Page 553 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 553
อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ 509 777
ิ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
ค�าพิพากษาฎีกาที่8876/2542 พนักงานอัยการส�านักงานอัยการสูงสุด โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นายสุรชัยเชี่ยวชาญประพันธ์ โจทก์
นายทวีศักดิ์แซ่ยี่ จ�าเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499มาตรา4,19
บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องด้วยวาจาของโจทก์และเป็นหลักฐานการฟ้อง
คดีด้วยวาจาเพื่อสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้นโจทก์ฟ้อง
ี
�
ว่าจาเลยกระทาความผิดข้อหาใดและขอให้ลงโทษตามบทกฎหมายใดบ้างจึงต้องพิจารณาจากฟ้องท่ศาลช้นต้น
�
ั
บันทึกไว้และบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์ประกอบกัน
ึ
แม้บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์จะไม่ได้อ้างกฎหมายและบทมาตราในกฎหมายซ่งบัญญัต ิ
ว่าการกระท�าเช่นนั้นเป็นความผิดมาด้วยก็ตามแต่ฟ้องที่ศาลบันทึกไว้ระบุว่าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมาย
อาญามาตรา300พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา43,157อันเป็นการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่า
ื
�
การกระทาเช่นน้นเป็นความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุในผู้อ่นได้รับอันตรายสาหัสแล้วฟ้องโจทก์ส�าหรับ
ั
้
ความผิดฐานนจึงชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติจัดต้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ
ั
ี
มาตรา19วรรคสอง
ั
ี
่
พระราชบัญญัติจัดต้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯมาตรา19วรรคสบัญญัติ
ี
ว่า “ในกรณีทฟ้องหรือให้การด้วยวาจา ให้ศาลบันทึกใจความไว้เป็นหลักฐานและให้ค่ความลงชื่อไว้”
่
ู
มีความหมายว่าให้คู่ความลงช่อไว้ก็เพ่อเป็นหลักฐานว่าศาลบันทึกฟ้องด้วยวาจาถูกต้องเท่าน้นการท่คู่ความไม่ได้
ื
ั
ี
ื
ื
ี
ั
ื
ี
ลงช่อไว้ในคดีน้เกิดจากเจ้าพนักงานไปศาลไม่ได้น�าไปให้คู่ความลงช่อเป็นเพยงความบกพร่องเท่าน้นคดีนี้
จ�าเลยให้การรับสารภาพและระหว่างสืบเสาะและพินิจจ�าเลยในก�าหนด15วันและนัดฟังค�าพิพากษาผู้เสียหาย
ี
ี
ั
ื
ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และขอถ่ายเอกสารบนทึกการฟ้องคดอาญาด้วยวาจาท่ศาลบันทึกไว้และเอกสารอ่นๆอีก
�
จนกระท่งถึงวันนัดฟังคาพิพากษาศาลได้แจ้งรายงานการสืบเสาะและพินิจให้จาเลยทราบและศาลอ่านคาพิพากษา
�
ั
�
ื
ึ
ให้คู่ความฟังแล้วโดยโจทก์โจทก์ร่วมและจาเลยได้ลงช่อในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วซ่งไม่มีคู่ความฝ่ายใด
�
โต้แย้งถึงความบกพร่องดังกล่าวอีกทั้งโจทก์และโจทก์ร่วมก็มิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์จึงถือว่า
คู่ความทุกฝ่ายยอมรับโดยปริยายแล้วกระบวนการพิจารณาดังกล่าวหาได้เสียไปไม่
�
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่15กรกฎาคม2541เวลากลางวันจ�าเลยได้กระทาความผิดหลายกรรมต่าง
กันกล่าวคือจ�าเลยได้ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร1ว-2463ไปตามถนนเอกชน
่
ี
ี
ในช่องเดินรถท3ด้วยความประมาทโดยขับด้วยความเร็วสูงเปล่ยนช่องทางกะทันหันกีดขวางทางเดินรถของผู้อ่น
ื
อันเป็นการขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินเป็นเหตุให้เฉ่ยวชน
ี
ี
ึ
ั
ั
ี
รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร8ล-4070ซ่งนายมานพจ่งสันเท๊ยะหรือจ่วสันเท๊ยะผู้เสียหาย
ี
่
ี
ั
ที่1เป็นผู้ขับโดยมีนายสุรชัยเช่ยวชาญประพันธ์ผู้เสียหายท2น่งซ้อนท้ายท�าให้ผู้เสียหายท้งสองได้รับอันตราย
ั
สาหัสและรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหายหลังเกิดเหตุเฉี่ยวชนกันแล้วจ�าเลยได้ขับรถหลบหนีไป
โดยไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรไม่แสดงตนและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานที่ใกล้เคียงทันที

