Page 201 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 201
อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ 167
ิ
ที มท 1203 / ว 60 กรมอยการ
ั
่
ที มท 1203 / ว 60
กรมอยการ
ั
่
ั กรมอัยการ
่
ที มท 1203 / ว 60
ที มท 1203 / ว 60 กรมอยการ
่
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
ถนนหนาหับเผย กรุงเทพฯ 10200
28 กันยายน 2531
28 กันยายน 2531
28 กันยายน 2531
28 กันยายน 2531
ั
ั
ั
ิ
ิ
่
ิ
่
ี
่
ี
ื
ั
ั
เรอง บรรยายฟองคดความผดตอพระราชบญญตมาตราชง ตวง วด, ความผดเกยวกบการคา
่
ิ
ั
ิ
ื
ี
่
เรอง บรรยายฟองคดความผดตอพระราชบญญตมาตราชง ตวง วด, ความผดเกยวกบการคา
ั
ิ
ี
่
ั
ั
ั
ั
่
ิ
่
่
ี
ิ
ื
ั
่
ื
ิ
ี
ั
ิ
่
บรรยายฟองคดความผดตอพระราชบญญตมาตราชง ตวง วัด, ความผดเกียวกับ
ั
ั
เรอง บรรยายฟองคดความผดตอพระราชบญญตมาตราชง ตวง วด, ความผดเกยวกบการคา การคา
ิ
ี
ั
ิ
เรอง
ั
ั
่
ี
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อยการฎกาเขต อยการอุทธรณ อยการจังหวัด
ั
ั
ั
ิ
ั
ี
ิ
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อยการฎกาเขต อยการอุทธรณ อยการจังหวัด
ั
ั
ัําเขต อัยการฎีกาเขต อัยการอุทธรณ อัยการ
ั
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจําเขต อยการฎกาเขต อยการอุทธรณ อยการจังหวัดจังหวัด
ี
ิ
ิ
เรียน รองอธิบดี อัยการพเศษฝาย อัยการพิเศษประจ
ั
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม
ุ
ี
่
ิ
ํ
ี
่
ิ
่
สงทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 5112 / 2530 จานวน 1 ชด ุ
ํ
ิ
่
ี
ิ
่
ํ
ี
ํ
่
สงทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 5112 / 2530 จานวน 1 ชด
ิ
่
ี
ิ
ิ
่
ํ
ี
ํ
ิ
่
่
ี
ํ
่
สงทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 5112 / 2530 จานวน 1 ชด 1 ชุด
ํ
ี ส่งทสงมาดวย สาเนาคําพพากษาฎกาที 5112 / 2530 จานวน
ุ
ํ
ดวยปรากฏวามีคําพิพากษาฎีกาที่ 5112 / 2530 ระหวาง พนักงานอยการประจาศาลแขวง
ั
ดวยปรากฏวามีคําพิพากษาฎีกาที่ 5112 / 2530 ระหวาง พนักงานอยการประจาศาลแขวง
ํ
ั
ดวยปรากฏวามีคําพิพากษาฎีกาที่ 5112 / 2530 ระหวาง พนักงานอยการประจาศาลแขวง
ักงานอัยการประจําศาลแขวง
ดวยปรากฏวามีคําพิพากษาฎีกาที่ 5112 / 2530 ระหวาง พนั
