ข่าวประชาสัมพันธ์


ผู้ตรวจการอัยการ ออกติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานการสอบสวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายปราโมทย์ อ่อนละออ ผู้ตรวจการอัยการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานการสอบสวน โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการร่วมรายงานผลการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุมชั้น 6 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี
การตรวจราชการในครั้งนี้ ผู้ตรวจการอัยการได้รับฟังรายงานผลการปฏิบัติราชการ สภาพปัญหา อุปสรรค รายงานคดีสำคัญที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการสอบสวน ข้อคิดเห็นของสำนักงานการสอบสวน และการขาดแคลนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ศูนย์อำนวยการคดีชันสูตรพลิกศพและศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา กรุงเทพมหานคร
ในการนี้ ผู้ตรวจการอัยการ ได้กำชับและแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามภารกิจในด้านต่าง ๆ และการดำเนินงานตามกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้การปฏิบัติงานตามภารกิจในด้านต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นไปตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติ สอดคล้องกับนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน บริหารจัดการอย่างยั่งยืน “Justice for People” และผลการดำเนินงานตามกรอบการประเมินฯ เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

สำนักงานการสอบสวนจัดพิธีลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. สำนักงานการสอบสวนจัดพิธีถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โดยมีนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบ พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ และ บุคลากร สำนักงานการสอบสวน เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุม ชั้น 6 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี 
เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

สำนักงานการสอบสวน จัดพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาคารถนนบรมราชชนนี เนื่องในโอกาส ที่ผู้บริหาร และข้าราชการอัยการย้ายมาดำรงตำแหน่ง ณ สำนักงานการสอบสวน

วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 07.19 น. นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาคารถนนบรมราชชนนี เพื่อความเป็นศิริมงคลในโอกาสที่ได้เข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ณ สำนักงานการสอบสวน อาคารถนนบรมราชชนนี และในวันเดียวกันได้เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร พร้อมทั้งได้มอบนโยบายการบริหารงานของสำนักงานการสอบสวน ให้ข้าราชการฝ่ายอัยการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมการประชุมทราบโดยให้ปฏิบัติงานเต็มกำลังความสามารถ สุจริต รวดเร็ว และเป็นธรรม รู้รักสามัคคี ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานการสอบสวนให้บรรลุผล

สำนักงานการสอบสวนประชุมร่วมกับสถาบันนิติวัชร์ เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนางานด้านการสอบสวนและศึกษาแนวทางการซักถามพยานตามหลักสากล
(PEACE MODEL)
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

วันอังคารที่ (26 สิงหาคม 2568) เวลา 10.30 น. ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมประชุมหารือกับ นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ และคณะ เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนางานด้านการสอบสวนและศึกษาแนวทางการซักถามพยานตามหลักสากล (PEACE MODEL) นำมาใช้กับการปฏิบัติงานด้านการสอบสวนของพนักงานอัยการ ณ
ห้องประชุม ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร  การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติของพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม และสนับสนุนพันธกิจของสำนักงานอัยการสูงสุดในการเป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคม เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และเครือข่าย ให้สามารถร่วมกันต่อยอดหลักการและผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย
ในการนี้คณะได้เยี่ยมชมศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กรุงเทพมหานคร หลังเสร็จสิ้นการประชุม

สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี
จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ร้อยตำรวจเอกโชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากร สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี
ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
12 สิงหาคม 2568
เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องประชุมชั้น 6
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี
จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินและลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. ร้อยตำรวจเอกโชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากร สำนักงานการสอบสวน สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องประชุม ชั้น 6 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร

อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ให้การต้อนรับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะ พร้อมเป็นประธานในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แนวปฏิบัติของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายกรุงเทพมหานคร สำนักงานอัยการสูงสุด

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00 น. ร้อยตำรวจเอกโชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้การต้อนรับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเป็นประธานในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติของ
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดยนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 6  อาคารถนนบรมราชชนนี โดยมีนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมในการบรรยายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหาอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงข้อท้าทายในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อีกทั้งบรรยายบทบาทหน้าที่ของพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมทั้งระเบียบและแนวปฏิบัติต่างๆ อีกทั้งคณะฯได้ทำการเยี่ยมชมศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายกรุงเทพมหานครด้วย

ในการนี้ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวขอบคุณ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวนและคณะ ที่ให้การต้อนรับและจะนำข้อมูลการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ไปดำเนินการให้เกิดผลในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ต่อไป

อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 6 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ร้อยตำรวจเอกโชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
พร้อมด้วยคณะรองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 – 5 ข้าราชการอัยการ ข้าราชการธุรการ และบุคลากร สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี
ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568
เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องประชุมชั้น 6 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ( MOU)
ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ณ ห้องแซฟไฟร์ 1 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พลโท ณัฐวุฒิ สบายรูป ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย พลตำรวจโท สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ( MOU) ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ณ ห้องแซฟไฟร์ 1 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU) ดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุน เสริมสร้างและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐผู้บังคับใช้กฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในเชิงรุก รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ตลอดจนทรัพยากรในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละหน่วย เพื่อให้สามารถนำผู้กระทำความผิดในรูปแบบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

พิธีลงนามในครั้งนี้ ได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจาก พันตำรวจโท ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน และมีนายเลิศพงษ์ กลัดอ่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ผู้แทนอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นายสาทิราช ภัทรพิทักษ์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 และนายธนาธิป นวรัตนวรกุล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย

ผู้บริหาร และข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมจัดนิทรรศการ 2 ปี พ.ร.บ. ทรมานฯ : กุญแจสู่ความเป็นธรรม

วันนี้ ( 24 กุมภาพันธ์ 2568) ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นางทิพาพร ชูทอง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และคณะ เป็นผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมกิจกรรม “ ๒ ปี พ.ร.บ.ทรมานฯ : กุญแจสู่ความเป็นธรรม” ซึ่งจัดโดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ณ ห้องประชุม ๑๐-๐๙ ชั้น ๑๐ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงผลการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย การสร้างการตระหนักรู้ และเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติฯ สู่สาธารณชน ซึ่ง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว. กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ และมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมเข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน

ในการนี้ สำนักงานการสอบได้ร่วมจัดนิทรรศการเกี่ยวกับภารกิจของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จำนวน 114 ศูนย์ ทั่วประเทศ รวมทั้งได้เผยแพร่ขั้นตอนการเข้าระบบรับแจ้งการควบคุมตัวฯ และช่องทางการติดต่อศูนย์ต่าง ๆ แก่ผู้ร่วมชมนิทรรศการดังกล่าว พร้อมทั้งสถิติปริมาณคดีตั้งแต่บังคับใช้ พ.ร.บ. ทรมานฯ จำนวน 820,440 คดี ( วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 -20 กุมภาพันธ์ 2568)

ข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานการสอบสวน ทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2567 ร้อยตำรวจเอกโชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้มอบหมายให้นางทิพาพร ชูทอง รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน
เป็นประธานในการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาสาธาณะประโยชน์ Big Cleaning Day เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ โดยมีบุคลากรของสำนักงานการสอบสวน และนายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการบังคับคดี พร้อมข้าราชการสังกัดสำนักงานการบังคับคดี สังกัดสำนักงานคดีศาลแขวง 3 และสำนักบริหารกลางอาคารถนนบรมราชชนนี เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
ณ รอบอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

ผู้ตรวจการอัยการ ออกติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานการสอบสวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567 นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล ผู้ตรวจการอัยการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานการสอบสวน โดยมี ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการร่วมรายงานผลการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุมชั้น 6 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี
การตรวจราชการในครั้งนี้ ผู้ตรวจการอัยการได้รับฟังรายงานผลการปฏิบัติราชการ สภาพปัญหา อุปสรรค และข้อคิดเห็นของสำนักงานการสอบสวน โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังของพนักงานอัยการ การขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการ ตลอดจนปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ราชการสำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำศูนย์อำนวยการคดีชันสูตรพลิกศพและศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญา กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการอัยการ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติราชการ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ที่เน้นย้ำในการสร้างความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม โดยการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม การพัฒนาองค์กรอัยการ โดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การบริหารงานแบบกระจายอำนาจ ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของบุคลากร และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่บุคลากร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอัยการอย่างยั่งยืน


ข้าราชการฝ่ายอัยการเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
บริเวณหน้าอาคารเนติบัณฑิตยสภา

วันจันทร์ที่ 25 พ.ย.2567 อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้มอบหมายให้ นายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัด
ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นางสาวทักษอร สุวรรณสายะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นางสาวบุษยาภา เมณฑกา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะ เป็นผู้แทนสำนักงานการสอบสวน ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตและ
เพื่อเป็นการน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ บริเวณหน้าอาคารเนติบัณฑิตยสภา


ข่าวกิจกรรมผู้บริหารสำนักงานการสอบสวน

อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
กล่าวให้โอวาสแก่ผู้บริหารและข้าราชการฝ่ายอัยการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ณ สำนักงานการสอบสวน

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 11.00 น. ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานการบังคับคดี รักษาการในตำแหน่ง
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้กล่าวต้อนรับและให้โอวาสแก่ผู้บริหารและข้าราชการฝ่ายอัยการเนื่องในโอกาสที่ย้ายมาดำรงตำแหน่ง
ณ สำนักงานการสอบสวน อาคารถนนบรมราชชนนี

รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนกล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการบรรจุใหม่
และนักศึกษาฝึกงานที่สำนักงานการสอบสวน

วันศุกร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
ได้กล่าวให้โอวาทและให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานรวมถึงภารกิจหน้าที่ของสำนักงานการสอบสวน
แก่ข้าราชการบรรจุใหม่และนักศึกษาฝึกงาน

วันอังคารที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
เข้าร่วมพิธีเปิดในโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการฝึกอบรมการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายป้องกัน
และปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย” ระยะที่ ๑ ครั้งที่ ๒

ในการนี้ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นางสาวทักษอร สุวรรณสายะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นางสาวบุษยภา เมณฑกา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะ
เป็นวิทยากรบรรยายในโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการฝึกอบรมการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายป้องกัน
และปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย” ระยะที่ ๑ ครั้งที่ ๒
โดยมีข้าราชการฝ่ายอัยการที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค ๑ เข้าร่วมการฝึกอบรม
ณ ห้องพระศิวะ ชั้น ๓ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานการสอบสวนเป็นวิทยากรบรรยาย
ในหลักสูตรการฝึกอบรมการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมาย
ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย

วันพุธที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายเลิศพงศ์ กลัดอ่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นายปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕
ร.ต.อ.สุวรรณสาม คีรีวิเชียร อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายพงศกร พุ่มกลัด เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ
และนายฐิติวุฒิ กฤษณะเศรณี เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ เป็นวิทยากรบรรยายในโครงการฝึกอบรม
“หลักสูตรการฝึกอบรมการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย”
ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๒ มกราคม ๒๕๖๗
โดยมีข้าราชการฝ่ายอัยการที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค ๖ เข้าร่วมการฝึกอบรม
ณ โรงแรมแกรนด์ริเวอร์ไซด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

การบริหารงานเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕

วันอังคารที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายเลิศพงศ์ กลัดอ่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
และนายปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕ เป็นวิทยากรบรรยายโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ ๔๕ ในหัวข้อ “การบริหารงานเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน
และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕

ประชุมคณะกรรมการปรับปรุงกฎ ระเบียบ เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ

วันอังคารที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงกฎ ระเบียบ เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๖
ณ ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้บริหารสำนักงานการสอบสวนเป็นวิทยากรบรรยายประจำกลุ่ม
ในโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ ๔๔ (พ.ศ.๒๕๖๖) ครั้งที่ ๔

