Page 224 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 224
ิ
190 อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ
่
ั
ที มท 1203 / ว 102 กรมอยการ
ั
ที มท 1203 / ว 102
่
กรมอยการ
ั
่
ที มท 1203 / ว 102 กรมอยการ กรมอัยการ
ที มท 1203 / ว 102
่
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
28 ธันวาคม 2532
28 ธันวาคม 2532
28 ธันวาคม 2532
28 ธันวาคม 2532
ั
ิ
ุ
่
ํ
ิ
เรอง การดาเนนคดความผดตามพระราชบญญตอาวธปน ฯ
ั
ิ
ื
ี
ั
ิ
เรอง การดาเนนคดความผดตามพระราชบญญตอาวธปน ฯ
ั
ี
ํ
ิ
ิ
ุ
่
ื
ี
ิ
่
ิ
ั
ื
ุ
เรอง การดาเนนคดความผดตามพระราชบญญตอาวธปน ฯ
ั
ิ
ิ
ํ
ี
ิ
ื
ั
ั
ํ เร่อง การดาเนนคดความผดตามพระราชบญญติอาวุธปน ฯ
ี
ั
ั
ั
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อยการฎกาเขต อยการอุทธรณ อยการจังหวัด
ิ
ั
ี
ิ
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อยการฎกาเขต อยการอุทธรณ อยการจังหวัด
ั
ั
ั
ี
ั
ั
เรียน รองอธิบด
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อยการฎกาเขต อยการอุทธรณ อยการจังหวัดารจังหวัด
ิี อัยการพิเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อัยการฎีกาเขต อัยการอุทธรณ อัยก
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
่
ี
สงทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 853 / 2532
ี
่
ิ
ํ
ิ
่
ี
่
่
ิ
ี
ํ
ิ
สงทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 853 / 2532
่
ี
ิ
่
่
ี
ิ
ํ
่
่
่
ี
ี
ิ
ส่งทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 853
ํ
ิ
สงทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 853 / 2532 / 2532
ี
ํ
โดยปรากฏวามีคําพิพากษาฎกาที่ 853 / 2532 ความอาญา ระหวางพนักงานอัยการประจา
ี
ํ
โดยปรากฏวามีคําพิพากษาฎกาที่ 853 / 2532 ความอาญา ระหวางพนักงานอัยการประจา
ี
โดยปรากฏวามีคําพิพากษาฎกาที่ 853 / 2532 ความอาญา ระหวางพนักงานอัยการประจาารประจํา
ํ
โดยปรากฏวามีคําพิพากษาฎกาที่ 853 / 2532 ความอา
ี
ญา ระหวางพนักงานอัยก
ศาลจังหวัดไชยา โจทก นายสมคิด กลางนุรักษ จาเลย เรองความผดตอชวต ความผดตอพระราชบัญญตอาวธปนฯ
่
ื
ี
ิ
ิ
ุ
ํ
ั
ิ
ิ
ุ
ศาลจังหวัดไชยา โจทก นายสมคิด กลางนุรักษ จาเลย เรองความผดตอชวต ความผดตอพระราชบัญญตอาวธปนฯ
ํ
ั
ื
่
