Page 806 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 806
828 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
754 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ
ิ
828 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
828
828 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
ที่อส0017/15202 ส�านักงานอัยการสูงสุด
ที่อส0017/15202
ส�านักงานอัยการสูงสุด
ที่อส0017/152020017/15202 ถนนหน้าหับเผยกรุงเทพฯ10200
อส
ที่
ส�
ส�านักงานอัยการสูงสุดนักงานอัยการสูงสุด
า
ถนนหน้าหับเผยกรุงเทพฯ10200
ถนนหน้าหับเผย
ถนนหน้าหับเผยกรุงเทพฯ10200กรุงเทพฯ10200
15กันยายน2548
15กันยายน2548
15
15กันยายน2548กันยายน2548
เรื่อง เรื่อง หารือแนวทางปฏิบัติในการบังคับคดีแก่นิติบุคคลในคดีอาญา
หารือแนวทางปฏิบัติในการบังคับคดีแก่นิติบุคคลในคดีอาญา
หารือแนวทางปฏิบัติในการบังคับคดีแก่นิติบุคคลในคดีอาญาหารือแนวทางปฏิบัติในการบังคับคดีแก่นิติบุคคลในคดีอาญา
เรื่อง เรื่อง
เรียน อธิบดีอัยการเขต2
เรียน อธิบดีอัยการเขต2
เรียน
เรียน อธิบดีอัยการเขต2อธิบดีอัยการเขต2
อ้างถึง หนังสือส�านักงานอัยการเขต2ที่อส0022/2667ลงวันที่12ตุลาคม2547
อ้างถึง หนังสือส�านักงานอัยการเขต2ที่อส0022/2667ลงวันที่12ตุลาคม2547
อ้างถึง
ที่
อ้างถึง หนังสือส�านักงานอัยการเขต2ที่อส0022/2667ลงวันที่12ตุลาคม2547ตุลาคม2547
12
นักงานอัยการเขต
หนังสือส�
า
อส
0022/2667
2
ลงวันที่
ื
ี
�
�
สิ่งที่ส่งมาด้วย ส�านวนข้อหารือของสานักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรเร่องจ�าเลยไม่ชาระค่าปรับและ
ส�านวนข้อหารือของสานักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรเร่องจ�าเลยไม่ชาระค่าปรับและ
ี
�
ื
�
สิ่งที่ส่งมาด้วย
สิ่งที่ส่งมาด้วยสิ่งที่ส่งมาด้วย ส�านวนฟ้องด้วยวาจาของส�านักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีเลขรับที่364/2546 ่ช � า ระค่
า
ื
เลยไม
จ�
องส
ัดปราจ
า
ีน
เร
ักงา
ส�
ส�านวนข้อหารือของสานักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรเร่องจ�าเลยไม่ชาระค่าปรับและาปรับและ
ี
ว
�
�
นวนข
น
ื
า
บ
่อง
ัยการจ
�
ุร
ือข
้อหาร
ี
นอ
ังห
ส�านวนฟ้องด้วยวาจาของส�านักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีเลขรับที่364/2546
ส� า นวนฟ้องด้วยวาจาของส� า นักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี เลขรับที่
ส�านวนฟ้องด้วยวาจาของส�านักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีเลขรับที่364/2546364/2546
ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่าศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้มีค�าพิพากษาลงโทษปรับนิติบุคคลซึ่งได้กระท�า
ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่าศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้มีค�าพิพากษาลงโทษปรับนิติบุคคลซึ่งได้กระท�า
ความผิดทางอาญาแต่นิติบุคคลดังกล่าวไม่ยอมชาระค่าปรับศาลจังหวัดปราจีนบุรีจึงขอให้อัยการจังหวัดปราจีนบุร ี
�
แจ้งว่า
ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้มีค�
ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่าศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้มีค�าพิพากษาลงโทษปรับนิติบุคคลซึ่งได้กระท�าพิพากษาลงโทษปรับนิติบุคคลซึ่งได้กระท�า
ตามหนังสือที่อ้างถึง
า
