษาฎีกา ตอไปนี้
โจทกขอใหนับโทษตอ ดังคำพิพากษาฎีกา ตอไปนี้
โจทกขอใหนับโทษตอ ดังคำพิพากษาฎีกา ตอไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 7114/2542 ขอเท็จจริงที่วาจำเลยในคดีนี้เปนจำเลยคนเดียวกับ จำเลย
คำพิพากษาฎีกาที่ 7114/2542 ขอเท็จจริงที่วาจำเลยในคดีนี้เปนจำเลยคนเดียวกับ จำเลย
คำพิพากษาฎีกาที่ 7114/2542 ขอเท็จจริงที่วาจำเลยในคดีนี้เปนจำเลยคนเดียวกับ จำเลย
คำพิพากษาฎีกาที่ 7114/2542 ขอเท็จจริงที่วาจำเลยในคดีนี้เปนจำเลยคนเดียวกับ จำเลย
ในคดีอาญาที่โจทกขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงตางหากจากขอเท็จจริงที่โจทกบรรยายวา จำเลยกระทํา
ในคดีอาญาที่โจทกขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงตางหากจากขอเท็จจริงที่โจทกบรรยายวา จำเลยกระทํา
ในคดีอาญาที่โจทกขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงตางหากจากขอเท็จจริงที่โจทกบรรยายวา จำเลยกระทํา
ในคดีอาญาที่โจทกขอใหนับโทษตอหรือไม เปนขอเท็จจริงตางหากจากขอเท็จจริงที่โจทกบรรยายวา จำเลยกระทํา
ความผิดในคดีนี้ โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบใหปรากฏแกศาล
ความผิดในคดีนี้ โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบใหปรากฏแกศาล
ความผิดในคดีนี้ โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบใหปรากฏแกศาล
ความผิดในคดีนี้ โจทกจึงมีหนาที่ตองนําสืบใหปรากฏแกศาล
คำพิพากษา...
คำพิพากษา...
คำพิพากษา...
คำพิพากษา...
/

