Page 458 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 458
606 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
ิ
420 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ
606 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
606 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
606 อัยการนิเทศฉบับพิเศษ
ด่วนที่สุด
ด่วนที่สุด
ด่วนที่สุดด่วนที่สุด กระทรวงยุติธรรม
ที่ยธ0503/27201
ที่ยธ0503/27201
กระทรวงยุติธรรม
ที่ยธ0503/27201 กระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม
ถนนรัชดาภิเษกเขตจตุจักรกทม.10900
ที่ยธ0503/27201
ถนนรัชดาภิเษกเขตจตุจักรกทม.10900
ถนนรัชดาภิเษกเขตจตุจักรกทม.10900
ถนนรัชดาภิเษกเขตจตุจักรกทม.10900
19สิงหาคม2541
19สิงหาคม2541
19สิงหาคม2541
19สิงหาคม2541
�
เรื่อง มติการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)เก่ยวกับการดาเนินการ
ี
เรื่อง มติการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)เก่ยวกับการดาเนินการ
ี
�
เรื่อง มติการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)เก่ยวกับการดาเนินการ �
กระบวนการยุติธรรม
ี
�เก่ยวกับการดาเนินการ
เรื่อง มติการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ี(ป.ป.ส.)
กระบวนการยุติธรรม
กระบวนการยุติธรรม
กระบวนการยุติธรรม
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
อ้างถึง หนังสือส�านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่นร0205/ว(ล)8830ลงวันที่24กรกฎาคม2541
อ้างถึง หนังสือส�านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่นร0205/ว(ล)8830ลงวันที่24กรกฎาคม2541
อ้างถึง หนังสือส�านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่นร0205/ว(ล)8830ลงวันที่24กรกฎาคม2541
อ้างถึง หนังสือส�านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่นร0205/ว(ล)8830ลงวันที่24กรกฎาคม2541
ตามหนังสือท่อ้างถึงแจ้งว่า ส�านักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอเร่องมติการประชุม
ี
�
ื
ตามหนังสือท่อ้างถึงแจ้งว่า ส�านักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอเร่องมติการประชุม
�
ี
ื
�
ี
ี
ี ตามหนังสือท่อ้างถึงแจ้งว่า ส�านักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอเร่องมติการประชุม
ื
ื
ตามหนังสือท่อ้างถึงแจ้งว่า ส�านักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอเร่องมติการประชุม
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เก่ยวกับการดาเนินการกระบวนการยุติธรรม
�
�
ี
�
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เก่ยวกับการดาเนินการกระบวนการยุติธรรม
�เก่ยวกับการดาเนินการกระบวนการยุติธรรม
ี (ป.ป.ส.)
เพ่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาและขอให้กระทรวงยุติธรรมเสนอความเห็นเพ่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตร ี
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เก่ยวกับการดาเนินการกระบวนการยุติธรรม
ี
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
�
ื
ื
ื
เพ่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาและขอให้กระทรวงยุติธรรมเสนอความเห็นเพ่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตร
ื
ื
เพ่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาและขอให้กระทรวงยุติธรรมเสนอความเห็นเพ่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตร ี ี ี
เพ่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาและขอให้กระทรวงยุติธรรมเสนอความเห็นเพ่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตร
ื ภายในวันที่7สิงหาคม2541นั้น
ื
ื
ภายในวันที่7สิงหาคม2541นั้น
