Page 377 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 377

520  อั​ยการ​นิเทศ​ฉบับ​พิเศษ                                   อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ           341
                                                                                         ิ

                  หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่น�าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร​ข้อห้าม​หรือ

                                                                          ึ
                                                        ึ
                                                                      ี
                  ข้อจากัดเป็นความผิดตามมาตรา​27​ทวิ ​ซ่งเป็นความผิดท่เกิดข้นภายหลังนาของเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว​
                      �
                                                                                    �
                                                    (6)
                  อันเป็นความผิดคนละฐานกับความผิดตามมาตรา​27​ที่ไม่อาจจะริบทรัพย์สิน​ตามมาตรา​32​ได้​เพราะอาจไม่
                              ี
                                                                                              ี
                                                                     ั
                  ใช้ทรัพย์สินท่พึงริบได้โดยเด็ดขาด​จึงอยู่ในบังคับแห่งหลักท่วไปว่าด้วยการริบทรัพย์ตามท่บัญญัติไว้ในประมวล
                  กฎหมายอาญามาตรา​33 ​ตามที่ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยวางบรรทัดฐานไว้ (8)
                                       (7)
                                                  ื
                                                        ึ
                                                                                                 ี
                                              ื
                  ​        ​  ดังนั้น​ในกรณีเคร่องเล่อยโซ่ซ่งเป็นของผลิตในต่างประเทศ​และเป็นสินค้าท่มีการควบคุมการ​
                  น�าเข้าได้ถูกน�าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ถูกต้องตามมาตรา​27​แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร​พ.ศ.​2469​และ
                  ต่อมาได้มีการจับผู้ต้องหาพร้อมท้งยึดเคร่องเล่อยโซ่เป็นของกลางโดยไม่ได้ตัวผู้กระทาความผิดตามมาตรา​27​
                                                                                           �
                                                         ื
                                                     ื
                                               ั
                                                                                         ื
                  ดังกล่าว​แม้พนักงานสอบสวนจะสอบสวนดาเนินคดีผู้ต้องหาฐานช่วยพาเอาไปเสีย​ซ้อหรือรับไว้โดยประการใด
                                                       �
                  ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่น�าเข้ามาในราชจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร​ข้อห้าม​หรือข้อจ�ากัดตามมาตรา​27​ทวิ​โดย
                                                                              ี
                  ไม่มีการดาเนินคดีในความผิดตามมาตรา​27​แก่ผู้ต้องหาหรือคนร้ายท่หลบหนี​และต่อมาพนักงานอัยการได้ม​ ี
                          �
                                            ั
                      ั
                                                                               ื
                                                                      ิ
                                                                                   ื
                  ค�าส่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาน้นในความผิด​ตามมาตรา​27​ทว​ก็ตาม​เคร่องเล่อยโซ่ของกลางยังคงเป็นส่งของอัน
                                                                                                        ิ
                  จะพึงต้องริบตามความในมาตรา​24​ของพระราชบัญญัติศุลกากร​พ.ศ.​2469​ซึ่งพนักงานศุลกากร​พนักงานฝ่าย
                  ปกครอง​หรือต�ารวจมีอ�านาจยึดไว้ได้​และถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มายื่นค�าร้องเรียกเอาภายในก�าหนดสามสิบ
                  วันนับแต่วันยึด​เครื่องเลื่อยโซ่ดังกล่าวย่อมตกเป็นของแผ่นดินตามความในมาตรา​24​ของพระราชบัญญัตินี้
                  ​        ​  อนึ่ง​บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์​มาตรา​1327​วรรคแรก ​ซึ่งเป็นบทบัญญัติ
                                                                                               (9)
                  ท่วไปในการกาหนดให้กรรมสิทธ์แห่งส่งใด​ๆ​ซ่งได้ใช้ในการกระทาผิด​หรือได้มาโดยการกระทาผิด​หรือ​
                                                             ึ
                                                                              �
                                               ิ
                                                    ิ
                   ั
                              �
                                                                                                       �
                  เก่ยวกับการกระทาผิดโดยประการอ่นและได้ส่งไว้ในความรักษาของกรมในรัฐบาล​ตกเป็นของแผ่นดิน​นั้น​
                                                 ื
                    ี
                                 �
                                                               ี
                      �
                                                                                                   ื
                  ไม่นามาใช้บังคับกับเคร่องเล่อยโซ่ของกลางตามท่กรมศุลกากรหารือ​ทั้งนี้​เพราะเคร่องเล่อยโซ่ดังกล่าว​
                                       ื
                                            ื
                                                                                               ื
                  มีบทบัญญัติตามมาตรา​24​แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร​พ.ศ.​2469​บังคับใช้โดยเฉพาะอยู่แล้ว
                  (6)​ พระราชบัญญัติศุลกากร​พ.ศ.​2469​มาตรา​27​ทวิ​บัญญัติว่า ​  ​  ​  ​  ​  ​   ​      ​
                                        �
                  ​​ ​     “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น​ช่วยจาหน่าย​ช่วยพาเอาไปเสีย​ซื้อ​รับจาน�า​หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของท่น่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเล่ยง​
