Page 746 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 746

ิ
            694     อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ












                    ที่
                       อส(สฝ
                            ป
         ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐18 / ว 19 .) ๐๐18 / ว 19                  สำนักงานอัยการสูงสุด  สำนักงานอัยการสูงสุด
                             ผ
                                                                          สำนักงานอัยการสูงสุด
                ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐18 / ว 19
         ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐18 / ว 19                                 สำนักงานอัยการสูงสุด
                                                                              ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
                                                                   ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
                                                                          ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
                                                                   ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900
                                                                 17 มก
                                                      17 มกราคม 2548 ราคม 2548
                                                             17 มกราคม 2548
                                                      17 มกราคม 2548
                    เรื่อง  การบรรยายฟองของพนักงานอัยการ
         เรื่อง  การบรรยายฟองของพนักงานอัยการ
                เรื่อง  การบรรยายฟองของพนักงานอัยการ
         เรื่อง  การบรรยายฟองของพนักงานอัยการ
                    เรียน  รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝ
         เรียน  รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการาย เลขานุการ
                เรียน  รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการ
         เรียน  รองอัยการสูงสุด ผูตรวจราชการอัยการ อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการ
                            อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
                อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
                       อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
                อัยการสูงสุด ผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสำนักงานอํานวยการ
                        ่
                        ี
         สิ่งทสงมาดวย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547
                    สิ่งทสงมาดวย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547
            ี
            ่
                สิ่งทสงมาดวย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547
                    ่
                    ี
            ่
            ี
         สิ่งทสงมาดวย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547
                                   ดวยไดมคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547 คดีระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก
                       ดวยไดมคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547 คดีระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก
                              ี
                                          ี
                                      ี
                               ดวยไดมคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547 คดีระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก
                       ดวยไดมคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2547 คดีระหวาง พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก
                              ี
         นายทว หรือตุด ทองแกว กับพวกรวม 2 คน จำเลย เรื่องความผิดตอชีวิต ความผิดตอพระราชบัญญัติอาวุธปนฯ
               ี
                           ี
                    นายทว หรือตุด ทองแกว กับพวกรวม 2 คน จำเลย เรื่องความผิดตอชีวิต ความผิดตอพระราชบัญญัติอาวุธปนฯ
                      ี
                นายทว หรือตุด ทองแกว กับพวกรวม 2 คน จำเลย เรื่องความผิดตอชีวิต ความผิดตอพระราชบัญญัติอาวุธปนฯ
               ี
         นายทว หรือตุด ทองแกว กับพวกรวม 2 คน จำเลย เรื่องความผิดตอชีวิต ความผิดตอพระราชบัญญัติอาวุธปนฯ
         ลหุโทษ วินิจฉัยวา พยานหลักฐานโจทกรับฟงไดวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชจางวานให นายพา ไมทราบนามสกุลกับพวก
                    ลหุโทษ วินิจฉัยวา พยานหลักฐานโจทกรับฟงไดวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชจางวานให นายพา ไมทราบนามสกุลกับพวก
                ลหุโทษ วินิจฉัยวา พยานหลักฐานโจทกรับฟงไดวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชจางวานให นายพา ไมทราบนามสกุลกับพวก
         ลหุโทษ วินิจฉัยวา พยานหลักฐานโจทกรับฟงไดวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชจางวานให นายพา ไมทราบนามสกุลกับพวก
                                                                                             
         ฆาผูตายโดยไตรตรองไวกอน แตคดีนี้โจทกฟองวาจำเลยที่ 1 รวมกันกระทำความผิด ขอเท็จจริงที่ปรากฏในทาง
                                                                                  
                    ฆาผูตายโดยไตรตรองไวกอน แตคดีนี้โจทกฟองวาจำเลยที่ 1 รวมกันกระทำความผิด ขอเท็จจริงที่ปรากฏในทาง
                ฆาผูตายโดยไตรตรองไวกอน แตคดีนี้โจทกฟองวาจำเลยที่ 1 รวมกันกระทำความผิด ขอเท็จจริงที่ปรากฏในทาง
                                                                                         
