Page 104 - หนังสืออัยการ_พิเศษ 87
P. 104

ิ
            72       อััยการนิเทศฉบัับัพิิเศษ                                    อั​ยการ​นิเทศ​ฉบับ​พิเศษ   213


          ​       ​  ระเบียบการกรอกสารบบความแพ่งตามช่องต่าง​ๆ​มีดังต่อไปนี้​คือ​

          ​       ​  1.​ช่อง​“เลขรับที่”​หมายถึง​ให้ลงเลขล�าดับที่​ตามที่ได้รับเรื่องไว้​
          ​       ​  2.​ช่อง​“วัน​เดือน​ปี​ที่รับเรื่อง”​ให้ลงรับเรื่องทันที​โดยได้รับเรื่องไว้ในวันใด​ก็ให้กรอกวัน​

          เดือน​ปี​ลงในช่องนี้
                                                           ื
                                                                                                  ี
                                                                                           �
                                ื
          ​       ​  3.​ช่อง​“ช่อผู้ร้อง”​หมายความว่า​ให้ลงช่อของผู้ท่ร้องขอให้พนักงานอัยการดาเนินคด​หรือ
                                                                   ี
          ชื่อของผู้ที่ร้องขอให้พนักงานอัยการแก้ต่างให้​(ป.ระเบียบฯ​เล่ม​1​หน้า​814​และเล่ม​2​หน้า​628)​ตัวอย่าง​
          กรมสรรพากรส่งเรื่องมาให้ฟ้อง​นาย​ก.​เรียกภาษีที่ค้าง​ให้ลงช่องนี้ว่า​“กรมสรรพากร”​หรือกลับกัน​ถ้ากรม​
                                                                                         ี
                                   �
          สรรพากรถูก​นาย​ก.​ฟ้องเป็นจาเลยว่าการประเมินภาษีไม่ถูกต้อง​ขอให้เพิกถอนประเมิน​ช่องน้ก็ต้องลงว่า​“กรม
          สรรพากร”​เช่นเดียวกัน​เพราะเป็นผู้ที่ร้องขอให้พนักงานอัยการแก้ต่างให้
          ​       ​  4.​ช่อง​“ชื่อที่ผู้ร้องขอให้ด�าเนินคดี”​ช่องนี้ให้ลงชื่อของผู้ที่ถูกผู้ร้องขอให้พนักงานอัยการด�าเนิน
          คดีที่ดังตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น​ถ้าเป็นเรื่องกรมสรรพากรขอให้ฟ้อง​นาย​ก.​เรียกภาษีที่ค้าง​ให้น�าชื่อ​นาย​ก.​

          ใส่ไว้ในช่องนี้​แต่ถ้าเป็นเรื่องกรมสรรพากรถูก​นาย​ก.​ฟ้องแล้ว​คือเปนเรื่องขอให้แก้ต่างให้​ช่องนี้ตามระเบียบ
                                                                     ็
          ให้ขีดด้วยเครื่องหมาย​“.....................”​เสีย​เพราะกรมสรรพากรไม่ได้ให้ด�าเนินคดีกับใคร​แต่เป็นเรื่องถูกผู้อื่น

          ฟ้อง​(ป.ระเบียบฯ​เล่ม​1​หน้า​814,​เล่ม​2​หน้า​628)
          ​       ​  5.​ช่อง​“เรื่อง”​ต้องลงโดยย่อให้ได้ใจความส�าคัญว่า​เป็นเรื่องขอให้ด�าเนินคดีอย่างไร​หรือเป็น
          เรื่องขอให้ว่าต่างคดีอย่างไร​เช่น​เรื่องร้องขอให้ศาลสั่งว่าเป็นผู้ไร้ความสามารถ​หรือขอให้ขับไล่ออกจากที่ดิน​

                                                ื
          หรือขอให้ร้องขัดทรัพย์​หรือขอให้แก้ต่างคดีเร่องใครฟ้องผู้ใดอย่างไร​จ�านวนทุนทรัพย์เท่าใด​(ป.ระเบียบฯ​เล่ม​2​ ​
          หน้า​628)​ยกตัวอย่างการลงช่องเร่อง​เช่น​กรณีกรมสรรพากรขอให้ฟ้อง​นาย​ก.​เรียกเงินภาษีท่ค้างชาระ​ควรลงว่า​
                                                                                                       ​
                                                                                            �
                                      ื
                                                                                       ี
          “กรมสรรพากรขอให้ฟ้อง​นาย​ก.​เรียกภาษีที่ค้างช�าระ​จ�านวน......................บาท”​หรือ​ถ้ากรมสรรพากรถูก
          บริษัท​ก.​ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษี​ก็ควรลงว่า​“กรมสรรพากรขอให้แก้ต่าง​กรณีถูกบริษัท​ก.​ฟ้อง
          ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษี​จ�านวน​…..............บาท”​เป็นต้น

          ​       ​  6.​ช่อง​“พนักงานอัยการจัดการอย่างไร”​ให้ลงผลที่พนักงานอัยการได้จัดการไป​เช่น​ฟ้อง​​หรือ
          ยื่นค�าร้อง​หรือยื่นค�าให้การต่อศาล​หรือระงับไปเพราะผู้ร้องขอถอนค�าร้องหรือถอนเรื่อง​เป็นต้น​(ป.ระเบียบฯ​

          เล่ม​1​หน้า​814)
          ​       ​  7.​ช่อง​“วัน​เดือน​ปี​ที่ยื่นฟ้อง,​ค�าร้อง”​ต้องลงวัน​เดือน​ปี​ที่ยื่นฟ้อง​หรือยื่นค�าให้การหรือ
          ค�าร้องอื่น​ๆ​ต่อศาลครั้งแรกโดยพนักงานอัยการลงไป​(ป.ระเบียบฯ​เล่ม​1​หน้า​815)

          ​       ​  8.​ช่อง​“หมายเลขประเภทคดี”​ให้ลงหมายเลขประเภทคดีที่ได้จัดแบ่งไว้ใน​บ.6​เป็น​7​ประเภท​
          คือ​ประเภทท​1​เป็นทนายว่าต่างหรือแก้ต่างรัฐบาล​ประเภทท​2​เป็นทนายว่าต่างหรือแก้ต่างเทศบาล​หรือ
                      ี
                      ่
                                                                ่
                                                                ี
                                                                          ี
                                                                          ่
                            ี
                            ่
          สุขาภิบาล​ประเภทท​3​เป็นทนายว่าต่างหรือแก้ต่างนิติบุคคล​ประเภทท​4​เป็นทนายแก้ต่างเจ้าพนักงาน​​
          ประเภทที่​5​เป็นทนายแก้ต่างราษฎร​ประเภทที่​6​เป็นโจทก์แทนราษฎรที่ฟ้องเองไม่ได้​ประเภทที่​7​เป็นทนาย​
          หรือผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่น
                                   ั
                                                                              ้
                                                                              ี
          ​       ​  9.​ช่อง​“ศาลช้นต้น​ศาลอุทธรณ์​และศาลฎีกา”​ทั้ง​3​ช่องน​หมายความว่า​ให้กรอกผล​
              �
          ของคาพิพากษาของศาลน้น​ๆ​ลงไว้โดยย่อ​และต้องลงวัน​เดือน​ปี​ท่ศาลพิพากษาไว้ด้วย​ถ้าคดียุติในศาล​
                                                                        ี
                               ั
          ช้นต้น​หรือศาลอุทธรณ์​ให้ลงว่า​คู่ความฝ่ายใดยอม​ไม่อุทธรณ์​ไม่ฎีกา​แต่ถ้าคดียังไม่ยุติก็ให้ลงว่า​คู่ความ​
           ั
          ฝ่ายใดอุทธรณ์​ฎีกาด้วย​(ป.ระเบียบฯ​เล่ม​1​หน้า​815,​963)
   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109