                                                                                          ี
                                                          �
                                                                                                              ี
                                                              ี
                                                                      ึ
                  ​​ อากร​ข้อห้าม​หรือข้อจากัด​มีความผิดต้องระวางโทษปรับเป็นเงินส่เท่าราคาของซ่งได้ร่วมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว​หรือจาคุกไม่เกินห้าปี​หรือท้งปรับท้งจา”​
                                                                                                              �
                                                                                                             ั
                                                                                           �
                                   �
                                                                                                        ั
                  (7)​ ประมวลกฎหมายอาญา​มาตรา​33​บัญญัติว่า ​  ​  ​  ​      ​      ​      ​      ​      ​
                  ​​ ​     “ในการริบทรัพย์สิน​นอกจากศาลจะมีอ�านาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้​โดยเฉพาะแล้ว​ให้ศาลมีอ�านาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย​คือ​
                  ​​ ​     (1)​ ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้​หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท�าความผิด ​  ​  ​  ​  ​  ​  ​
                  ​​  หรือ ​  (2)​ ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระท�าความผิด​เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระท�าความผิด”​​
                  (8)​ ค�าพิพากษาศาลฎีกา​ที่​1260/2512​ศาลลงโทษจ�าเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร​(ฉบับที่​13)​พ.ศ.​2499​มาตรา​4​(คือ​มาตรา​27​ทวิ)​ฐานพาเอาของที่รู้​
                                                                           ึ
                                �
                                                                             ั
                                                                                       ึ
                                                                ี
                                                                                                 ึ
                                                                  ึ
                                                                         ี
                                                                                              ึ
                  ​​ อยู่แล้วว่าเป็นของนาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษีด้วยการพาจากท่หน่งไปยังอีกท่หน่งน้น​เป็นความผิดข้นอีกชนิดหน่ง​ซ่งเป็นคนละอย่างกับความ​
                  ​​ ผิดฐานน�าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษี​ตามพระราชบัญญัติศุลกากร​พ.ศ.​2467​มาตรา​27​ซึ่งมีบัญญัติให้ลงโทษไว้แต่เดิม​และมีมาตรา​32​ ​
                                                                                                       ี
                                                ั
                                                    ั
                                                             ึ
                                                                                 �
                  ​​ เป็นบทบัญญัติให้ริบของกลางในความผิดฐานน้น​ฉะน้น​มาตรา​32​ซ่งเป็นบทบัญญัติให้ริบของกลางท่นาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษ​จึงมิใช่เป็นบท​
                                                                                ี
                  ​​ ริบทรัพย์ในความผิดตามมาตรา​27​ทวิ​เพราะเป็นความผิดคนละอย่าง​การริบทรัพย์ตามมาตรา​27​ทวิ​มิได้มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร​จึงอยู่ใน​
                  ​​ บังคับแห่งหลักท่วไป​ว่าด้วยการริบทรัพย์ตามท่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา​33​เม่อการริบทรัพย์​ในกรณีแห่งความของจาเลยเป็นไปตามประมวล​
                                                                                                  �
                                                ี
                               ั
                                                                            ื
                  ​​ กฎหมายอาญามาตรา​33​แล้ว​การขอทรัพย์ของกลางในคดีนี้​ผู้ร้องก็ย่อมร้องขอคืนได้ภายใน​1​ปี​นับแต่วันคดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา​ ​
                  ​​ 36​ด้วย ​  ​  ​  ​  ​     ​      ​      ​      ​       ​      ​      ​      ​      ​
                  (9)​ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์​มาตรา​1327​วรรคแรก​บัญญัติว่า ​  ​  ​  ​  ​  ​  ​     ​
                  ​​ ​     “ภายในบังคับแห่งกฎหมายอาญา​กรรมสิทธ์แห่งส่งใด​ๆ​ซ่งได้ใช้ในการกระทาผิด​หรือได้มาโดยการกระทาผิด​หรือเก่ยวกับการกระทาผิดโดยประการอ่น​
                                                                                                     �
                                                                      �
                                                                                      �
                                                                                                               ื
                                                           ึ
                                                   ิ
                                                                                            ี
                                                      ิ
                                                ั
                                                                                   ึ
                  ​​ และได้ส่งไว้ในความรักษาของกรมในรัฐบาลน้น​ท่านว่าตกเป็นของแผ่นดิน​ถ้าเจ้าของมิได้เรียกเอาภายในหน่งปีนับแต่วันส่งหรือถ้าได้ฟ้องคดีอาญาต่อศาลแล้ว​
                  ​​ นับแต่วันที่ค�าพิพากษาถึงที่สุด​แต่ถ้าไม่ทราบตัวเจ้าของ​ท่านให้ผ่อนเวลาออกไปเป็นห้าปี”
   372   373   374   375   376   377   378   379   380   381   382