                                                                                  
         ฆาผูตายโดยไตรตรองไวกอน แตคดีนี้โจทกฟองวาจำเลยที่ 1 รวมกันกระทำความผิด ขอเท็จจริงที่ปรากฏในทาง
                    พิจารณาจึงแตกตางกับขอเท็จจริงดังกลาวในฟองในขอสาระสำคัญอยางมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
         พิจารณาจึงแตกตางกับขอเท็จจริงดังกลาวในฟองในขอสาระสำคัญอยางมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
                พิจารณาจึงแตกตางกับขอเท็จจริงดังกลาวในฟองในขอสาระสำคัญอยางมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
         พิจารณาจึงแตกตางกับขอเท็จจริงดังกลาวในฟองในขอสาระสำคัญอยางมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
                    ความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ดังนี้ จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานรวมกันกระทำความผิดไมได แตการที่จำเลย
         ความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ดังนี้ จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานรวมกันกระทำความผิดไมได แตการที่จำเลย
                ความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ดังนี้ จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานรวมกันกระทำความผิดไมได แตการที่จำเลย
         ความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ดังนี้ จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานรวมกันกระทำความผิดไมได แตการที่จำเลย
                                                                                                      
         ที่ 1 นำอาวุธปนที่ซอนไวมามอบใหนายพาไปยิงผูตาย และหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับอาวุธปนจากนายพาแลว กนายพาแลว
                                                                                                                 
                    ที่ 1 นำอาวุธปนที่ซอนไวมามอบใหนายพาไปยิงผูตาย และหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับอาวุธปนจา
                ที่ 1 นำอาวุธปนที่ซอนไวมามอบใหนายพาไปยิงผูตาย และหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับอาวุธปนจากนายพาแลว
                                                                                                             
         ที่ 1 นำอาวุธปนที่ซอนไวมามอบใหนายพาไปยิงผูตาย และหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับอาวุธปนจากนายพาแลว
                                                                                                      
                    นำไปซอนไวในปาละเมาะ เปนการใหความสะดวกในการที่ผูอื่นกระทำความผิด จึงเปนความผิดฐานเปนผูสนับสนุน
         นำไปซอนไวในปาละเมาะ เปนการใหความสะดวกในการที่ผูอื่นกระทำความผิด จึงเปนความผิดฐานเปนผูสนับสนุน
                นำไปซอนไวในปาละเมาะ เปนการใหความสะดวกในการที่ผูอื่นกระทำความผิด จึงเปนความผิดฐานเปนผูสนับสนุน
         นำไปซอนไวในปาละเมาะ เปนการใหความสะดวกในการที่ผูอื่นกระทำความผิด จึงเปนความผิดฐานเปนผูสนับสนุน
         ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ซึ่งศาลฎีกาแกไขเสียใหถูกตองไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ จารณาความ
                    ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ซึ่งศาลฎีกาแกไขเสียใหถูกตองไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิ
                ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ซึ่งศาลฎีกาแกไขเสียใหถูกตองไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
         ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ซึ่งศาลฎีกาแกไขเสียใหถูกตองไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
                    อาญา มาตรา 195 วรรคสอง 225 พิพากษาแกเปนวาจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
         อาญา มาตรา 195 วรรคสอง 225 พิพากษาแกเปนวาจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
                อาญา มาตรา 195 วรรคสอง 225 พิพากษาแกเปนวาจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
         อาญา มาตรา 195 วรรคสอง 225 พิพากษาแกเปนวาจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
         289 (4) ประกอบดวยมาตรา 86 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาฎีกาทสงมาพรอมกับหนังสือนี้
                                                                           ่
                    289 (4) ประกอบดวยมาตรา 86 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาฎีกาทสงมาพรอมกับหนังสือนี้
                                                                           ี
                                                                                       ่
                                                                                       ี
                289 (4) ประกอบดวยมาตรา 86 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาฎีกาทสงมาพรอมกับหนังสือนี้
                                                                                  ี
                                                                                  ่
                                                                           ี
         289 (4) ประกอบดวยมาตรา 86 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาฎีกาทสงมาพรอมกับหนังสือนี้
                                                                           ่
                       สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแลว เห็นวา เรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาโดย
                                   สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแลว เห็นวา เรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาโดย
                               สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแลว เห็นวา เรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาโดย
                       สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแลว เห็นวา เรื่องนี้เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาโดย
         ที่ประชุมใหญวางหลักไวเปนบรรทัดฐานแลว 2 เรื่อง คือ คำพิพากษาฎีกาที่ 237/2516 (ประชุมใหญ) และ ุมใหญ) และ
                    ที่ประชุมใหญวางหลักไวเปนบรรทัดฐานแลว 2 เรื่อง คือ คำพิพากษาฎีกาที่ 237/2516 (ประช
                ที่ประชุมใหญวางหลักไวเปนบรรทัดฐานแลว 2 เรื่อง คือ คำพิพากษาฎีกาที่ 237/2516 (ประชุมใหญ) และ
         ที่ประชุมใหญวางหลักไวเปนบรรทัดฐานแลว 2 เรื่อง คือ คำพิพากษาฎีกาที่ 237/2516 (ประชุมใหญ) และ
                                                            ี
         คำพิพากษาที่ 2954/2529 (ประชุมใหญ) และตอมาไดมคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยตามแนวฎีกาประชุมใหญ ประชุมใหญ        
                    คำพิพากษาที่ 2954/2529 (ประชุมใหญ)
                                                                                                       