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
่
ี
ิ
ั
ุ
ิ
ื
ิ
ศาลจังหวัดไชยา โจทก นายสมคิด กลางนุรักษ จาเลย เรองความผดตอชวต ความผดตอพระราชบัญญตอาวธปนฯ าวธปนฯ
ั
ุ
ํงนุรักษ จําเลย เรองความผิดตอชวิต ความผิดตอพระราชบัญญตอ
่
ื
ศาลจังหวัดไชยา โจทก นายสมคิด กลา
ี
ิ
ั
่
ี
่
ิ
ี
ิ
ุ
ึ
ิ
ี
่
ื
ั
ี
ี
ซงศาลฎกาวนจฉยความผดฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายทะเบยนไวในครอบครองโดยไมไดรบอนุญาตโดยมติ
ี
ั
ิ
ึ
่
ิ
ซงศาลฎกาวนจฉยความผดฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายทะเบยนไวในครอบครองโดยไมไดรบอนุญาตโดยมติ
ี
ี
ี
ั
่
ื
ุ
ิ
่
ี
ิ
่
ึ
ื
่
ซงศาลฎกาวนจฉยความผดฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายทะเบยนไวในครอบครองโดยไมไดรบอนุญาตโดยมติ
ี
ี
ุ
ี
่
ั
ี
ิ
ั
ิ
่
ึ
ี
ื
่
ี
ิ
ั
ุ
ิ
ี
ี
ี
ี ซ่งศาลฎกาวนิจฉัยความผดฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายทะเบยนไวในครอบครองโดยไมไดรบอนุญาตโดยมติ
ํ
ํ
ของที่ประชุมใหญวา แมจะไดความจากคําเบิกความของจาเลยตอบคําถามคานของโจทกวา จาเลยไมเคยไดรับ
ํ
ของที่ประชุมใหญวา แมจะไดความจากคําเบิกความของจาเลยตอบคําถามคานของโจทกวา จาเลยไมเคยไดรับ
ํ
ํ
ํ
องโจทกวา จําเลยไม
ของที่ประชุมใหญวา แมจะไดความจากคําเบิกความของจาเลยตอบคําถามคานข
ของที่ประชุมใหญวา แมจะไดความจากคําเบิกความของจาเลยตอบคําถามคานของโจทกวา จาเลยไมเคยไดรับเคยไดรับ
ํ
อนุญาตจากนายทะเบียนใหมีอาวุธปนไวในครอบครองกตาม กเปนขอเท็จจริงที่ไดจากการที่จําเลยตอบคําถามคาน
็
็
็
็
อนุญาตจากนายทะเบียนใหมีอาวุธปนไวในครอบครองกตาม กเปนขอเท็จจริงที่ไดจากการที่จําเลยตอบคําถามคาน
อนุญาตจากนายทะเบียนใหมีอาวุธปนไวในครอบครองกตาม กเปนขอเท็จจริงที่ไดจากการที่จําเลยตอบคําถามคาน
็
็
ะเบียนใหมีอาวุธปนไวในครอบครองก็ตาม ก็เปนขอเท็จจริงที่ไดจากการที่จําเลยตอบคําถามคาน
อนุญาตจากนายท
ของโจทก ถือไมไดวาโจทกนําสืบถงขอเท็จจริงนั้น เพราะในการพจารณาคดีอาญาโจทกมีหนาที่นําสืบใหฟงไดวา
ึ
ิ
ของโจทก ถือไมไดวาโจทกนําสืบถงขอเท็จจริงนั้น เพราะในการพจารณาคดีอาญาโจทกมีหนาที่นําสืบใหฟงไดวา
ิ
ึ
ิ
ึ
ของโจทก ถือไมไดวาโจทกนําสืบถึงขอเท็จจริงนั้น เพราะในการพิจารณาคดีอาญาโจทกมีหนาที่นําสืบใ
ของโจทก ถือไมไดวาโจทกนําสืบถงขอเท็จจริงนั้น เพราะในการพจารณาคดีอาญาโจทกมีหนาที่นําสืบใหฟงไดวาหฟงไดวา
ุ
