Page 322 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 322
ิ
286 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ อัยการนิเทศฉบับพิเศษ 587
�
�
โจทก์ร่วมจึงลงจากรถโดยเช่อว่าจะถูกทาร้าย เพราะได้มีเหตุโต้เถียงกับจาเลยมาก่อนในบ่ายวันเดียวกัน
ื
ื
�
ั
�
เร่องเป็ดจาเลยเข้าไปกินข้าวในนาของโจทก์ร่วมในทันใดน้นจาเลยได้ตรงเข้าใช้มีดพร้าฟันโจทก์ร่วม2ที
ิ
ี
และบอกให้นายนงค์ยิงโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมยกแขนขวาข้นรับมีดพร้าท่จาเลยฟัน แล้วว่งหนีไปท่บ้าน
ึ
ี
�
ึ
ิ
นายฉุ้นไข่มุกซ่งอยู่ห่างไปประมาณ1กิโลเมตรขณะว่งหนีได้ยินเสียงปืนดังมาจากข้างหลัง3นัดเห็นว่าโจทก์ร่วม
ื
ื
�
รู้ตัวก่อนว่าจะถูกทาร้ายจึงลงจากรถจักรยานเพ่อระวังตัวเช่อว่าโจทก์ร่วมมีโอกาสเห็นคนร้ายในระยะใกล้
โดยชัดเจนเพราะเป็นเวลากลางวันยังไม่มืดเมื่อโจทก์ร่วมไปพบนายฉุ้นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท้องที่เกิดเหตุก็ระบุว่า
ี
จ�าเลยเป็นคนร้ายโดยความข้อน้นายฉ้นมาเบิกความรับรองในคืนเกดเหตุภายหลังจากนายฉุ้นพาโจทก์ร่วม
ุ
ิ
ไปรักษาบาดแผลท่โรงพยาบาลรัตภูมิเสร็จแล้วโจทก์ร่วมก็ไปแจ้งความท่สถานีตารวจภูธรอาเภอรัตภูมต่อ
ี
�
�
ี
ิ
�
�
นายดาบตารวจอินทร์ระบุว่าถูกจาเลยกับนายนงค์ทาร้ายส่วนเหตุท่โจทก์ร่วมไม่ได้แจ้งความต่อพนักงาน
�
ี
�
ุ
สอบสวนในคืนเกิดเหตฟังได้จากคาเบิกความของร้อยตารวจโทจักรพันธ์สุขเจริญพนักงานสอบสวนว่า
�
โจทก์ร่วมไปแจ้งความต่อเสมียนประจ�าวันในคืนเกิดเหตุเนื่องจากร้อยต�ารวจโทจักรพันธ์ออกจากสถานีต�ารวจ
ื
ี
�
ไประงับเหตุท่อ่นอย่างไรก็ตามโจทก์ร่วมก็ไปแจ้งความและระบุว่าจาเลยกับนายนงค์เป็นคนร้ายต่อร้อยตารวจโท
�
ี
ี
ั
ี
ั
จักรพันธ์อีกคร้งหน่งเมื่อวันท3มีนาคม2531การท่โจทก์ร่วมไปแจ้งความคร้งท่สองภายหลังเกิดเหตุแล้ว19วัน
่
ึ
ไม่เป็นข้อพิรุธว่าโจทก์ร่วมยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้ายเพราะโจทก์ร่วมคงเห็นว่าตนได้แจ้งความไว้ในคืนเกิดเหตุแล้ว
จึงไม่มีความจ�าเป็นที่จะต้องเร่งรีบไปแจ้งความในครั้งที่สองอีกส่วนที่จ�าเลยมีนายแดงอนันตณรงค์ผู้ใหญ่บ้าน
มาเป็นพยานว่าในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ20นาฬิกาโจทก์ร่วมกับนายฉุ้นไปที่บ้านนายแดงโจทก์ร่วมบอกว่า
�
ถูกฟันแต่จาไม่ได้ว่าใครเป็นคนฟันน้นโจทก์ร่วมได้เบิกความไว้แล้วว่าก่อนนายฉุ้นพาโจทก์ร่วมไปโรงพยาบาล
ั
นายฉุ้นเอาอาวุธปืนของโจทก์ร่วมไปฝากนายแดงผู้ใหญ่บ้านและแจ้งเหตุด้วยแต่โจทก์ร่วมไม่ได้เข้าไปในบ้าน
นายแดงครั้นกลับจากโรงพยาบาลโจทก์ร่วมไปที่บ้านนายแดงอีก(เพื่อเอาอาวุธปืนคืน)ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้
นายแดงฟังแต่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนร้ายเพราะนายแดงรู้แล้วข้ออ้างของโจทก์ร่วมมีเหตุผลเนื่องจากโจทก์
ร่วมเห็นนายฉุ้ยเข้าไปแจ้งเหตุต่อนายแดงขณะนาอาวุธปืนไปฝากในคร้งแรกโจทก์ร่วมอาจเข้าใจว่านายแดงทราบ
ั
�
ตัวคนร้ายจากนายฉุ้นแล้วจึงไม่ได้บอกนายแดงว่าคนร้ายเป็นใครอีกนอกจากนั้นตามค�าเบิกความของนายแดง
ี
ฟังได้ว่านายแดงเป็นผู้ประกันตัวจาเลยในคดีนแสดงว่าท้งสองคนมีความสนิทสนมกันมาก่อนนายแดงอาจ
�
้
ั
�
เบิกความเพ่อประโยชน์แก่ฝ่ายจาเลยค�าเบิกความของนายแดงมีนาหนักน้อยไม่น่าเช่อว่าโจทก์ร่วมจะบอกกับ
้
ื
ื
�
นายแดงว่าตนจ�าคนร้ายไม่ได้สรุปแล้วศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมมีน�้าหนักมั่นคง
�
ื
ี
�
พยานหลักฐานท่อยู่ของจาเลยฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมไม่ได้รูปคดีเช่อว่าจาเลยเป็น
คนร้ายใช้อาวุธมีดพร้าฟันโจทก์ร่วมจริงฎีกาจ�าเลยฟังไม่ขึ้นอนึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค3ฟังว่าจ�าเลยท�าร้าย
ร่างกายโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันเป็นอันตรายถึงสาหัสลงโทษจ�าเลย
ี
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา297แต่ปรากฏว่าคดีน้ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าโจทก์ร่วมได้รับอันตราย
สาหัสอย่างไรจึงพิพากษาลงโทษจ�าเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา297ไม่ได้ตามนัยค�าพิพากษาฎีกา
ที่1450/2529ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดลพบุรีโจทก์นายประยงค์หรือยงค์เรืองสุขจ�าเลย
พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีตามค�าพิพากษาศาลชั้นต้น
นายเจรอ�านวยวัฒนา
นายก้านอันนานนท์
นายเทพฤทธิ์ศิลปานนท์