                                                           และตอมาไดมคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยตามแนวฎีกา
                                                                       ี
                คำพิพากษาที่ 2954/2529 (ประชุมใหญ) และตอมาไดมคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยตามแนวฎีกาประชุมใหญ
                                                                   ี
                                                                  
                                                          
         คำพิพากษาที่ 2954/2529 (ประชุมใหญ) และตอมาไดมคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยตามแนวฎีกาประชุมใหญ             
                                                            ี
                    ดังกลาวจำนวนมาก ซึ่งนอกจากขอเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกตางกับขอเท็จจริง
         ดังกลาวจำนวนมาก ซึ่งนอกจากขอเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกตางกับขอเท็จจริงที่ปรากฏในฟอง รากฏในฟอง
                                                                                                     ที่ป
                                                                                                                
                ดังกลาวจำนวนมาก ซึ่งนอกจากขอเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกตางกับขอเท็จจริงที่ปรากฏในฟอง
         ดังกลาวจำนวนมาก ซึ่งนอกจากขอเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกตางกับขอเท็จจริงที่ปรากฏในฟอง       
                                                                                                     
         ในสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสอง ตามแนวคำพิพากษาฎีกา
                    ในสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสอง ตามแนวคำพิพากษาฎีกา
                ในสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสอง ตามแนวคำพิพากษาฎีกา
         ในสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสอง ตามแนวคำพิพากษาฎีกา
                    ดังกลาวขางตนแลว ยังถือวาขอเท็จจริงที่โจ
                                                        ทกสืบไดเปนขอเท็จจริงที่โจทกมิไดประสงคใหลงโทษจำเล
                                                                      
         ดังกลาวขางตนแลว ยังถือวาขอเท็จจริงที่โจทกสืบไดเปนขอเท็จจริงที่โจทกมิไดประสงคใหลงโทษจำเลยที่ 1 ตามที่ ยที่ 1 ตามที่
                ดังกลาวขางตนแลว ยังถือวาขอเท็จจริงที่โจทกสืบไดเปนขอเท็จจริงที่โจทกมิไดประสงคใหลงโทษจำเลยที่ 1 ตามที่
                                                                
                                                                             
                                                                      
         ดังกลาวขางตนแลว ยังถือวาขอเท็จจริงที่โจทกสืบไดเปนขอเท็จจริงที่โจทกมิไดประสงคใหลงโทษจำเลยที่ 1 ตามที่
                                                        
                    ไดความเพราะโจทกไมไดกลาวหาในฟองวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชใหผูอื่นกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา
                                        
         ไดความเพราะโจทกไมไดกลาวหาในฟองวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชใหผูอื่นกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา
                                                   
                                               
                ไดความเพราะโจทกไมไดกลาวหาในฟองวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชใหผูอื่นกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา
                                        
         ไดความเพราะโจทกไมไดกลาวหาในฟองวาจำเลยที่ 1 เปนผูใชใหผูอื่นกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา
                    มาตรา 84 มาในฟองดวย ตามนัยฎีกาที่ 474/2516 คดีนี้ พนักงานอัยการบรรยายฟองแตเพียงวาจำเลยที่ 1
         มาตรา 84 มาในฟองดวย ตามนัยฎีกาที่ 474/2516 คดีนี้ พนักงานอัยการบรรยายฟองแตเพียงวาจำเลยที่ 1
                มาตรา 84 มาในฟองดวย ตามนัยฎีกาที่ 474/2516 คดีนี้ พนักงานอัยการบรรยายฟองแตเพียงวาจำเลยที่ 1
         มาตรา 84 มาในฟองดวย ตามนัยฎีกาที่ 474/2516 คดีนี้ พนักงานอัยการบรรยายฟองแตเพียงวาจำเลยที่ 1
                                                                                           ิสะเกษ หรือขิกขำ และบุตร
                    และที่ 2 กับพวกที่ยังจับกุมตัวไมไดเปนตัวการใชอาวุธยิงโดยเจตนาฆา นางวาสนา
         และที่ 2 กับพวกที่ยังจับกุมตัวไมไดเปนตัวการใชอาวุธยิงโดยเจตนาฆา นางวาสนา สะเกษ หรือขกขำ และบุตร
                                                                                                  ิ
                และที่ 2 กับพวกที่ยังจับกุมตัวไมไดเปนตัวการใชอาวุธยิงโดยเจตนาฆา นางวาสนา สะเกษ หรือขกขำ และบุตร
         และที่ 2 กับพวกที่ยังจับกุมตัวไมไดเปนตัวการใชอาวุธยิงโดยเจตนาฆา นางวาสนา สะเกษ หรือขกขำ และบุตร
                                                                                           ิ
         โดยไตรตรองไวกอนและอาง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เปนบทประกอบการลงโทษ โดยมไดบรรยายฟองวา
                              
                                                                                         ิ
                       โดยไตรตรองไวกอนและอาง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เปนบทประกอบการลงโทษ โดยมิไดบรรยายฟองวา
                โดยไตรตรองไวกอนและอาง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เปนบทประกอบการลงโทษ โดยมไดบรรยายฟองวา
                                                                                                ิ
                              
                                     
         โดยไตรตรองไวกอนและอาง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เปนบทประกอบการลงโทษ โดยมไดบรรยายฟองวา
                                                                                         ิ
                              
                      
                    จำเลยที่ 1 ได รวมกระทำความผิดโดยใชจางวานใหผูอื่นกระทำความผิดฐานฆาผูอื่น หรือรวมกระทำ
         จำเลยที่ 1 ได รวมกระทำความผิดโดยใชจางวานใหผูอื่นกระทำความผิดฐานฆาผูอื่น หรือรวมกระทำความผิดดวย ความผิดดวย
                จำเลยที่ 1 ได รวมกระทำความผิดโดยใชจางวานใหผูอื่นกระทำความผิดฐานฆาผูอื่น หรือรวมกระทำความผิดดวย
         จำเลยที่ 1 ได รวมกระทำความผิดโดยใชจางวานใหผูอื่นกระทำความผิดฐานฆาผูอื่น หรือรวมกระทำความผิดดวย
                    การกอใหผูอื่นกระทําความผิดโดยการใชจางวานใหฆาผูอื่น  อันเปนองคประกอบความผิดฐานผูใช
         การกอใหผูอื่นกระทําความผิดโดยการใชจางวานใหฆาผูอื่น  อันเปนองคประกอบความผิดฐานผูใช  ตามประมวล ตามประมวล
                การกอใหผูอื่นกระทําความผิดโดยการใชจางวานใหฆาผูอื่น  อันเปนองคประกอบความผิดฐานผูใช  ตามประมวล
         การกอใหผูอื่นกระทําความผิดโดยการใชจางวานใหฆาผูอื่น  อันเปนองคประกอบความผิดฐานผูใช  ตามประมวล
         กฎหมายอาญามาตรา  84  และคําขอทายคําฟองมีไดอางประมวลกฎหมายอาญามาตรา  84  มาในฟองดวย  มาในฟองดวย
                    กฎหมายอาญามาตรา  84  และคําขอทายคําฟองมีไดอางประมวลกฎหมายอาญามาตรา  84
                กฎหมายอาญามาตรา  84  และคําขอทายคําฟองมีไดอางประมวลกฎหมายอาญามาตรา  84  มาในฟองดวย
         กฎหมายอาญามาตรา  84  และคําขอทายคําฟองมีไดอางประมวลกฎหมายอาญามาตรา  84  มาในฟองดวย
                    เปนเหตุใหศาลลงโทษฐานเปนผูใชให
         เปนเหตุใหศาลลงโทษฐานเปนผูใชให
                เปนเหตุใหศาลลงโทษฐานเปนผูใชให
         เปนเหตุใหศาลลงโทษฐานเปนผูใชให
                                                                                           /ผูอื่นกระทำ...  /ผูอื่นกระทำ...
                                                                                                  /ผูอื่นกระทำ...
                                                                                           /ผูอื่นกระทำ...
   741   742   743   744   745   746   747   748   749   750   751