ู
จําเลยกระทําผิด ทั้งโจทกไมไดอาวุธปนมาเปนของกลางยนยัน และไมมีพยานหลักฐานอื่นที่พิสจนใหเห็นวาอาวธ
ื
ื
ุ
ู
จําเลยกระทําผิด ทั้งโจทกไมไดอาวุธปนมาเปนของกลางยนยัน และไมมีพยานหลักฐานอื่นที่พิสจนใหเห็นวาอาวธ
ู
ุ
ื
จําเลยกระทําผิด ทั้งโจทกไมไดอาวุธปนมาเปนของกลางยนยัน และไมมีพยานหลักฐานอื่นที่พิสจนใหเห็นวาอาวธ็นวาอาวุธ
จทกไมไดอาวุธปนมาเปนของกลางยืนยัน และไมมีพยานหลักฐานอื่นที่พิสูจนใหเห
จําเลยกระทําผิด ทั้งโ
ปนดังกลาวไมมีหมายเลขทะเบียนตามที่โจทกฟอง จงลงโทษจาเลยฐานมีอาวธปนไมมีหมายเลขทะเบียนไวใน
ํ
ุ
ึ
ึ
ุ
ปนดังกลาวไมมีหมายเลขทะเบียนตามที่โจทกฟอง จงลงโทษจาเลยฐานมีอาวธปนไมมีหมายเลขทะเบียนไวใน
ํ
ปนดังกลาวไมมีหมายเลขทะเบียนตามที่โจทกฟอง จงลงโทษจาเลยฐานมีอาวธปนไมมีหมายเลขทะเบียนไวใน
ึ
ุ
ึ
ํงลงโทษจําเลยฐานมีอาวุธปนไมมีหมายเลขทะเบียนไวใน
ปนดังกลาวไมมีหมายเลขทะเบียนตามที่โจทกฟอง จ
ครอบครองโดยไมไดอนุญาตไมได รายละเอยดปรากฏตามสําเนาคําพิพากษาฎกาฉบบดังกลาว
ั
ี
ี
ั
ี
ครอบครองโดยไมไดอนุญาตไมได รายละเอยดปรากฏตามสําเนาคําพิพากษาฎกาฉบบดังกลาว
ี
ี
ครอบครองโดยไมไดอนุญาตไมได รายละเอยดปรากฏตามสําเนาคําพิพากษาฎกาฉบบดังกลาว
ี
ั
ครอบครองโดยไมไดอนุญาตไมได รายละเอยดปรากฏตามสําเนาคําพิพากษาฎกาฉบบดังกลาว
ั
ี
ี
ั
ื
่
ซงสงมาพรอมหนงสอนี ้
ึ
ั
่
ึ
ซงสงมาพรอมหนงสอนี
ั
ื
ึ
่
ซงสงมาพรอมหนงสอนี ้ ื ้ ั ื ้
ึ
ซ่งสงมาพรอมหนงสอนี
ิ
็
ิ
ั
ั
กรมอยการพจารณาแลวเหนวา ในคดความผดตามพระราชบญญตอาวธปนฯ ซงไมไดอาวธปน
ุ
ึ
่
ี
ุ
ั
ิ
ุ
ั
ิ
็
กรมอยการพจารณาแลวเหนวา ในคดความผดตามพระราชบญญตอาวธปนฯ ซงไมไดอาวธปน
่
ี
ึ
ิ
ิ
ั
ั
กรมอยการพจารณาแลวเหนวา ในคดความผดตามพระราชบญญตอาวธปนฯ ซงไมไดอาวธปน ุ ุ
ี
็
ิ
่
ั
ุ
ึ
ิ
ิ
ั
ุ
ั
ั กรมอัยการพิจารณาแลวเห็นวา ในคดความผิดตามพระราชบัญญตอาวุธปนฯ ซ่งไมไดอาวธปน
ิ
ึ
ี
่
ื
ึ
ั
ั
ิ
ี
้
ี
ทหาวาใชในการกระทาความผดมาเปนของกลางมกมปญหาในชนสบพยาน ซ่งบอยครงทพนักงานอัยการ
ํ
ี
ั
้
่
่
ทหาวาใชในการกระทาความผดมาเปนของกลางมกมปญหาในชนสบพยาน ซงบอยครงทพนกงานอยการ
ื
ั
ี
่
ั
ั
้
ํ
ึ
ิ
ี
ั
่
้
ี
ั
ั
ี
ํ
ั
ึ
ั
่
ั
่
ี
้
้
ั
ื
ิ
ี
่
ทหาวาใชในการกระทาความผดมาเปนของกลางมกมปญหาในชนสบพยาน ซงบอยครงทพนกงานอยการ าร
ื
ึ
่
ํ
ทีหาวาใชในการกระทาความผดมาเปนของกลางมกมปญหาในชนสบพยาน ซ่งบอยครงทพนักงานอัยก
ี
ั
ั
้
้
ั