ภายในวันที่7สิงหาคม2541นั้น ี ี � � ี ั ี ั � �
กระทรวงยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีท่ศาลพิพากษาลงโทษจาคุกในความผิดฐานท่มีท้งโทษจาคุก
ภายในวันที่7สิงหาคม2541นั้น
กระทรวงยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีท่ศาลพิพากษาลงโทษจาคุกในความผิดฐานท่มีท้งโทษจาคุก
กระทรวงยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีท่ศาลพิพากษาลงโทษจาคุกในความผิดฐานท่มีท้งโทษจาคุก
ี
�
�
ั
และปรับตามกฎหมายนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา20ซ่งบัญญัติว่า ี ั �
�
ึ
กระทรวงยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีท่ศาลพิพากษาลงโทษจาคุกในความผิดฐานท่มีท้งโทษจาคุก
ี
ี
และปรับตามกฎหมายนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา20ซ่งบัญญัติว่า
ึ
�
ั
ึ
ี
�
ั
�
ึมาตรา
“บรรดาความผิดท่กฎหมายกาหนดให้ลงโทษท้งจาคุกและปรับด้วยน้นถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจาคุกก็ได้”
และปรับตามกฎหมายนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา
และปรับตามกฎหมายนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา20ซ่งบัญญัติว่า 20ซ่งบัญญัติว่า
ี
ั
ั
�
“บรรดาความผิดท่กฎหมายกาหนดให้ลงโทษท้งจาคุกและปรับด้วยน้นถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจาคุกก็ได้”
�
�
�
�
�
ี มาตรา
ั 18ได้จาแนกโทษทางอาญาไว้5ประเภทคือ(1)ประหารชีวิต
�
�
ั
“บรรดาความผิดท่กฎหมายกาหนดให้ลงโทษท้งจาคุกและปรับด้วยน้นถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจาคุกก็ได้” �
�
ั
ั
ประมวลกฎหมายอาญา
ี “บรรดาความผิดท่กฎหมายกาหนดให้ลงโทษท้งจาคุกและปรับด้วยน้นถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจาคุกก็ได้”
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา18ได้จาแนกโทษทางอาญาไว้5ประเภทคือ(1)ประหารชีวิต
�
ประมวลกฎหมายอาญา
� มาตรา18ได้จาแนกโทษทางอาญาไว้5ประเภทคือ(1)
(2)จ�าคุก(3)กักขัง(4)ปรับ(5)ริบทรัพย์สินความหนักเบาของโทษถือตามล�าดับในมาตรา18นี้ซึ่งเป็นการ
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา18ได้จาแนกโทษทางอาญาไว้5ประเภทคือ(1)ประหารชีวิตประหารชีวิต
�
(2)จ�าคุก(3)กักขัง(4)ปรับ(5)ริบทรัพย์สินความหนักเบาของโทษถือตามล�าดับในมาตรา18นี้ซึ่งเป็นการ
(2)จ�าคุก(3)กักขัง(4)ปรับ(5)ริบทรัพย์สินความหนักเบาของโทษถือตามล�าดับในมาตรา18ิ
�
(2)จ�าคุก(3)กักขัง(4)ปรับ(5)ริบทรัพย์สินความหนักเบาของโทษถือตามล�าดับในมาตรา18นี้ซึ่งเป็นการนี้ซึ่งเป็นการ
ี
ื
แบ่งตามความรุนแรงและผลกระทบต่อผู้กระทาความผิดโดยเฉพาะโทษริบทรัพย์สินเป็นเร่องท่กฎหมายบัญญัต
ี
แบ่งตามความรุนแรงและผลกระทบต่อผู้กระทาความผิดโดยเฉพาะโทษริบทรัพย์สินเป็นเร่องท่กฎหมายบัญญัต
ื
�
ิ
แบ่งตามความรุนแรงและผลกระทบต่อผู้กระทาความผิดโดยเฉพาะโทษริบทรัพย์สินเป็นเร่องท่กฎหมายบัญญัต
ื หรือทรัพย์สินซ่ง
ื
ี
� หรือมีไว้เพ่อใช้ในการกระท�าผิด
ึ
ื
ั
ี
�
ึ
�
แบ่งตามความรุนแรงและผลกระทบต่อผู้กระทาความผิดโดยเฉพาะโทษริบทรัพย์สินเป็นเร่องท่กฎหมายบัญญัต ิ ึ ิ
เป็นหลักการให้ศาลมีอานาจส่งริบทรัพย์สินซ่งบุคคลได้ใช้
ึ
ื
�
�
เป็นหลักการให้ศาลมีอานาจส่งริบทรัพย์สินซ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพ่อใช้ในการกระทาผิดหรือทรัพย์สินซ่ง
ั
ื หรือมีไว้เพ่อใช้ในการกระท�าผิด
ึ
ื
�
ึ
เป็นหลักการให้ศาลมีอานาจส่งริบทรัพย์สินซ่งบุคคลได้ใช้
�
บุคคลได้มาโดยได้กระท�าความผิดดังนั้นโทษริบทรัพย์สินโดยทั่วไปจึงไม่ใช่โทษที่ใช้ทดแทนโทษจ�าคุกและ ึ
เป็นหลักการให้ศาลมีอานาจส่งริบทรัพย์สินซ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพ่อใช้ในการกระทาผิดหรือทรัพย์สินซ่ง หรือทรัพย์สินซ่ง