ํ
ี
ี่
ั
ื่
อบลราชธานี โจทก นางจนทรเพญ น้ําคํา จาเลย เรื่อง มี และใชเครื่องชั่งทผดอตรา เพอเอาเปรยบในการคา
ิ
ํ
ั
ุ
็
ํ
ั
ี่
ิ
็
ี
ื่
อบลราชธานี โจทก นางจนทรเพญ น้ําคํา จาเลย เรื่อง มี และใชเครื่องชั่งทผดอตรา เพอเอาเปรยบในการคา
ั
ุ
ี่
ิ
อบลราชธานี โจทก นางจ
ื่
ํ
็ันทรเพ็ญ น้ําคํา จําเลย เรื่อง มี และใชเครื่องชั่งที่ผิดอัตรา เพื่อเอาเปรียบในการคา
อบลราชธานี โจทก นางจนทรเพญ น้ําคํา จาเลย เรื่อง มี และใชเครื่องชั่งทผดอตรา เพอเอาเปรยบในการคา
ุ
ี
ั
ั
ุ
ิ
ั
่
ี
่
ํ
ี
ั
ั
ิ
ั
ศาลฎกาพพากษาลงโทษจาเลยตามพระราชบญญติมาตราชง ตวง วด พ.ศ. 2466 ฐานใชเครองชงทผดอตรา
่
ั
ั
ื
่
ื
ี
่
่
ั
ศาลฎกาพพากษาลงโทษจาเลยตามพระราชบญญติมาตราชง ตวง วด พ.ศ. 2466 ฐานใชเครองชงทผดอตรา
ั
ั
ั
ิ
ั
ิ
่
่
ํ
ั
ี
ิ
่
ื
่
ิ
ั
ั
ั
ิ
่
ี
ศาลฎกาพพากษาลงโทษจาเลยตามพระราชบญญติมาตราชง ตวง วด พ.ศ. 2466 ฐานใชเครองชงทผดอตรา
ั
่
ื
่
ั
่
ั
ั
่
ี
ํ
ั
ี ศาลฎีกาพพากษาลงโทษจําเลยตามพระราชบญญติมาตราชัง ตวง วัด พ.ศ. 2466 ฐานใชเคร่องชงทผิดอัตรา
ั
ิ
่
ี
ี
่
ื
่
ื
ู
บทเดียว (ทถกนาจะเปนฐานมเครองชงทผดอตรา) ยกฟองโจทกในความผดฐานใชเครองชงทผดอตรา เพอเอาเปรยบ
ิ
่
ี
ี
่
่
ื
ั
่
่
ั
ั
ี
ิ
ั
ี
ู
่
ี
่
่
บทเดียว (ทถกนาจะเปนฐานมเครองชงทผดอตรา) ยกฟองโจทกในความผดฐานใชเครองชงทผดอตรา เพอเอาเปรยบ
่
ี
ื
ั
ี
ิ
ี
่
ั
่
ั
ื
ั
่
ื
ิ
่
ิ
ิ
่
่
ื
่
ิ
่
ิ
่
ี
ี
ั
ั
ื
่
ิ
ิ
ั
ี
่
ี
่
ั
ี
ีดียว (ทีถูกนาจะเปนฐานมเคร่องชังท่ผดอัตรา) ยกฟองโจทกในความผดฐานใชเครองชงทีผดอัตรา เพือเอา
่
บทเดียว (ทถกนาจะเปนฐานมเครองชงทผดอตรา) ยกฟองโจทกในความผดฐานใชเครองชงทผดอตรา เพอเอาเปรยบ เปรยบ
ู
ี
ื
ื
่
่
ื
่
บทเ
ิ
่
ี
ั
่
ั
ื่
ื่
ในการคาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 โดยวินิจฉยวาตามฟองของโจทกเปนเรองที่เครองชั่งที่จําเลย
ื่
ั
ในการคาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 โดยวินิจฉยวาตามฟองของโจทกเปนเรองที่เครองชั่งที่จําเลย
ื่
ในการคาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 โดยวินิจฉยวาตามฟองของโจทกเปนเรองที่เครองชั่งที่จําเลย
ั
ั
ในการคาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 โดยวินิจฉยวาตามฟองของโจท