่
ิ
ี
ี
ี
ื
ํ
็
ึ
ั
ไมสบพยานโจทกใหเตมตามฟอง กรมอยการจงแจงแนวทางการดาเนินคดในกรณดังกลาวดังนี้
ั
ี
ื
ึ
ไมสบพยานโจทกใหเตมตามฟอง กรมอยการจงแจงแนวทางการดาเนินคดในกรณดังกลาวดังนี้
ี
ํ
็
็
ไมสบพยานโจทกใหเตมตามฟอง กรมอยการจงแจงแนวทางการดาเนินคดในกรณดังกลาวดังนี้
ี
ึ
ื
ํ
ั
ี
ไมสบพยา
ี
นโจทกใหเตมตามฟอง กรมอัยการจึงแจงแนวทางการดาเนินคดในกรณดังกลาวดังนี้
ี
็
ื
ํ
ิ
1. กรณีที่พนักงานสอบสวนไมไดอาวุธปนที่ใชในการกระทําความผดเปนของกลางในคดี
ิ
1. กรณีที่พนักงานสอบสวนไมไดอาวุธปนที่ใชในการกระทําความผดเปนของกลางในคดี
1. กรณีที่พนักงานสอบสวนไมไดอาวุธปนที่ใชในการกระทําความผดเปนของกลางในคดี งในคดี
ิ
1. กรณีที่พนักงานสอบสวนไมไดอาวุธปนที่ใชในการกระทําความผดเปนของกลา
ิ
ื
่
ั
ี
่
ี
ุ
ี
ี
และไดแจงขอหาฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายเลขทะเบยนไวในครอบครองโดยไมรบอนุญาตจาก
ี
ั
ี
่
และไดแจงขอหาฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายเลขทะเบยนไวในครอบครองโดยไมรบอนุญาตจาก
ื
่
ี
ุ
ี
ุ
ั
ี
ื
่
ี
ี
และไดแจงขอหาฐานมอาวธปนทไมมเครองหมายเลขทะเบยนไวในครอบครองโดยไมรบอนุญาตจาก
ี
่
ี
ั
ื
่
และไดแจงขอหาฐานมีอาวุธปนทีไมมเคร่องหมายเลขทะเบยนไวในครอบครองโดยไมรบอนุญาตจาก
ี
ั
่
ี
ั
ี
่
ิ
็
่
ั
่
ู
ั
นายทะเบยนทองท หากพนกงานอยการจะสงฟองผตองหาในขอหาดังกลาว กควรสงสอบสวนเพมเติม
นายทะเบยนทองท หากพนกงานอยการจะสงฟองผตองหาในขอหาดังกลาว กควรสงสอบสวนเพมเติม
่
ี
่
ั
ั
็
ั
่
ู
ี
ิ
่
ั
ั
ู
่
่
ั
่
ิ
ั
่
็
ี
ั
ิ
ี
นายทะเบยนทองท หากพนกงานอยการจะสงฟองผตองหาในขอหาดังกลาว กควรสงสอบสวนเพมเติม
่
ั
่
ี นายทะเบยนทองท หากพนกงานอัยการจะสงฟองผตองหาในขอหาดังกลาว ก็ควรสงสอบสวนเพมเติม
ั
่
ั
ู
่
ี
ู
ี
ี
ุ
่
ั
้
ั
็
ี
ี
่
ในประเดนทวา ผตองหานนไดรบอนญาตใหมและใชอาวธปนจากนายทะเบยนทองทหรอไม เพอใหเปน
ื
ุ
ื
่
ี
ื
ี
่
ุ
้
ู
ี
่
ั
ในประเดนทวา ผตองหานนไดรับอนญาตใหมและใชอาวุธปนจากนายทะเบยนทองท่หรอไม เพือใหเปน
ี
็
ื
ี
ี
ุ
ี
่
ู
้
่
ี
ในประเดนทวา ผตองหานันไดรับอนญาตใหมและใชอาวุธปนจากนายทะเบยนทองท่หรอไม เพือใหเปน อใหเปน
ี
ี
ุ
็
้
ู
่
่
ี
ั
ื
็ในประเดนทวา ผตองหานนไดรับอนญาตใหมและใชอาวุธปนจากนายทะเบยนทองท่หรอไม เพื
ี
พยานหลักฐานในประเด็นนี้ติดสํานวนไว
พยานหลักฐานในประเด็นนี้ติดสํานวนไว