ความผิดทางอาญาแต่นิติบุคคลดังกล่าวไม่ยอมชาระค่าปรับศาลจังหวัดปราจีนบุรีจึงขอให้อัยการจังหวัดปราจีนบุร
� มาตรา29ซึ่งส�านักงานอัยการเขต2เห็นพ้องกับสานักงาน
ด�าเนินการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายอาญา � า ระค่าปร ับ ศาลจ ังหว ัดปราจ ีนบ ุร ีจ ึงขอให้อ ัยการจ � ังหว � ี ี ี
ุคคลด
ความผิดทางอาญาแต่นิติบุคคลดังกล่าวไม่ยอมชาระค่าปรับศาลจังหวัดปราจีนบุรีจึงขอให้อัยการจังหวัดปราจีนบุรัดปราจีนบุร
ิดทางอาญา
ังกล่าวไม่ยอมช
ิต
ิบ
แต่น
ความผ
�
ด�าเนินการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29ซึ่งส�านักงานอัยการเขต2เห็นพ้องกับสานักงาน
ักงานอแต่เน่องจากกรณีเป็นปัญหา
ี
ื
ี
�
อัยการจังหวัดปราจีนบุรีว่าพนักงานอัยการมีอานาจหน้าท่ร้องขอให้บังคับคดีกรณีน้ได้ ัยการเขต 2 ื เห ็นพ้องก ับส �
ีตามประมวลกฎหมายอาญา
ส�
น
ังค
ด�
า
เน
29
ง
มาตรา
ซึ่
�
า
ับคด
ด�าเนินการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29ซึ่งส�านักงานอัยการเขต2เห็นพ้องกับสานักงานานักงาน
ินการบ
�
ี
ี
อัยการจังหวัดปราจีนบุรีว่าพนักงานอัยการมีอานาจหน้าท่ร้องขอให้บังคับคดีกรณีน้ได้แต่เน่องจากกรณีเป็นปัญหา
ในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการจึงขอหารือส�า ีนักงานอัยการสูงสุดความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
ีนบ
ีกรณ
ังค
ับคด
�
ัยการม
ักงานอ
ุร
ี
ีว่าพน
ีอ
ังหว
แต่เน
อ
่องจากกรณ
ื
ีน
้ได้
ื
ี
ัยการจ
ี
อัยการจังหวัดปราจีนบุรีว่าพนักงานอัยการมีอานาจหน้าท่ร้องขอให้บังคับคดีกรณีน้ได้แต่เน่องจากกรณีเป็นปัญหาีเป็นปัญหา
นาจหน้าท
า
�
่ร้องขอให้บ
ัดปราจ
ในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการจึงขอหารือส�านักงานอัยการสูงสุดความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
ส�านักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา245
ในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการจึงขอหารือส�านักงานอัยการสูงสุดความละเอียดแจ้งแล้วนั้นความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
า
จึงขอหารือส�
ในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการ
นักงานอัยการสูงสุด
ส�านักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา245
บัญญัติว่า“.....เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้บังคับคดีโดยไม่ชักช้า”และประมวลกฎหมายอาญามาตรา29บัญญัติว่า
ส�
นักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว
า
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เห็นว่า
ส�านักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา245มาตรา245
บัญญัติว่า“.....เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้บังคับคดีโดยไม่ชักช้า”และประมวลกฎหมายอาญามาตรา29บัญญัติว่า
ั
“ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชาระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่ว และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29
ี
ให้บังคับคดีโดยไม่ชักช้า”ันท่ศาลพิพากษาผู้น้นจะต้องถูกยึดทรัพย์
�
“.....เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว
บัญญัติว่า“.....เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้บังคับคดีโดยไม่ชักช้า”และประมวลกฎหมายอาญามาตรา29บัญญัติว่าบัญญัติว่า
บัญญัติว่า
�
ี
ั
“ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชาระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ศาลพิพากษาผู้น้นจะต้องถูกยึดทรัพย์
ใช้ค่าปรับ....”ฉะนั้นเมื่อศาลลงโทษปรับจ�าเลยที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคลแล้วจ�าเลยที่1ไม่น�าเงินมาช�าระค่าปรับ
ี
ันน
“ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชาระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ศาลพิพากษาผู้น้นจะต้องถูกยึดทรัพย์ึดทรัพย์
ิบว
ูกย
“ผ
ับแต่ว
�
า
ี
ู้ใดต้องโทษปร
ั
่ศาลพ
�
ั
้นจะต้องถ
ันท
ิพากษาผ
ับและไม่ช
ับภายในสามส
ู้น
ระค่าปร
ใช้ค่าปรับ....”ฉะนั้นเมื่อศาลลงโทษปรับจ�าเลยที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคลแล้วจ�าเลยที่1ไม่น�าเงินมาช�าระค่าปรับ
จึงเป็นกรณีที่จะต้องมีการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์ของจ�าเลยที่ 1มาใช้ค่าปรับตามค�าพิพากษาของศาลซึ่งอ�านาจ
า
1
เลยที่
ซึ่งเป็นนิติบุคคลแล้ว
า
เลยที่
จ�
ฉะนั้น
1
เงินมาช�
ใช้ค่าปรับ....”ฉะนั้นเมื่อศาลลงโทษปรับจ�าเลยที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคลแล้วจ�าเลยที่1ไม่น�าเงินมาช�าระค่าปรับระค่าปรับ
า
า
ไม่น�
ใช้ค่าปรับ....”
เมื่อศาลลงโทษปรับจ�
จึงเป็นกรณีที่จะต้องมีการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์ของจ�าเลยที่1มาใช้ค่าปรับตามค�าพิพากษาของศาลซึ่งอ�านาจ
จึงเป็นกรณีที่จะต้องมีการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์ของจ� เน่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ี
หน้าท่ในการบังคับคดีเป็นอานาจหน้าท่ของฝ่ายบริหาร า เลยที่ 1 มาใช้ค่าปรับตามค� า พิพากษาของศาล
ื
ี
�
จึงเป็นกรณีที่จะต้องมีการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์ของจ�าเลยที่1มาใช้ค่าปรับตามค�าพิพากษาของศาลซึ่งอ�านาจซึ่งอ�านาจ
หน้าท่ในการบังคับคดีเป็นอานาจหน้าท่ของฝ่ายบริหาร เน่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
�
ี
ี
� 233ศาลซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการมีอ�านาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีมิได้มีอ�านาจ
พุทธศักราช ่ในการบ ังค ับคด ีเป็นอ � า นาจหน้าท ่ของฝ่ายบร ิหาร ื เน ื ่องจากตามร ัฐธรรมน ูญแห่งราชอาณาจ
หน้าท 2540มาตรา
ี
ี
หน้าท่ในการบังคับคดีเป็นอานาจหน้าท่ของฝ่ายบริหาร เน่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยักรไทย
ื
ี
ี
พุทธศักราช2540มาตรา233ศาลซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการมีอ�านาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีมิได้มีอ�านาจ
หน้าที่ที่จะด�าเนินการบังคับคดีเอง 233 ศาลซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการมีอ� า นาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี
มาตราเว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเช่นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
2540
พุทธศักราช2540มาตรา233ศาลซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการมีอ�านาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีมิได้มีอ�านาจมิได้มีอ�านาจ
พุทธศักราช
หน้าที่ที่จะด�าเนินการบังคับคดีเองเว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเช่นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ิ
