การยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก 
โดยพนักงานอัยการ

        ท่านทราบหรือไม่ว่า ท่านสามารถ ขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลจัดตั้งผู้จัดการมรดกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ยกเว้น ค่าธรรมเนียมศาล) ณ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (สคชจ.) ในท้องที่ที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ (ตรวจสอบสำนักงานฯ ในท้องที่ คลิกที่นี่)
       กรณี การจัดมรดกของคนต่างชาติ ในประเทศไทย ที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่ง สามารถยื่นคำร้องได้ที่ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ได้ด้วยตนเอง

เมื่อคนหนึ่งตายไปแล้วนั้น มรดกของเขาย่อมตกไปยังลูกหลาน พ่อแม่พี่น้องแล้วแต่กรณี ซึ่งในทางกฎหมายเราเรียกบุคคลที่ตายนั้นว่า “เจ้ามรดก”
ทรัพย์สินจำนวนมากตกทอดแก่ทายาท อาจเป็นทายาทโดยธรรม หรือโดยพินัยกรรม ในกรณีที่เจ้ามรดกมีทรัพย์สินซึ่งมีทะเบียนเป็นโฉนดที่ดิน ฯลฯ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้ในการจัดการมรดก เจ้าพนักงานจะไม่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินเหล่านั้น หากไม่มีการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการตามกฎหมายเสียก่อน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1713

          ทายาท หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ มาตรา 1713 ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
          (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์
          (2) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือในการแบ่งปันมรดก
          (3) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใด ๆ
          การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร

มาตรา 1718
          บุคคลต่อไปนี้จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้
          (1) ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
          (2) บุคคลวิกลจริต หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
          (3) บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย.

เอกสารแสดงรายการเอกสารที่ต้องนำมายื่นขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของชาวต่างชาติ (คลิกที่นี่)

1. ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)  
2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตขับขี่ ของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
3. ทะเบียนบ้านหรือทะเบียนครอบครัว หรือเอกสารราชการที่แสดงถึงชื่อบิดาและมารดา ของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
4. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตขับขี่ ของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
5. ทะเบียนบ้าน ทะเบียนครอบครัว หรือเอกสารราชการที่แสดงความเกี่ยวข้องทางสายเลือด/เครือญาติระหว่างผู้ตายกับผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
6. ใบมรณบัตรของบิดา และ/หรือ มารดาของเจ้ามรดก (ผู้ตาย) กรณีบิดามารดาของเจ้ามรดก (ผู้ตาย) ถึงแก่ความตายแล้วก่อนเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
7. ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
8. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ของเจ้ามรดก (ผู้ตาย) บิดามารดาของเจ้ามรดก (ผู้ตาย) ทายาทและผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย (ถ้ามี)
9. สูติบัตรของบุตรของเจ้ามรดก (ผู้ตาย) กรณีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือ ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย
10. พินัยกรรมของผู้ตาย (ถ้ามี)
11. หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก (ดาวน์โหลดที่นี่)
12. บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตขับขี่ และทะเบียนบ้าน ทะเบียนครอบครัว หรือเอกสารราชการที่แสดงความเกี่ยวข้องทางสายเลือด/เครือญาติระหว่างผู้ตายกับผู้ให้ความยินยอม ของผู้ให้ความยินยอมทุกคน
13. บัญชีเครือญาติ
14. เอกสารที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก เช่น โฉนดที่ดิน และสัญญาจำนอง ทะเบียนรถยนต์/จักรยานยนต์ อาวุธปืน สมุดเงินฝากธนาคาร ใบหุ้น ฯลฯ 

ขั้นตอนการรับรองเอกสารระหว่างต่างประเทศ (กำลังปรับปรุง)

ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ (ดาวน์โหลดที่นี้)

ระยะเวลาในการดำเนินการของพนักงานอัยการ (ดาวน์โหลดที่นี้)


บริการช่วยเหลือ / ปรึกษาทางกฎหมาย
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือทรัพย์สินใด ๆ ทั้งสิ้น  Free of Charge