พยานหลักฐานในประเด็นนี้ติดสํานวนไว สํานวนไว
พยานหลักฐานในประเด็นนี้ติด
2. ประเภท ชนิด และขนาดของอาวุธปนดังกลาวในขอ 1 หากพนักงานสอบสวนไมไดสอบสวนไว
2. ประเภท ชนิด และขนาดของอาวุธปนดังกลาวในขอ 1 หากพนักงานสอบสวนไมไดสอบสวนไว
2. ประเภท ชนิด และขนาดของอาวุธปนดังกลาวในขอ 1 หากพนักงานสอบสวนไมไดสอบสวนไว อบสวนไว
2. ประเภท ชนิด และขนาดของอาวุธปนดังกลาวในขอ 1 หากพนักงานสอบสวนไมไดส
ุ
็
่
พนักงานอยการกควรสงสอบสวนเพ่มเติมใหไดความวาเปนอาวธปนประเภท ชนิด และขนาดใด
ั
ั
ิ
ั
่
ิ
ุ
็
พนักงานอยการกควรสงสอบสวนเพ่มเติมใหไดความวาเปนอาวธปนประเภท ชนิด และขนาดใด
ั
พนักงานอยการกควรสงสอบสวนเพ่มเติมใหไดความวาเปนอาวธปนประเภท ชนิด และขนาดใด
ิ
่
ั
ุ
็
ั พนักงานอัยการก็ควรสังสอบสวนเพิ่มเติมใหไดความวาเปนอาวุธปนประเภท ชนิด และขนาดใด
่
ู
ิ
จากพยานผูรเห็นเหตุการณในคดี เพื่อใชเปนหลกฐานในการฟองและการพจารณาชั้นศาลตอไป
ั
ั
ิ
จากพยานผูรเห็นเหตุการณในคดี เพื่อใชเปนหลกฐานในการฟองและการพจารณาชั้นศาลตอไป
ู
ั
จากพยานผูรเห็นเหตุการณในคดี เพื่อใชเปนหลกฐานในการฟองและการพจารณาชั้นศาลตอไป
ิ
ู จากพยานผูรูเห็นเหตุการณในคดี เพื่อใชเปนหลักฐานในการฟองและการพิจารณาชั้นศาลตอไป
็
ู
3. ในการสืบพยานควรจะซักถามพยานโจทกกใหไดความเต็มตามขอเท็จจริงที่มีอยแลว
็
ู
3. ในการสืบพยานควรจะซักถามพยานโจทกกใหไดความเต็มตามขอเท็จจริงที่มีอยแลว
ู
3. ในการสืบพยานควรจะซักถามพยานโจทกกใหไดความเต็มตามขอเท็จจริงที่มีอยแลว
3. ในการสืบพยานควรจะซักถามพยา
็นโจทกก็ใหไดความเต็มตามขอเท็จจริงที่มีอยูแลว
ุ
ในสํานวนสอบสวน เฉพาะขอหาตามพระราชบัญญัติอาวธปนฯ ควรถามคานพยานจําเลยในประเด็นน้
ี
ี
ในสํานวนสอบสวน เฉพาะขอหาตามพระราชบัญญัติอาวธปนฯ ควรถามคานพยานจําเลยในประเด็นน้
ุ
ในสํานวนสอบสวน เฉพาะขอหาตามพระราชบัญญัติอาวธปนฯ ควรถามคานพยานจําเลยในประเด็นน้ ี
ุ
ี
ัติอาวธปนฯ ควรถามคานพยานจําเลยในประเด็นน้
ในสํานวนสอบสวน เฉพาะขอหาตามพระราชบัญญ
ุ
่
ื
้
็
ั
ี
ิ
ื
เพอประกอบขอเทจจรงตามการนําสบของโจทกอกชนหนึงดวย
่
ั
้
ื
่
่
เพอประกอบขอเทจจรงตามการนําสบของโจทกอกชนหนึงดวย
ื
ี
ิ
็
ื
ื
่
ั
่
้
ี
็
ิ
็
่
เพอประกอบขอเทจจรงตามการนําสบของโจทกอกชนหนึงดวย หนึงดวย
่
ื
ิขอเทจจรงตามการนําสืบของโจทกอีกช้น
เพอประกอบ
ั
/๒. จึงเรียน ... ...
/๒. จึงเรียน ...
/๒. จึงเรียน ...
/๒. จึงเรียน ...