ั
�
ึ
ั
บุคคลได้มาโดยได้กระท�าความผิดดังนั้นโทษริบทรัพย์สินโดยทั่วไปจึงไม่ใช่โทษที่ใช้ทดแทนโทษจ�าคุกและ
บุคคลได้มาโดยได้กระท�าความผิดดังนั้นโทษริบทรัพย์สินโดยทั่วไปจึงไม่ใช่โทษที่ใช้ทดแทนโทษจ�าคุกและ
ไม่ใช่โทษท�านองเดียวกันกับโทษปรับ
บุคคลได้มาโดยได้กระท�าความผิดดังนั้นโทษริบทรัพย์สินโดยทั่วไปจึงไม่ใช่โทษที่ใช้ทดแทนโทษจ�าคุกและ
ไม่ใช่โทษท�านองเดียวกันกับโทษปรับ
ไม่ใช่โทษท�านองเดียวกันกับโทษปรับ
ส่วนการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29นั้นในทางปฏิบัติไม่ปรากฏว่า
ไม่ใช่โทษท�านองเดียวกันกับโทษปรับ
ส่วนการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29นั้นในทางปฏิบัติไม่ปรากฏว่า
มีการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับเนื่องจากปกติจ�าเลยผู้ต้องหาโทษปรับที่มีความสามารถในการช�าระค่าปรับจะยอม
ส่วนการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29นั้นในทางปฏิบัติไม่ปรากฏว่า
มีการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับเนื่องจากปกติจ�าเลยผู้ต้องหาโทษปรับที่มีความสามารถในการช�าระค่าปรับจะยอม
ส่วนการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29นั้นในทางปฏิบัติไม่ปรากฏว่า
มีการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับเนื่องจากปกติจ�าเลยผู้ต้องหาโทษปรับที่มีความสามารถในการช�าระค่าปรับจะยอม
มีการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับเนื่องจากปกติจ�าเลยผู้ต้องหาโทษปรับที่มีความสามารถในการช�าระค่าปรับจะยอม
ช�าระค่าปรับต่อศาลเพราะเกรงกลัวว่าจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับซึ่งเป็นโทษที่ถือว่าหนักกว่าดังกล่าวข้างต้น
ช�าระค่าปรับต่อศาลเพราะเกรงกลัวว่าจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับซึ่งเป็นโทษที่ถือว่าหนักกว่าดังกล่าวข้างต้น
�
�
ั
ช�าระค่าปรับต่อศาลเพราะเกรงกลัวว่าจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับซึ่งเป็นโทษที่ถือว่าหนักกว่าดังกล่าวข้างต้น
�
ื
ั
ช�าระค่าปรับต่อศาลเพราะเกรงกลัวว่าจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับซึ่งเป็นโทษที่ถือว่าหนักกว่าดังกล่าวข้างต้น
ดังน้นเม่อจาเลยไม่ชาระค่าปรับศาลจะส่งให้กักขังจาเลยแทนค่าปรับแต่หากมีข้อเท็จจริงในสานวนคดีปรากฏ
�
�
�
�
�
ั
ดังน้นเม่อจาเลยไม่ชาระค่าปรับศาลจะส่งให้กักขังจาเลยแทนค่าปรับแต่หากมีข้อเท็จจริงในสานวนคดีปรากฏ
ื
ั
ื
�
�
�
�
� ดังน้นเม่อจาเลยไม่ชาระค่าปรับศาลจะส่งให้กักขังจาเลยแทนค่าปรับแต่หากมีข้อเท็จจริงในสานวนคดีปรากฏ
ั
ั
�
ดังน้นเม่อจาเลยไม่ชาระค่าปรับศาลจะส่งให้กักขังจาเลยแทนค่าปรับแต่หากมีข้อเท็จจริงในสานวนคดีปรากฏ
ต่อศาลว่าจ�าเลยผู้ต้องโทษปรับมีทรัพย์สิน ัศาลอาจสั่งให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับก็ได้ในข้อนี้ถ้าพนักงานอัยการ
ั
ื
�
�
ต่อศาลว่าจ�าเลยผู้ต้องโทษปรับมีทรัพย์สินศาลอาจสั่งให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับก็ได้ในข้อนี้ถ้าพนักงานอัยการ
ต่อศาลว่าจ�าเลยผู้ต้องโทษปรับมีทรัพย์สินศาลอาจสั่งให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับก็ได้ในข้อนี้ถ้าพนักงานอัยการ
บรรยายฟ้องในเรื่องเหล่านี้มาด้วยอาจเป็นแนวทางให้ศาลมีค�าสั่งดังกล่าวได้
ต่อศาลว่าจ�าเลยผู้ต้องโทษปรับมีทรัพย์สินศาลอาจสั่งให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับก็ได้ในข้อนี้ถ้าพนักงานอัยการ
บรรยายฟ้องในเรื่องเหล่านี้มาด้วยอาจเป็นแนวทางให้ศาลมีค�าสั่งดังกล่าวได้
บรรยายฟ้องในเรื่องเหล่านี้มาด้วยอาจเป็นแนวทางให้ศาลมีค�าสั่งดังกล่าวได้
บรรยายฟ้องในเรื่องเหล่านี้มาด้วยอาจเป็นแนวทางให้ศาลมีค�าสั่งดังกล่าวได้

