Page 321 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 321
586 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ 285
ิ
โจทก์โจทก์ร่วมและจ�าเลยต่างอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค3พิพากษาแก้เป็นว่าจ�าเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา297
ให้จ�าคุก5ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามค�าพิพากษาศาลชั้นต้น
จ�าเลยฎีกา
�
�
ศาลฎีกาตรวจสานวนประชุมปรึกษาแล้วทางพิจารณาโจทก์และโจทก์ร่วมนาสืบว่าเมื่อวันที่13
กุมภาพันธ์2531เป็ดจ�าเลย5-6ตัวลงไปกินข้าวในนาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมไล่เป็ดออกไปมีสุนัขของ
ั
จ�าเลยเข้ามาอีกโจทก์ร่วมเอาดินปาสุนัขจ�าเลยก็ออกมาแล้วมีปากเสียงกันจากน้นก็แยกกันไปต่อมาเวลาประมาณ
17นาฬิกาขณะโจทก์ร่วมกลับจากสวนยางขี่รถจักรยานมาตามถนนเห็นจ�าเลยกับนายนงค์ไม่ทราบนามสกุลยืน
อยู่ข้างถนนด้านขวามือห่างประมาณ5วาจ�าเลยถือมีดพร้าใบมีดยาวประมาณ1ฟุตคมมีดมีลักษณะงอและ
สะพายอาวุธปืนยาวไว้อีกกระบอกหนึ่งทางด้านหลังส่วนนายนงค์ถืออาวุธปืนยาว1กระบอกโจทก์ร่วมขี่รถ
จักรยานต่อไปแต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับจ�าเลยก่อนหน้านั้นโจทก์ร่วมจึงกระโดดลงจากรถโดยเชื่อว่า
ั
�
จะถูกทาร้ายขณะน้นอยู่ห่างจาเลยกับนายนงค์เพียง1วาจ�าเลยตรงเข้าใช้มีดพร้าฟันโจทก์ร่วมท่คอโจทก์ร่วมยก
�
ี
แขนขวารับคมมีดถูกแขนขวานายนงค์พูดว่าเอาให้ตายจ�าเลยใช้มีดพร้าฟันโจทก์ร่วมอีกโจทก์ร่วมยกแขนขวา
รับเมื่อจ�าเลยฟันครั้งที่2จ�าเลยพูดว่าท�าไมไม่ยิงนงค์โจทก์ร่วมวิ่งหนีไปได้3ก้าวก็มีเสียงปืนดังขึ้น1นัดจาก
ิ
ึ
ทางด้านหลังกระสุนปืนไม่ถูกโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมว่งต่อไปอีก4ก้าวมีเสียงปืนดังข้นอีก2นัดโจทก์ร่วมว่งหน ี
ิ
ี
ไปท่บ้านนายฉุ้นไข่มุกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซ่งอยู่ห่างท่เกิดเหตุประมาณ1กิโลเมตรเล่าเร่องให้นายฉุ้นฟัง
ื
ึ
ี
นายฉุ้นพาโจทก์ร่วมไปท่บ้านโจทก์ร่วมไปเอาอาวุธปืนแล้วไปโรงพยาบาลรัตภูมิกับนายฉุ้นระหว่างทางนายฉุ้น
ี
เอาอาวุธปืนของโจทก์ร่วมไปฝากไว้ที่บ้านนายแดงอนันตณรงค์ผู้ใหญ่บ้านเมื่อรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล
�
ึ
�
แล้วโจทก์ร่วมไปแจ้งความต่อนายดาบตารวจอินทร์ท่สถานีตารวจภูธรอาเภอรัตภูมวันรุ่งข้นนายณรงค์บุตรชาย
ิ
ี
�
ี
ิ
ึ
โจทก์ร่วมไปเอารถจักรยานของโจทก์ร่วมซ่งท้งไว้ในท่เกิดเหตพบปลอกกระสุนปืน3ปลอกในท่เกิดเหตโจทก์
ุ
ี
ุ
ร่วมไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลาอีกครั้งตั้งแต่วันที่14-15กุมภาพันธ์2531ออกจากโรงพยาบาลแล้วไป
ี
่
ื
�
�
แจ้งความต่อร้อยตารวจโทจักรพันธ์สุขเจริญพนักงานสอบสวนเม่อวันท3มีนาคม2531โดยนาปลอกกระสุนปืน
ดังกล่าวให้ยึดไว้เป็นของกลางด้วยต่อมาวันท8มีนาคม2531จ�าเลยเข้ามอบตัวร้อยตารวจโทจักรพันธ์
�
่
ี
ยึดอาวุธปืนของจ�าเลยไว้เป็นของกลาง1กระบอกชั้นสอบสวนจ�าเลยให้การปฏิเสธ
�
จ�าเลยนาสืบปฏิเสธโดยอ้างฐานท่อยขณะเกิดเหตุจาเลยไปทางานเป็นยามอยู่ท่ฟาร์มเล้ยงสุกรของบริษัท
ี
�
ู่
ี
�
ี
เจริญโภคภัณฑ์จ�ากัดซึ่งอยู่ห่างที่เกิดเหตุประมาณ1กิโลเมตร
ิ
พิเคราะห์แล้วคดีนศาลอุทธรณ์ภาค3ฟังข้อเท็จจริงว่าการยงปืนในทเกิดเหตุเป็นเพียงยิงขู่โจทก์
่
ี
้
ี
�
ร่วมจ�าเลยใช้มีดพร้าฟันโจทก์ร่วมโดยมีเจตนาเพียงทาร้ายร่างกายไม่ได้มีเจตนาฆ่าแต่โจทก์ร่วมได้รับ
ื
ี
�
�
�
�
อันตรายสาหัสจากบาดแผนท่ถูกจาเลยทาร้ายพิพากษาว่าจาเลยมีความผิดฐานทาร้ายร่างกายผู้อ่นได้รับอันตราย
สาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา297โจทก์และโจทก์ร่วมไม่ได้ฎีกาข้อหาพยายามฆ่าผู้อ่นท่ศาลล่าง
ี
ื
พิพากษายกฟ้องเป็นอันยุตคงมีปัญหาวินิจฉัยตามท่จาเลยฎีกาว่าจ�าเลยใช้มีดพร้าทาร้ายโจทก์ร่วมหรือไม่
�
ิ
�
ี
โจทก์และโจทก์ร่วมมีตัวโจทก์ร่วมเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าในวันเกิดเหตุเวลา17.30นาฬิการะหว่าง
ี
�
โจทก์ร่วมข่รถจักรยานกลับจากสวนยางมาเห็นจาเลยกับนายนงค์คนรู้จักกันยืนอยู่ข้างถนนทางด้านขวามือ
ในระยะห่างประมาณ5วาจ�าเลยถือมีดพร้าและสะพายอาวุธยาว1กระบอกส่วนนายยงค์ถืออาวุธปืนยาว