ื่
ื่กเปนเรื่องที่เครื่องชั่งที่จําเลย
มีไวในครอบครองเมอใชชั่งน้ําหนักจะไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรม ทุก 1 กโลกรัมของน้ําหนักจรง จาเลย
ิ
ั
ื่
ํ
ิ
ิ
มีไวในครอบครองเมอใชชั่งน้ําหนักจะไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรม ทุก 1 กโลกรัมของน้ําหนักจรง จาเลย
ํ
ั
ิ
ื่
ํ
ั
ื่
ิ
ิ
มีไวในครอบครองเมอใชชั่งน้ําหนักจะไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรม ทุก 1 กโลกรัมของน้ําหนักจรง จาเลย จําเลย
มีไวในครอบครองเมื่อใชชั่งน้ําหนักจะไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรัม ทุก 1 กิโลกรัมของน้ําหนักจริง
ิ
ี
่
ั
ํ
้
่
ี
ี
่
ู
ึ
้
ซงเปนผขายยอมเสยเปรียบผูซือในการทน้าหนกจรงของสินคาของตนขาดหายไป ดังนัน การทจําเลยมีและใช
้
่
ิ
ี
ี
ั
่
ึ
ํ
ซงเปนผขายยอมเสียเปรยบผูซือในการทน้าหนกจรงของสินคาของตนขาดหายไป ดังนัน การทจําเลยมีและใช
่
้
ี
ู
ี
ิ
ู
ึ
ี
่
ํ
ี
ซงเปนผขายยอมเสียเปรยบผูซือในการทน้าหนกจรงของสินคาของตนขาดหายไป ดังนัน การทจําเลยมีและใชีและใช
ั
้
้
ี
่
่
ึ
ี
ซ่งเปนผูขายยอมเสียเปรยบผูซือในการทน้าหนกจรงของสินคาของตนขาดหายไป ดังนัน การทจําเลยม
้
ิ
ั
้
่
ํ
่
ี
ั
ิ
่
ื
่
ั
ิ
ี
เครองชงดงกลาว จงมใชเปนการเอาเปรยบในการคา ไมเปนความผดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270
ึ
ึ
เครองชงดงกลาว จงมใชเปนการเอาเปรยบในการคา ไมเปนความผดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270
่
ิ
ี
ั
ื
่
ิ
ั
ิ
ั
ิ
ั
่เ
เครองชงดงกลาว จงมใชเปนการเอาเปรยบในการคา ไมเปนความผดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 270
ี
ึ
ัคร่องช่งดงกลาว จงมใชเปนการเอาเปรียบในการคา ไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
ึ
่
ื
ิ
ั
ื
ื
ี
ํ
ปรากฏรายละเอยดตามสาเนาคําพิพากษาฎีกาฉบับดังกลาว ซึ่งสงมาพรอมกับหนังสอฉบับนี้
ื
ปรากฏรายละเอยดตามสาเนาคําพิพากษาฎีกาฉบับดังกลาว ซึ่งสงมาพรอมกับหนังสอฉบับนี้
ํ
ี
ปรากฏรายละเอยดตามสาเนาคําพิพากษาฎีกาฉบับดังกลาว ซึ่งสงมาพรอมกับหนังสอฉบับนี้
ี
ื
ี
ปรากฏรายละเอย
ํดตามสําเนาคําพิพากษาฎีกาฉบับดังกลาว ซึ่งสงมาพรอมกับหนังสือฉบับนี้
ั
ั