ความอาญามาตรา11 า9โดยเหตุนในคดีนีศาลจงหวดปราจนบุรจึงขอให้พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบรีดาเนนการ
ี
ุ
ี
ั
ี
้
ั
�
้
เช่น
หน้าที่ที่จะด�
เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ
เนินการบังคับคดีเอง
หน้าที่ที่จะด�าเนินการบังคับคดีเองเว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเช่นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
้
ั
�
ิ
ความอาญามาตรา119โดยเหตุนในคดีนีศาลจงหวดปราจนบุรจึงขอให้พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบรีดาเนนการ
ั
ุ
ี
้
ี
ี
บังคับคดีแก่จ�า าญ า มา ตร า 11 9 โด ้ ี ยเ หต ุน ี ้ ในค ด ีน ี ้ ศา ั ลจ งหว ี ดปร ี าจ นบ ุร จ ึง ขอใ ห้ พน ัก งาน อ ัยก าร จ ังห ว ัดป ุ รา จ ีนบ ร ีด � า ิ
ามอเลยที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคล
้
�
ความอาญามาตรา119โดยเหตุนในคดีนีศาลจงหวดปราจนบุรจึงขอให้พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบรีดาเนนการเนนการ
ั
ี
ิ
ั
ุ
คว
ี
ั
บังคับคดีแก่จ�าเลยที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคล
บังคับคดีแก่จ�าเลยที่1ซึ่งเป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นนิติบุคคล ื ี ้
แม้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะมิได้บัญญัติเร่องการบังคับคดีเช่นในกรณีของคดีน
เลยที่
บังคับคดีแก่จ�
า
1
แม้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะมิได้บัญญัติเร่องการบังคับคดีเช่นในกรณีของคดีน
ื
แต่ในมาตรา15ก็ให้นาบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าท่พอจะใช้บังคับ ้ ี ี ้ ี ้
ี
�
ัญญ
ีเช่นในกรณ
่องการบ
ื
ื
ีพ
ิได้บ
ับคด
แม้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะมิได้บัญญัติเร่องการบังคับคดีเช่นในกรณีของคดีนีของคดีน
ิจารณาความอาญาจะม
แม้ในประมวลกฎหมายว
ังค
ิเร
ัต
ิธ
ี
แต่ในมาตรา15ก็ให้นาบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าท่พอจะใช้บังคับ
�
ึ
ได้ซ่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา271 ิธ ีพ ิจารณาความแพ่งมาใช้บ ังค ี ึ ับเท่าท ี
ิแห่งประมวลกฎหมายว ก็บัญญัติว่าคู่ความหรือบุคคลซ่งเป็นฝ่ายชนะ
บทบ
็ให้น
แต่ในมาตรา
ัญญ
แต่ในมาตรา15ก็ให้นาบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าท่พอจะใช้บังคับ่พอจะใช้บังคับ
ก
15
ัต
า
�
�
ึ
ได้ซ่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา271ก็บัญญัติว่าคู่ความหรือบุคคลซ่งเป็นฝ่ายชนะ
ึ
ซ�าพิพากษา)ชอบท่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคาพิพากษาหรือคาส่งนนได้ซ่งในกรณีน้อาจเทียบ
�
ี
�
ึ
ี
ี
ั
(เจ้าหน้ตามค ึ ่งในประมวลกฎหมายว ิธ ีพ ิจารณาความแพ่ง มาตรา � 271 ก ็บ ัญญ ัต ิว่า ้ ั ั ค ู่ความหร ือบ ุคคลซ ึ ี
ได้ซ่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา271ก็บัญญัติว่าคู่ความหรือบุคคลซ่งเป็นฝ่ายชนะ่งเป็นฝ่ายชนะ
ได้
ึ
ึ
ี
�
ั
้
�
(เจ้าหน้ตามคาพิพากษา)ชอบท่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคาพิพากษาหรือคาส่งนนได้ซ่งในกรณีน้อาจเทียบ
ึ
ี
ี
ี
(เจ้าหน้ตามคาพิพากษา)ชอบท่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคาพิพากษาหรือคาส่งนนได้ซ่งในกรณีน้อาจเทียบ้อาจเทียบ
นกรณ
ซ
ีน
ึ
่งใ
�
ชอบท
ี
ร้องขอให
่จะ
ือค
กษา)
ั
ี
กษาหร
ับคด
�
�
ามค
ีต
้บ
ิพา
ังค
า
พ
าหน
้
�
่งน
้ตามค
ี
(เจ้
ึ
ั
นได้
ั
พ
�
้
ิพา
ั
ส
ี
า
า
�

