Page 376 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 376
ิ
340 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ อัยการนิเทศฉบับพิเศษ 519
3. ข้อพิจารณา
ื
�
ส�านักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเม่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจได้จับกุมผู้ต้องหา
ี
ึ
�
ในข้อหาซ้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆซ่งของอันตนรู้ว่านาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเล่ยงข้อจากัด
ื
�
ี
ิ
�
ตามมาตรา27ทวแห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469เจ้าพนักงานผู้จับมีอานาจยึดส่งของต่างๆท่อาจใช้เป็น
ิ
ี
ิ
�
พยานหลักฐานได้เป็นของกลางจนกว่าคดีถึงท่สุดหรือจนกว่าไม่มีความจาเป็นต้องใช้ส่งของดังกล่าวเป็นพยาน
หลักฐานอีกต่อไปเว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น หรือเป็นกรณีที่เป็นสิ่งของที่ไม่อาจคืนแก่เจ้าของได้เช่นเป็น
(1)
ทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดต่อมาเมื่อพนักงานอัยการมีค�าสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวแล้วพนักงานอัยการ
ี
จะแจ้งให้ปฏิบัติเก่ยวกับของกลางดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา85ระเบียบ
�
ึ
�
กรมอัยการว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการพ.ศ.2528ข้อ40 ซ่งเจ้าพนักงานที่ยึดมีอานาจหน้าท ี ่
(2)
ี
พิจารณาจัดการกับของกลางดังกล่าวให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา85การท่พนักงาน
�
ี
ี
อัยการบางท้องท่ได้มีหนังสือแจ้งให้ปฏิบัติเก่ยวกับของกลางนอกเหนือไปจากท่กาหนดไว้ในระเบียบดังกล่าว
ี
ย่อมเป็นเพียงข้อแนะน�าประกอบการพิจารณาสั่งการของเจ้าพนักงานที่ยึดของกลางไว้เท่านั้น
พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469ได้บัญญัติให้การน�าของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยง
อากรข้อห้ามหรือข้อจ�ากัดเป็นความผิดตามมาตรา27 ซึ่งการกระท�าความผิดตามมาตรา27ดังกล่าวพระราช
(3)
ี
บัญญัติน้ได้บัญญัติให้อานาจศาลในการริบของท่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือท่ต้องจากัดหรือต้องห้ามน้นด้วย และให้
ี
ี
�
�
ั
(4)
อ�านาจพนักงานศุลกากรพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ารวจยึดของที่จะพึงต้องริบดังกล่าวในเวลาใดและที่ใดๆ
ก็ได้และถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มายื่นค�าร้องเรียนเอาของภายในก�าหนดให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของและให้
ิ
�
�
ี
ื
ตกเป็นของแผ่นดน ต่อมาได้มีการบัญญัติฐานความผิดการช่วยซ่อนเร้นช่วยจาหน่ายช่วยพาเอาไปเสยซ้อรับจาน�า
(5)
(1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา85บัญญัติว่า
“เจ้าพนักงานผู้จับหรือรับตัวผู้ถูกจับไว้มีอ�านาจค้นตัวผู้ต้องหาและยึดสิ่งของต่างๆที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้
การค้นนั้นจักต้องท�าโดยสุภาพถ้าค้นผู้หญิงต้องให้หญิงอื่นเป็นผู้ค้น
สิ่งของใดที่ยึดไว้เจ้าพนักงานมีอ�านาจยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุดเมื่อเสร็จคดีแล้วก็ให้คืนแก่ผู้ต้องหาหรือแก่ผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอคืนสิ่งของนั้น
เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น”
(2) ระเบียบกรมอัยการว่าด้วยการด�าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการพ.ศ.2528ข้อ40ก�าหนดว่า
ี
ี
“ส�านวนการสอบสวนท่พนักงานอัยการส่งไม่ฟ้องพนักงานอัยการจะต้องแจ้งให้ปฏิบัติเก่ยวกับของกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
ั
อาญามาตรา85”
(3) พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469มาตรา27บัญญัติว่า
�
�
ี
“ผู้ใดนาหรือพาของท่ยังมิได้เสียค่าภาษ หรือของต้องจากัด หรือของต้องห้าม หรือยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในพระราช
ี
้
ี
ี
�
ี
ี
อาณาจักรสยามก็ด หรือท่ส่งหรือพาของเช่นว่าน ออกไปนอกพระราชอาณาจักรก็ด หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ในการนาของเช่นว่าน ้ ี
ึ
ั
ี
�
เข้ามา หรือส่งออกไปก็ด หรือย้ายถอนไป หรือช่วยเหลือให้ย้ายถอนไปซ่งของดังกล่าวน้น จากเรือกาปั่น ท่าเทียบเรือ โรงเก็บสินค้า คลังสินค้า
�
ั
ื
้
ี
้
ี
ี
ที่มั่นคงหรือโรงเก็บของโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดหรือให้ท่อาศัยเก็บหรือเก็บหรือซ่อนของเช่นว่านหรือยอมหรือจัดให้ผู้อ่นทาการเช่นว่านนก็ด ี
ั
ี
ี
ี
ี
�
หรือเก่ยวข้องด้วยประการใดๆในการขนหรือย้ายถอนหรือกระทาอย่างใดแก่ของเช่นว่าน้นก็ดหรือเก่ยวข้องด้วยประการใดๆในการหลีกเล่ยงหรือ
พยายามหลีกเล่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร หรือในการหลีกเล่ยง หรือพยายามหลีกเล่ยงบทกฎหมายและข้อจากัดใด ๆ อันเก่ยวแก่การนาของเข้า
�
ี
ี
�
ี
ี
ึ
ี
ส่งของออกขนของข้นเก็บของในคลังสินค้าและการส่งมอบของโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่จะต้องเสีย
ี
ั
ั
ึ
ี
ส�าหรับของน้นๆก็ดีหรือหลีกเล่ยงข้อห้ามหรือข้อจากัดอันเก่ยวแก่ของน้นก็ดส�าหรับความผิดคร้งหน่งๆให้ปรับเป็นเงินส่เท่าราคาของซ่งได้รวม
ั
ี
�
ี
ึ
ค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือจ�าคุกไม่เกินสิบปีหรือทั้งปรับทั้งจ�า”
(4) พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469มาตรา32บัญญัติว่า
“เรือชนิดใดๆอันมีระวางบรรทุกไม่เกินสองร้อยห้าสิบตันก็ดีรถเกวียนยานพาหนะหีบหรือภาชนะอื่นใดก็ดีหากใช้ในการย้ายถอนซ่อนเร้นหรือ
ขนของท่ยังมิได้เสียค่าภาษหรือท่ต้องจากัดหรือต้องห้ามท่านว่าให้ริบเสียส้นและถ้ามีของอ่นรวมอยู่ในหีบห่อหรือภาชนะอ่นหรือในรถเกวียนยานพาหนะ
ื
ี
ี
ี
ื
ิ
�
อันปรากฏว่ามีของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือที่ต้องจ�ากัดหรือต้องห้ามนั้นด้วยไซร้ท่านว่าให้ริบของนั้นๆเสียด้วยดุจกัน”
(5) พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ.2469มาตรา24บัญญัติว่า
“สิ่งใดๆอันจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้พนักงานศุลกากรพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ารวจมีอ�านาจยึดในเวลาใดๆและณที่ใดๆก็ได้
�
�
ิ
ื
ั
�
ื
�
ี
ส่งท่ยึดไว้น้นถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มาย่นคาร้องเรียนเอาภายในกาหนดหกสิบวันสาหรับยานพาหนะท่ใช้ในการกระทาผิดสามสิบวันสาหรับส่งอ่นนับแต่
�
ี
ิ
วันที่ยึดให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของและให้ตกเป็นของแผ่นดิน”