กรมอยการไดพิจารณาแลวเห็นวา คดีนี้โจทกฟองและจําเลยใหการรบสารภาพวา “เมื่อใชชง ั่ ั่ ั่
กรมอยการไดพิจารณาแลวเห็นวา คดีนี้โจทกฟองและจําเลยใหการรบสารภาพวา “เมื่อใชชง
ั
ั
กรมอยการไดพิจารณาแลวเห็นวา คดีนี้โจทกฟองและจําเลยใหการรบสารภาพวา “เมื่อใชชง
ั กรมอัยการไดพิจารณาแลวเห็นวา คดีนี้โจทกฟองและจําเลยใหการรับสารภาพวา “เมื่อใชชั่ง
ั
ั
น้ําหนัก 1 กโลกรัม น้ําหนักขาด 30 กรม ชงน้ําหนัก 2 กโลกรม น้ําหนักขาด 60 กรัม และชั่งน้ําหนัก
ิ
ั
ั่
ิ
ั
ั
ิ
ิ
ั่
น้ําหนัก 1 กโลกรัม น้ําหนักขาด 30 กรม ชงน้ําหนัก 2 กโลกรม น้ําหนักขาด 60 กรัม และชั่งน้ําหนัก
ั
ิ
ิัก 1 กิโลกรัม น้ําหนักขาด 30 กรัม ชั่งน้ําหนัก 2 กิโลกรัม น้ําหนักขาด 60 กรัม และชั่งน้ําหนัก
น้ําหนัก 1 กโลกรัม น้ําหนักขาด 30 กรม ชงน้ําหนัก 2 กโลกรม น้ําหนักขาด 60 กรัม และชั่งน้ําหนัก
ั
น้ําหน
ั่
ั
3 กโลกรัม น้ําหนักขาด 90 กรัม ฯลฯ เพื่อใชเอาเปรียบในการคา ฯลฯ อนหมายถึงสินคาที่จําเลยชั่งดวยเครองชง ั่
ั่
ื่
ิ
3 กโลกรัม น้ําหนักขาด 90 กรัม ฯลฯ เพื่อใชเอาเปรียบในการคา ฯลฯ อนหมายถึงสินคาที่จําเลยชั่งดวยเครองชง
ั
ิ
ื่
3 กโลกรัม น้ําหนักขาด 90 กรัม ฯลฯ เพื่อใชเอาเปรียบในการคา ฯลฯ อนหมายถึงสินคาที่จําเลยชั่งดวยเครองชง
ิ 3 กิโลกรัม น้ําหนักขาด 90 กรัม ฯลฯ เพื่อใชเอาเปรียบในการคา ฯลฯ อันหมายถึงสินคาที่จําเลยชั่งดวยเครื่องชั่ง
ั
ื่
ั่
ื้
ู
ดังกลาวในฟองเพอขายใหแกผซอ น้ําหนักขาด 30 กรัมทุก ๆ หนึ่งกโลกรัมทําใหผูซื้อเสยเปรียบ แตศาลฎกา
ื่
ี
ิ
ี
ิ
ู
ี
ื้
ดังกลาวในฟองเพอขายใหแกผซอ น้ําหนักขาด 30 กรัมทุก ๆ หนึ่งกโลกรัมทําใหผูซื้อเสยเปรียบ แตศาลฎกา
ี
ื่
ี
ดังกลาวใน
ู
ิ
ี
ื่ฟองเพื่อขายใหแกผูซื้อ น้ําหนักขาด 30 กรัมทุก ๆ หนึ่งกิโลกรัมทําใหผูซื้อเสียเปรียบ แตศ
ดังกลาวในฟองเพอขายใหแกผซอ น้ําหนักขาด 30 กรัมทุก ๆ หนึ่งกโลกรัมทําใหผูซื้อเสยเปรียบ แตศาลฎกาาลฎีกา
ื้
ิ
ิ
ํ
ั
ั
ั
ั่
กลับวินจฉยวาการที่เครื่องชงของจาเลยไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรม ทุก ๆ 1 กโลกรม ของน้ําหนักจริง
ิ
กลับวินจฉยวาการที่เครื่องชงของจาเลยไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรม ทุก ๆ 1 กโลกรม ของน้ําหนักจริง
ั
ั
ิ
ั
ั่
ํ
ั่
ิ
ั
ํ
ั
