Page 336 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 336
300 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ
ิ
ที่ อส 0001 /ว 103 ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด
ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด
ที่ อส 0001 /ว 103
ส ำน
ส
ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ำนอัยกำรสูงสุด
ที่ อ
ักง
ที่ อส 0001 /ว 103 0001 /ว 103 ถนนหน้ำหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหน้ำหับเผย กรุงเทพฯ 10200
เผย
พ
กรุงเท
บ
ถนนหน้ำห
ถนนหน้ำหับเผย กรุงเทพฯ 10200 ฯ 10200
ั
4 พฤศจิกำยน 2537
4 พฤศจิกำยน 2537
4 พฤศจิกำยน 2537
4 พฤศจิกำยน 2537
เรื่อง กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
เรื่อง กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
เรื่อง กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
เรื่อง กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
เรียน รองอัยกำรสูงสุด อัยกำรพิเศษฝ่ำย อัยกำรพิเศษประจ ำเขต อัยกำรจังหวัด และผู้อ ำนวยกำรกองกลำง
เรียน รองอัยกำรสูงสุด อัยกำรพิเศษฝ่ำย อัยกำรพิเศษประจ ำเขต อัยกำรจังหวัด และผู้อ ำนวยกำรกองกลำง
เรียน รองอัยกำรสูงสุด อัยกำรพิเศษฝ่ำย อัยกำรพิเศษประจ ำเขต อัยกำรจังหวัด และผู้อ ำนวยกำรกองกลำง
เรียน รองอัยกำรสูงสุด อัยกำรพิเศษฝ่ำย อัยกำรพิเศษประจ ำเขต อัยกำรจังหวัด และผู้อ ำนวยกำรกองกลำง
สิ่งที่ส่งมำด้วย 1. ส ำเนำหนังสือส ำนักงำน ป.ป.ส. ที่ นร 1504 (1) / 14481
สิ่งที่ส่งมำด้วย 1. ส ำเนำหนังสือส ำนักงำน ป.ป.ส. ที่ นร 1504 (1) / 14481
สิ่งที่ส่งมำด้วย 1. ส ำเนำหนังสือส ำนักงำน ป.ป.ส. ที่ นร 1504 (1)
สิ่งที่ส่งมำด้วย 1. ส ำเนำหนังสือส ำนักงำน ป.ป.ส. ที่ นร 1504 (1) / 14481 / 14481
ลงวันที่ 30 สิงหำคม 2537
ลงวันที่ 30 สิงหำคม 2537
ลงวันที่ 30 สิงหำคม 2537
ลงวันที่ 30 สิงหำคม 2537
2. ส ำเนำประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) เรื่องก ำหนดปริมำณ
2. ส ำเนำประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) เรื่องก ำหนดปริมำณ
2. ส ำเนำประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) เรื่องก ำหนดปริมำณ
2. ส ำเนำประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) เรื่องก ำหนดปริมำณ
กำรมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2
กำรมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2
กำรมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2
กำรมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2
ตำมควำมในพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
ตำมควำมในพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
ตำมควำมในพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
ตำมควำมในพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
ิ
ด้วยได้รับแจ้งจำกส ำนักงำน ป.ป.ส. ถึงปัญหำเรื่อง กำรตรวจพสูจน์วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ
ิ
ด้วยได้รับแจ้งจำกส ำนักงำน ป.ป.ส. ถึงปัญหำเรื่อง กำรตรวจพสูจน์วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ
ด้วยได้รับแจ้งจำกส ำนักงำน ป.ป.ส. ถึงปัญหำเรื่อง
ิกำรตรวจพิสูจน์วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ
ด้วยได้รับแจ้งจำกส ำนักงำน ป.ป.ส. ถึงปัญหำเรื่อง กำรตรวจพสูจน์วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ
ประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำ (สิ่งที่ส่งมำด้วย 1) หลังจำกที่ประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536)
ประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำ (สิ่งที่ส่งมำด้วย 1) หลังจำกที่ประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536)
ประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำ (สิ่งที่ส่งมำด้วย 1) หลังจำกที่ประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.
ประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำ (สิ่งที่ส่งมำด้วย 1) หลังจำกที่ประกำศกระทรวงสำธำรณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) ศ. 2536)
ุ
่
้
ั
ั
ู
่
ิ
ิ
ี
(สงทสงมำดวย 2) ประกำศใช้และสำนกงำน ป.ป.ส. ขอทรำบแนวทำงปฎิบตของส ำนักงำนอยกำรสงสดว่ำ ู ุ
ั
่
ิ
้
่
ี
่
ั
ั
ั
(สงทสงมำดวย 2) ประกำศใช้และสำนกงำน ป.ป.ส. ขอทรำบแนวทำงปฎิบตของส ำนักงำนอยกำรสงสดว่ำ
ิ
่
ิ
ิ
(สงทสงมำดวย 2) ประกำศใช้และสำนกงำน ป.ป.ส. ขอทรำบแนวทำงปฎิบตของสำนกงำนอยกำรสงสดว่ำ
ั
่
ี
ั
่
่
้ (สงทสงมำดวย 2) ประกำศใช้และสำนกงำน ป.ป.ส. ขอทรำบแนวทำงปฎิบตของสำนกงำนอัยกำรสงสดว่ำ
ั
่
ั
่
ั
ิ
ู
ุ
ั
ั
ิ
้
่
ี
จำกประกำศของกระทรวงสำธำรณสขฉบับดงกลำว ซงกำหนดปริมำณกำรมไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน ์ ู ์ ุ
ั
ุ
ี
่
ึ
่
ี
ั
่
ึ
จำกประกำศของกระทรวงสำธำรณสขฉบับดงกลำว ซงกำหนดปริมำณกำรมไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน
่
ุ
่
ี
ี
ั
ึ
่
่
จำกประกำศของกระทรว
ุงสำธำรณสขฉบับดงกลำว ซงกำหนดปริมำณกำรมไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน
ึ
่
ุ
ั
จำกประกำศของกระทรวงสำธำรณสขฉบับดงกลำว ซงกำหนดปริมำณกำรมไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน
ื
ิ
ซึ่งวัตถุทออกฤทธิ์ประเภท 1 หรอประเภท 2 สถำนตรวจพสูจน์จ ำเป็นต้องตรวจหำควำมบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออก ์ ์
ี่
ิ
ซึ่งวัตถุทออกฤทธิ์ประเภท 1 หรอประเภท 2 สถำนตรวจพสูจน์จ ำเป็นต้องตรวจหำควำมบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออก
ื
ี่
ิ
ื
ื
ี่ ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ประเภท 1 หรอประเภท 2 สถำนตรวจพิสูจน์จ ำเป็นต้องตรวจหำควำมบริสุทธิ์ขอ
ซึ่งวัตถุทออกฤทธิ์ประเภท 1 หรอประเภท 2 สถำนตรวจพสูจน์จ ำเป็นต้องตรวจหำควำมบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกงวัตถุที่ออก
ฤทธิ์ต่อจิตและประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำหรือไม่ และจะถือตำมน ำหนักสุทธิของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
ฤทธิ์ต่อจิตและประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำหรือไม่ และจะถือตำมน ำหนักสุทธิของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท
ฤทธิ์ต่อจิตและประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำหรือไม่ และจะถือตำมน ำหนักสุทธิของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทละประสำท
ฤทธิ์ต่อจิตและประสำทที่มีอยู่ในยำม้ำหรือไม่ และจะถือตำมน ำหนักสุทธิของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตแ
ของกลำงแทนน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำททุกกรณีได้หรือไม่
ของกลำงแทนน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำททุกกรณีได้หรือไม่
ของกลำงแทนน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำททุกกรณีได้หรือไม่
ของกลำงแทนน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำททุกกรณีได้หรือไม่
ั
ิ
ส ำนักงำนอยกำรสูงสุดพจำรณำ เห็นว่ำปริมำณมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ
ุ
ำ
