Page 531 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 531

อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ           489
                                                                                         ิ












                                                                                            สูงสุด
                                                                                         การ
                                                                                 สํานักงานอัยการสูงสุด
                                                                              สํานักงานอัย
                  ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐๑๘ / ว ๓๕
                ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐๑๘ / ว ๓๕
              ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐๑๘ / ว ๓๕                                      สํานักงานอัยการสูงสุด
                                                                                 สํานักงานอัยการสูงสุด
                  ที่ อส(สฝปผ.) ๐๐๑๘ / ว ๓๕
                                                                              ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
                                                                                 ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
                                                                             ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
                                                                                 ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
                                                              3  มีนาคม  2543
                                                                 3  มีนาคม  2543
                                                             3  มีนาคม  2543
                                                                 3  มีนาคม  2543
                เรื่อง  การสืบพยานในคดีที่จำเลยรับสารภาพในกรณีที่อัยการฟองขอใหศาลเลือกลงโทษ
                  เรื่อง  การสืบพยานในคดีที่จำเลยรับสารภาพในกรณีที่อัยการฟองขอใหศาลเลือกลงโทษ
              เรื่อง  การสืบพยานในคดีที่จำเลยรับสารภาพในกรณีที่อัยการฟองขอใหศาลเลือกลงโทษ
                  เรื่อง  การสืบพยานในคดีที่จำเลยรับสารภาพในกรณีที่อัยการฟองขอใหศาลเลือกลงโทษ
                       ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469
                         ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469
                     ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469
                         ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469
                เรียน  รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการอัยการสูงสุด
                  เรียน  รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการอัยการสูงสุด
              เรียน  รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการอัยการสูงสุด
                  เรียน  รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝาย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝาย เลขานุการอัยการสูงสุด
                         อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา
                       อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา
                     อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา
                         อัยการจังหวัด และผูอํานวยการสถาบันกฎหมายอาญา
                  สิ่งที่สงมาดวย สำเนาคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540
                สิ่งที่สงมาดวย สำเนาคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540
              สิ่งที่สงมาดวย สำเนาคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540
                  สิ่งที่สงมาดวย สำเนาคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540
                              ดวยคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540 คดีระหวางพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก
                                ดวยคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540 คดีระหวางพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก
                            ดวยคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540 คดีระหวางพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก       