กลับวินจฉยวาการที่เครื่องชงของจาเลยไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรม ทุก ๆ 1 กโลกรม ของน้ําหนักจริง
ั
ิกลับวินิจฉัยวาการที่เครื่องชั่งของจําเลยไดน้ําหนักที่ชั่งขาดหายไป 30 กรัม ทุก ๆ 1 กิโลกรัม ของน้ําหนักจริง
ี
จาเลยซงเปนผขายยอมเสยเปรยบผซอในการทน้าหนกจรงของสนคาของตนขาดหายไปเชนน จงมใชเปนการ
ึ
ิ
ี
้
ี
ิ
่
ิ
ี
ํ
ํ
ู
ื
ั
ึ
่
ู
้
้
ี
ึ
ี
ี
ื
ั
ึ
่
ิ
้
ิ
ิ
ํ
ี
ู
ํ
จาเลยซงเปนผขายยอมเสยเปรยบผซอในการทน้าหนกจรงของสนคาของตนขาดหายไปเชนน จงมใชเปนการ
่
ู
ี
ึ
่
ี
ิ
้
ึ จําเลยซ่งเปนผขายยอมเสยเปรียบผูซอในการทน้าหนกจรงของสนคาของตนขาดหายไปเชนน จึงมใชเป
ํ
่
ี
ั
ี
ู
ี
่
ํ
ึ
ิ
ู
ิ
จาเลยซงเปนผขายยอมเสยเปรยบผซอในการทน้าหนกจรงของสนคาของตนขาดหายไปเชนน จงมใชเปนการ นการ
ั
ู
ิ
ี
ิ
ํ
้
ื
้
ื
ี
้
ิ
ู
เอาเปรียบในการคาซึ่งแปลเจตนารมณแหงคําวินิจฉัยดังกลาวไดประการเดียววา การที่ผขายสงมอบสินคาของตน
ู
เอาเปรียบในการคาซึ่งแปลเจตนารมณแหงคําวินิจฉัยดังกลาวไดประการเดียววา การที่ผขายสงมอบสินคาของตน
เอาเปรียบในการคาซึ่งแปลเจตนารมณแหงคําวินิจฉัยดังกลาวไดประกา
ู
เอาเปรียบในการคาซึ่งแปลเจตนารมณแหงคําวินิจฉัยดังกลาวไดประการเดียววา การที่ผขายสงมอบสินคาของตน
รเดียววา การที่ผูขายสงมอบสินคาของตน
ู
ั
้
ื
่
ี
ํ
่
ั
ี
้
ื
ื
่
ี
่
้
ี
ื
ู
ื
ํ
ใหแกผซอขาดหายไปจากน้าหนักมาตรฐานของเครองชง คอการทผขายเสยเปรยบผซอ โดยถอวาการทนาหนก ั
ู
่
ใหแกผซอขาดหายไปจากน้าหนักมาตรฐานของเครองชง คอการทผขายเสยเปรยบผซอ โดยถอวาการทีนาหนก
ํ
้
ํ
่
ื
ื
ู
่
ื
้
ื
่
ั
ู
ื
ี
ู
ี
ี
้
ื
่
ู
ื
ี
่
ื
ํ
ู
ใหแกผซอขาดหายไปจากน้าหนักมาตรฐานของเครองชง คอการทผขายเสยเปรยบผซอ โดยถอวาการทีนาหนก ่ ้ ํ ั
ื
้
่
ี
ู
ื
่
ู
ี
้
ํ
ูใหแกผซ้อขาดหายไปจากน้าหนักมาตรฐานของเครองชัง คอการทผขายเสยเปรียบผซ้อ โดยถือวาการทีนาหนก
ั
ื
ู
ํ
ี
่
ื
ั
ื
ี
ื
่
้
่
ของสินคาของผูขายขาดหายไป ไมทําใหผซอเสียเปรียบ จงมิใชเปนการที่ผขายเอาเปรียบในการคา ไมเปน
ู
ึ
ื้
ู
ของสินคาของผูขายขาดหายไป ไมทําใหผซอเสียเปรียบ จงมิใชเปนการที่ผขายเอาเปรียบในการคา ไมเปน
ู
ู
ึ
ื้
มทําใหผูซื้อเสียเปรียบ จึงมิใชเปนการที่ผูขายเอาเปรียบในการคา
ู
ของสินคาของผูขายขาดหายไป ไมทําใหผซอเสียเปรียบ จงมิใชเปนการที่ผขายเอาเปรียบในการคา ไมเปนไมเปน
ู
ื้
ของสินคาของผูขายขาดหายไป ไ
ึ
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 ฉะนั้น เพื่อปองกนความสับสนและมีใหเกดปญหาเชนนี้ขนอก ี
ี
ึ้
ั
ิ
ั
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 ฉะนั้น เพื่อปองกนความสับสนและมีใหเกดปญหาเชนนี้ขนอก
ึ้
ิ
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 ฉะนั้น เพื่อปองกนความสับสนและมีใหเกดปญหาเชนนี้ขนอก
ี
ัอปองกันความสับสนและมีใหเกิดปญหาเชนนี้ขึ้นอีก
ิ
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 ฉะนั้น เพื่
ึ้
ในโอกาสตอไป กรมอัยการจึงขอแนะนําในการบรรยายฟองคดีเชนนี้ ดังน ี้ ี้
ในโอกาสตอไป กรมอัยการจึงขอแนะนําในการบรรยายฟองคดีเชนนี้ ดังน
ในโอกาสตอไป กรมอัยการจึงขอแนะนําในการบรรยายฟองคดีเชนนี้ ดังน ี้ ี้
ในโอกาสตอไป กรมอัยการจึงขอแนะนําในการบรรยายฟองคดีเชนนี้ ดังน
ึ
ั
ิ
1. ควรคํานึงถงขอเท็จจริงในแตละคดีเปนหลก หากปรากฏวามีการกระทําผดหลายกรรม
ั
ึ
ิ
1. ควรคํานึงถงขอเท็จจริงในแตละคดีเปนหลก หากปรากฏวามีการกระทําผดหลายกรรม
1. ควรคํานึงถงขอเท็จจริงในแตละคดีเปนหลก หากปรากฏวามีการกระทําผดหลายกรรมยกรรม
ึคํานึงถึงขอเท็จจริงในแตละคดีเปนหลัก หากปรากฏวามีการกระทําผิดหลา
ิ
ั
1. ควร
ตางกน กใหแยกบรรยายการกระทําของจาเลยเปนขอๆ ไป เพอเนนใหศาลเหนไดชัดเจนวา โจทยตองการให
ํ
ั
ื่
็
็
็
็
ํ
ั
ตางกน กใหแยกบรรยายการกระทําของจาเลยเปนขอๆ ไป เพอเนนใหศาลเหนไดชัดเจนวา โจทยตองการให
ื่
ํ
ื่
็
็
ั ตางกัน ก็ใหแยกบรรยายการกระทําของจําเลยเปนขอๆ ไป เพื่อเนนใหศาลเห็นไดชัดเจนวา โจทยตอง
ตางกน กใหแยกบรรยายการกระทําของจาเลยเปนขอๆ ไป เพอเนนใหศาลเหนไดชัดเจนวา โจทยตองการใหการให
ึ้
ลงโทษจําเลยทุกกรรมเปนกระทงความผิดไป ทั้งจะเปนการเนนประเด็น“เพื่อเอาเปรียบในการคา”ไดชัดเจนขน ึ้
ลงโทษจําเลยทุกกรรมเปนกระทงความผิดไป ทั้งจะเปนการเนนประเด็น“เพื่อเอาเปรียบในการคา”ไดชัดเจนขน
ลงโทษจําเลยทุกกรรมเปนกระทงความผิดไป ทั้งจะเปนการเนนประเด็น“เพื่อเอาเปรียบในการคา”ไดชัดเจนขน
ลงโทษจําเลยทุกกรรมเปนกระทงความผิดไป ทั้งจะเปนการเนนประเด็น“เพื่อเอาเปรียบในการคา”ไดชัดเจนขน ึ้
ึ้
/๒. เฉพาะการ ... ...
/๒. เฉพาะการ ...
/๒. เฉพาะการ ...
/๒. เฉพาะการ ...