สานักงานอัยการสูงสุดพิจารณา เห็นว่าปริมาณการมีไว้ในครอบครองซงวัตถทออกฤทธีิต่อจิตและ
่
ี
่
�
ึ
ั
ส ำนักงำนอยกำรสูงสุดพจำรณำ เห็นว่ำปริมำณมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ
ิ
ส ำนักงำนอยกำรสูงสุดพจำรณำ เห็นว่ำปริมำณมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและธิ์ต่อจิตและ
ัส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดพิจำรณำ เห็นว่ำปริมำณมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุที่ออกฤท
ิ
ประสำทโดยไม่ได้รับอนุญำตเป็นเงื่อนไขแห่งกำรลงโทษทำงภำวะวิสัยโดยมีลักษณะเป็นเหตุเพมโทษในควำมผิด
ิ่
ิ
ประสาทโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเงอนไขแห่งการลงโทษทางภาวะวสัยโดยมีลักษณะเป็นเหตุเพมโทษในความผิด
่
่
ิ
ื
ิ่
ประสำทโดยไม่ได้รับอนุญำตเป็นเงื่อนไขแห่งกำรลงโทษทำงภำวะวิสัยโดยมีลักษณะเป็นเหตุเพมโทษในควำมผิด
ประสำทโดยไม่ได้รับอนุญำตเป็นเงื่อนไขแห่งกำรลงโทษทำงภำวะวิสัยโดยมีลักษณะเป็นเหตุเพมโทษ
ิ่
ิ่
ประสำทโดยไม่ได้รับอนุญำตเป็นเงื่อนไขแห่งกำรลงโทษทำงภำวะวิสัยโดยมีลักษณะเป็นเหตุเพมโทษในควำมผิดในควำมผิด
ฐำนมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทไว้ในครอบครองเกินปริมำณที่รัฐมนตรีประกำศก ำหนดตำม
ุ
�
ี
ี
ฐานมวัตถทออกฤทธีต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเกินปริมาณท่รัฐมนตรีประกาศกาหนดตาม
ำ
ี
่
ิ
ฐำนมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทไว้ในครอบครองเกินปริมำณที่รัฐมนตรีประกำศก ำหนดตำม
ฐำนมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทไว้ในครอบครองเกินปริมำณที่รัฐมนตรีประกำศก ำหนดตำม
ฐำนมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทไว้ในครอบครองเกินปริมำณที่รัฐมนตรีประกำศก ำหนดตำม
มำตรำ 106 ทวิ แห่งพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. 2518 เมื่อเป็นเงื่อนไขไม่ใช่
ื
่
มาตรา 106 ทวิ แห่งพระราชบัญญตวัตถทออกฤทธีต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 เมอเป็นเงอนไขไม่ใช่
ื
่
ิ
�
ั
่
ุ
ี
ิ
มำตรำ 106 ทวิ แห่งพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. 2518 เมื่อเป็นเงื่อนไขไม่ใช่
มำตรำ 106 ทวิ แห่งพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. 2518 เมื่อเป็นเงื่อนไขไม่ใช่
มำตรำ 106 ทวิ แห่งพระรำชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. 2518 เมื่อเป็นเงื่อนไขไม่ใช่
องค์ประกอบผู้กระท ำก็ไม่จ ำเป็นต้องรู้ถึงจ ำนวนปริมำณที่ตนมีไว้ในครอบครอง กำรลงโทษผู้กระท ำหนักขึ นได้
ำ
ึ
้
ำ
ำ
องค์ประกอบผู้กระทาก็ไม่จาเป็นต้องรู้ถึงจานวนปริมาณทตนมีไว้ในครอบครอง การลงโทษผู้กระทาหนักขนได้
่
ี
ำ
องค์ประกอบผู้กระท ำก็ไม่จ ำเป็นต้องรู้ถึงจ ำนวนปริมำณที่ตนมีไว้ในครอบครอง กำรลงโทษผู้กระท ำหนักขึ นได้
องค์ประกอบผู้กระท ำก็ไม่จ ำเป็นต้องรู้ถึงจ ำนวนปริมำณที่ตนมีไว้ในครอบครอง กำรลงโทษผู้กระท
องค์ประกอบผู้กระท ำก็ไม่จ ำเป็นต้องรู้ถึงจ ำนวนปริมำณที่ตนมีไว้ในครอบครอง กำรลงโทษผู้กระท ำหนักขึ นได้ำหนักขึ นได้
หรือไม่จึงขึ นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ ำนวนปริมำณเท่ำนั น ดังนั น กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่