                                ดวยคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2540 คดีระหวางพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก
                นายสุนทร สุวรรณสุขโข ที่ 1 กบพวกรวม 5 คน จำเลย เรื่อง ความผิดตอพระราชบัญญัติศุลกากร ศาลฎีกาวินิจฉัยวา
                  นายสุนทร สุวรรณสุขโข ที่ 1 กบพวกรวม 5 คน จำเลย เรื่อง ความผิดตอพระราชบัญญัติศุลกากร ศาลฎีกาวินิจฉัยวา
                                           ั
                                         ั
              นายสุนทร สุวรรณสุขโข ที่ 1 กบพวกรวม 5 คน จำเลย เรื่อง ความผิดตอพระราชบัญญัติศุลกากร ศาลฎีกาวินิจฉัยวา
                                       ั
                  นายสุนทร สุวรรณสุขโข ที่ 1 กบพวกรวม 5 คน จำเลย เรื่อง ความผิดตอพระราชบัญญัติศุลกากร ศาลฎีกาวินิจฉัยวา
                                           ั
                  “โจทกขอใหลงโทษจำเลยทั้งหา ฐานรวมกันลักลอบนําเขาเลื่อยโซยนตของกลาง อันเปนของผลิตในตางประเทศ
                “โจทกขอใหลงโทษจำเลยทั้งหา ฐานรวมกันลักลอบนําเขาเลื่อยโซยนตของกลาง อันเปนของผลิตในตางประเทศ
              “โจทกขอใหลงโทษจำเลยทั้งหา ฐานรวมกันลักลอบนําเขาเลื่อยโซยนตของกลาง อันเปนของผลิตในตางประเทศ
                  “โจทกขอใหลงโทษจำเลยทั้งหา ฐานรวมกันลักลอบนําเขาเลื่อยโซยนตของกลาง อันเปนของผลิตในตางประเทศ
                  ที่ยังมิไดผานดานศุลกากรโดยถูกตองเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร หรือรับไวซึ่งเลื่อยโซยนต
                ที่ยังมิไดผานดานศุลกากรโดยถูกตองเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร หรือรับไวซึ่งเลื่อยโซยนต
              ที่ยังมิไดผานดานศุลกากรโดยถูกตองเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร หรือรับไวซึ่งเลื่อยโซยนต
                  ที่ยังมิไดผานดานศุลกากรโดยถูกตองเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร หรือรับไวซึ่งเลื่อยโซยนต
                โดยจำเลยทั้งหารูอยูแลววาเปนของที่ผูลักลอบนําเขาหลบหนีดานศุลกากรเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร
                  โดยจำเลยทั้งหารูอยูแลววาเปนของที่ผูลักลอบนําเขาหลบหนีดานศุลกากรเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร
              โดยจำเลยทั้งหารูอยูแลววาเปนของที่ผูลักลอบนําเขาหลบหนีดานศุลกากรเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร
                  โดยจำเลยทั้งหารูอยูแลววาเปนของที่ผูลักลอบนําเขาหลบหนีดานศุลกากรเขามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร
                  ที่ตองเสียสำหรับของนั้น อันเปนความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ แสดงวาโจทก
                ที่ตองเสียสำหรับของนั้น อันเปนความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ แสดงวาโจทก
              ที่ตองเสียสำหรับของนั้น อันเปนความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ แสดงวาโจทก      
                  ที่ตองเสียสำหรับของนั้น อันเปนความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ แสดงวาโจทก
                  ประสงคขอใหลงโทษจำเลยทั้งหาในขอหาใดขอหาหนึ่งเพียงขอหาเดียว เพราะความผิดดังกลาวเปนความผิดคนละฐาน
                ประสงคขอใหลงโทษจำเลยทั้งหาในขอหาใดขอหาหนึ่งเพียงขอหาเดียว เพราะความผิดดังกลาวเปนความผิดคนละฐาน
              ประสงคขอใหลงโทษจำเลยทั้งหาในขอหาใดขอหาหนึ่งเพียงขอหาเดียว เพราะความผิดดังกลาวเปนความผิดคนละฐาน
                  ประสงคขอใหลงโทษจำเลยทั้งหาในขอหาใดขอหาหนึ่งเพียงขอหาเดียว เพราะความผิดดังกลาวเปนความผิดคนละฐาน
                จะลงโทษจำเลยทั้งหาในทั้งสองฐานความผิดยอมไมได คำใหการรับสารภาพของจำเลยทั้งหาที่วา จำเลยทั้งหาใหการ
                  จะลงโทษจำเลยทั้งหาในทั้งสองฐานความผิดยอมไมได คำใหการรับสารภาพของจำเลยทั้งหาที่วา จำเลยทั้งหาใหการ
              จะลงโทษจำเลยทั้งหาในทั้งสองฐานความผิดยอมไมได คำใหการรับสารภาพของจำเลยทั้งหาที่วา จำเลยทั้งหาใหการ
                  จะลงโทษจำเลยทั้งหาในทั้งสองฐานความผิดยอมไมได คำใหการรับสารภาพของจำเลยทั้งหาที่วา จำเลยทั้งหาใหการ
                รับสารภาพตามฟอง ยอมไมชัดเจนพอที่จะชี้ชัดวาจำเลยทั้งหาไดกระทำผิดฐานใด จึงเปนหนาที่ของโจทกจะตอง
                  รับสารภาพตามฟอง ยอมไมชัดเจนพอที่จะชี้ชัดวาจำเลยทั้งหาไดกระทำผิดฐานใด จึงเปนหนาที่ของโจทกจะตอง
              รับสารภาพตามฟอง ยอมไมชัดเจนพอที่จะชี้ชัดวาจำเลยทั้งหาไดกระทำผิดฐานใด จึงเปนหนาที่ของโจทกจะตอง
                  รับสารภาพตามฟอง ยอมไมชัดเจนพอที่จะชี้ชัดวาจำเลยทั้งหาไดกระทำผิดฐานใด จึงเปนหนาที่ของโจทกจะตอง
                                                                                                    
                                                                                                  
                  สืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยทั้งหา เมื่อโจทกไมสืบพยานจึงลงโทษจำเลยทั้งหาไมได” รายละเอียด
                สืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยทั้งหา เมื่อโจทกไมสืบพยานจึงลงโทษจำเลยทั้งหาไมได” รายละเอียด
              สืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยทั้งหา เมื่อโจทกไมสืบพยานจึงลงโทษจำเลยทั้งหาไมได” รายละเอียด
                                                                                                
                  สืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยทั้งหา เมื่อโจทกไมสืบพยานจึงลงโทษจำเลยทั้งหาไมได” รายละเอียด
                                                                                                    
                  ปรากฏตามสิ่งที่สงมาดวย
                ปรากฏตามสิ่งที่สงมาดวย
              ปรากฏตามสิ่งที่สงมาดวย
                  ปรากฏตามสิ่งที่สงมาดวย
                                สำนักงานอัยการสูงสุดไดพิจารณาแลวเห็นวา เพื่อมิใหเกิดความบกพรองและเสียหายแกคดี
                              สำนักงานอัยการสูงสุดไดพิจารณาแลวเห็นวา เพื่อมิใหเกิดความบกพรองและเสียหายแกคดี
                            สำนักงานอัยการสูงสุดไดพิจารณาแลวเห็นวา เพื่อมิใหเกิดความบกพรองและเสียหายแกคดี
                                สำนักงานอัยการสูงสุดไดพิจารณาแลวเห็นวา เพื่อมิใหเกิดความบกพรองและเสียหายแกคดี
                  คดีที่บรรยายฟองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27,27 ทวิ ซึ่งเปนคดีที่ฟองใหศาลเลือกลงโทษ
                คดีที่บรรยายฟองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27,27 ทวิ ซึ่งเปนคดีที่ฟองใหศาลเลือกลงโทษ
              คดีที่บรรยายฟองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27,27 ทวิ ซึ่งเปนคดีที่ฟองใหศาลเลือกลงโทษ
                  คดีที่บรรยายฟองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27,27 ทวิ ซึ่งเปนคดีที่ฟองใหศาลเลือกลงโทษ
                หากจำเลยใหการรับสารภาพตามฟองโจทก ใหพนักงานอัยการระมัดระวังใหไดความวาคํารับสารภาพนั้นเปนการ
                  หากจำเลยใหการรับสารภาพตามฟองโจทก ใหพนักงานอัยการระมัดระวังใหไดความวาคํารับสารภาพนั้นเปนการ
              หากจำเลยใหการรับสารภาพตามฟองโจทก ใหพนักงานอัยการระมัดระวังใหไดความวาคํารับสารภาพนั้นเปนการ
                  หากจำเลยใหการรับสารภาพตามฟองโจทก ใหพนักงานอัยการระมัดระวังใหไดความวาคํารับสารภาพนั้นเปนการ
                รับสารภาพในความผิดฐานใดฐานหนึ่งโดยชัดแจง จึงจะแถลงไมติดใจสืบพยานโจทก หากคํารับสารภาพนั้นไมชัดแจง
                  รับสารภาพในความผิดฐานใดฐานหนึ่งโดยชัดแจง จึงจะแถลงไมติดใจสืบพยานโจทก หากคํารับสารภาพนั้นไมชัดแจง
              รับสารภาพในความผิดฐานใดฐานหนึ่งโดยชัดแจง จึงจะแถลงไมติดใจสืบพยานโจทก หากคํารับสารภาพนั้นไมชัดแจง
                  รับสารภาพในความผิดฐานใดฐานหนึ่งโดยชัดแจง จึงจะแถลงไมติดใจสืบพยานโจทก หากคํารับสารภาพนั้นไมชัดแจง
                  วาจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานใด พนักงานอัยการจะตองสืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยในฐาน
                วาจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานใด พนักงานอัยการจะตองสืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยในฐาน
              วาจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานใด พนักงานอัยการจะตองสืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยในฐาน
                  วาจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานใด พนักงานอัยการจะตองสืบพยานใหไดความถึงการกระทำผิดของจำเลยในฐาน
                  นั้นดวย ทั้งนี้ ตามนัยระเบียบกรมอัยการวาดวยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 72
                นั้นดวย ทั้งนี้ ตามนัยระเบียบกรมอัยการวาดวยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 72
              นั้นดวย ทั้งนี้ ตามนัยระเบียบกรมอัยการวาดวยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 72
                  นั้นดวย ทั้งนี้ ตามนัยระเบียบกรมอัยการวาดวยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ขอ 72
                                จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ
                              จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ
                            จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ
                                จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ
                                                                  ขอแสดงความนับถือ
                                                                ขอแสดงความนับถือ
                                                              ขอแสดงความนับถือ
                                                                  ขอแสดงความนับถือ
                                                                      พันธ สุริยพร
                                                                    พันธ สุริยพร
                                                                  พันธ สุริยพร
                                                                      พันธ สุริยพร
                                                                  (นายพันธ สุริยพร)
                                                                    (นายพันธ สุริยพร)
                                                                (นายพันธ สุริยพร)
                                                                    (นายพันธ สุริยพร)
                                                           รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน
                                                         รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน
                                                       รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน
                                                           รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน
                                                                    อัยการสูงสุด
                                                                      อัยการสูงสุด
                                                                  อัยการสูงสุด
                                                                      อัยการสูงสุด
                  สำนักงานวิชาการ โทร ๕๔๑๒๙๔๔  (ไมมีเอกสารแนบ)
                สำนักงานวิชาการ โทร ๕๔๑๒๙๔๔  (ไมมีเอกสารแนบ)
              สำนักงานวิชาการ โทร ๕๔๑๒๙๔๔  (ไมมีเอกสารแนบ)
                  สำนักงานวิชาการ โทร ๕๔๑๒๙๔๔  (ไมมีเอกสารแนบ)
   526   527   528   529   530   531   532   533   534   535   536