ั
ึ
้
้
ำ
หรือไม่จึงขนอยู่กับข้อเท็จจริงเกยวกับจานวนปริมาณเท่านน ดังนน การตรวจพสูจน์หานาหนักบรสุทธี�ของวัตถท ่ ี
ิ
ั
ุ
ำ
้
้
ิ
ี
่
ิ
หรือไม่จึงขึ นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ ำนวนปริมำณเท่ำนั น ดังนั น กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่
หรือไม่จึงขึ นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ ำนวนปริมำณเท่ำนั น ดังนั น กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุท
หรือไม่จึงขึ นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ ำนวนปริมำณเท่ำนั น ดังนั น กำรตรวจพิสูจน์หำน ำหนักบริสุทธิ์ของวัตถุที่ธิ์ของวัตถุที่
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทของกลำงจึงจ ำเป็นต้องกระท ำในทุกคดี
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทของกลำงจึงจ ำเป็นต้องกระท ำในทุกคดี
�
ออกฤทธีิต่อจิตและประสาทของกลางจึงจำาเป็นต้องกระทำาในทุกคดี
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทของกลำงจึงจ ำเป็นต้องกระท ำในทุกคดี
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำทของกลำงจึงจ ำเป็นต้องกระท ำในทุกคดี
เพอให้การดาเนินคดีความผิดตามมาตรา 106 มาตรา 106 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวัตถท ี ่ ่ ี
ุ
ื
่
ำ
เพ่อใหกำรด ำเนนคดีควำมผดตำมมำตรำ 106 มำตรำ 106 ทวิ แหงพระรำชบญญัตวัตถท
ิ
ุ
ั
ิ
่
้
ิ
ื
ื
ิ
ิ
ั
เพ่อใหกำรด ำเนนคดีควำมผดตำมมำตรำ 106 มำตรำ 106 ทวิ แหงพระรำชบญญัตวัตถท
้
่
่
ื
ิห้กำรด ำเนนคดีควำมผดตำมมำตรำ 106 มำตรำ 106 ทวิ แห่งพระรำชบ
ั
ิ
เพ่อใ
ุ
เพ่อใหกำรด ำเนนคดีควำมผดตำมมำตรำ 106 มำตรำ 106 ทวิ แหงพระรำชบญญัตวัตถทัญญัตวัตถท
ิ
ิ
้
ื
ิ
่
ี
่
ิ
ออกฤทธีต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒518 เป็นไปในแนวทางเดียวกันเกิดความเสมอภาคกับผู้ทเกยวข้อง ี ่ ิ ุ ิ ี ่ ุ ี ่
ี
�
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. ๒518 เป็นไปในแนวทำงเดียวกันเกิดควำมเสมอภำคกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. ๒518 เป็นไปในแนวทำงเดียวกันเกิดควำมเสมอภำคกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. ๒518 เป็นไปในแนวทำงเดียวกันเกิดควำมเสมอภำคกับผู้
ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท พ.ศ. ๒518 เป็นไปในแนวทำงเดียวกันเกิดควำมเสมอภำคกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวข้อง
ิ
สำานักงานอัยการสูงสุดจึงกำาหนดแนวทางการดำาเนินคดีให้พนักงานอัยการถือปฏบตดังต่อไปนี้
ั
ิ
ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดจึงก ำหนดแนวทำงกำรด ำเนินคดีให้พนักงำนอัยกำรถือปฏิบัติดังต่อไปนี
ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดจึงก ำหนดแนวทำงกำรด ำเนินคดีให้พนักงำนอัยกำรถือปฏิบัติดังต่อไปนี
ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดจึงก ำหนดแนวทำงกำรด ำเนินคดีให้พนักงำนอัยกำรถือปฏิบัติดังต่อไปนี
ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดจึงก ำหนดแนวทำงกำรด ำเนินคดีให้พนักงำนอัยกำรถือปฏิบัติดังต่อไปนี
/1. ในคดีที่…
/1. ในคดีท …
ี่
/1. ในคดีท …
ี่
ี่/1.
/1. ในคดีท … ในคดีที่ …