วันศุกร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายเลิศพงศ์ กลัดอ่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕ เป็นวิทยากรบรรยายประจำกลุ่มเอกสารวิชาการ
ในโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลักสูตรอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๖๖) ครั้งที่ ๔ โดยเป็นการจัดทำเอกสารวิชาการรายกลุ่ม
ประเภทผลงานทางวิชาการ “การจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปฏิบัติงานของอัยการจังหวัด” ในการปฏิบัติ
ภารกิจตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอันจะทำให้การปฏิบัติงาน
ของสำนักงานอัยการสูงสุดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งผู้เข้ารับการศึกษาอบรมเป็น ๕ กลุ่ม
กำหนดแนวคิดผลงานทางวิชาการ ๓ แนวทาง คือ ๑.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน
กระบวนงานรับแจ้งและการขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการกระทำทรมาน ๒.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหา
และพัฒนากระบวนงานร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ และ ๓.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน
กระบวนงานในการสอบสวนคดีความผิดตามกฎหมายการตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน
ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร

ผู้บริหารสำนักงานการสอบสวนเป็นวิทยากรบรรยายประจำกลุ่ม
ในโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ ๔๔ (พ.ศ.๒๕๖๖) ครั้งที่ ๓

วันอังคารที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นางวราภรณ์ จันทนากูล รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งธนบุรี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายเลิศพงศ์ กลัดอ่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕ เป็นวิทยากรบรรยายประจำกลุ่มเอกสารวิชาการ
ในโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลักสูตรอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๖๖) ครั้งที่ ๓ โดยเป็นการจัดทำเอกสารวิชาการรายกลุ่ม
ประเภทผลงานทางวิชาการ “การจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปฏิบัติงานของอัยการจังหวัด” ในการปฏิบัติ
ภารกิจตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอันจะทำให้การปฏิบัติงาน
ของสำนักงานอัยการสูงสุดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งผู้เข้ารับการศึกษาอบรมเป็น ๕ กลุ่ม
กำหนดแนวคิดผลงานทางวิชาการ ๓ แนวทาง คือ ๑.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน
กระบวนงานรับแจ้งและการขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการกระทำทรมาน ๒.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหา
และพัฒนากระบวนงานร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ และ ๓.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน
กระบวนงานในการสอบสวนคดีความผิดตามกฎหมายการตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน
ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร

ประชุมคณะกรรมการปรับปรุงกฎ ระเบียบ เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ

วันอังคารที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงกฎ ระเบียบ เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๖
ณ ห้องประชุม ๒๐๓ ชั้น ๒ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

การประชุมคดีรีดทรัพย์เว็บพนัน ๑๔๐ ล้าน

เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖2566 เวลา ๑๐.๐๐ น. นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน คดีรีดทรัพย์เว็บพนัน ๑๔๐ ล้าน ได้เชิญประชุมคณะพนักงานสอบสวน
โดยมี พล.ต.ต.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รักษาราชการเเทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๖
ซึ่งเป็นผู้เเทน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม
และคณะทำงานของพนักงานอัยการ ซึ่งในการประชุมคณะทำงานจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหา
และยืนยันว่าทุกอย่างต้องชัดเจน ต้องมีคำตอบว่าใครบ้างที่ต้องถูกดำเนินคดี และถูกดำเนินคดีเพราะอะไร

ผู้บริหารสำนักงานการสอบสวนเป็นวิทยากรบรรยายประจำกลุ่ม
ในโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
หลักสูตรการอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ ๔๔ (พ.ศ.๒๕๖๖) ครั้งที่ ๒

วันอังคารที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นางวราภรณ์ จันทนากูล รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งธนบุรี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายเลิศพงศ์ กลัดอ่ำ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
นายปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕ เป็นวิทยากรบรรยายประจำกลุ่มเอกสารวิชาการ
ในโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลักสูตรอบรมอัยการจังหวัด” รุ่นที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๖๖) ครั้งที่ ๒ โดยเป็นการจัดทำเอกสารวิชาการรายกลุ่ม
ประเภทผลงานทางวิชาการ “การจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปฏิบัติงานของอัยการจังหวัด” ในการปฏิบัติ
ภารกิจตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอันจะทำให้การปฏิบัติงาน
ของสำนักงานอัยการสูงสุดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งผู้เข้ารับการศึกษาอบรมเป็น ๕ กลุ่ม
กำหนดแนวคิดผลงานทางวิชาการ ๓ แนวทาง คือ ๑.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน
กระบวนงานรับแจ้งและการขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการกระทำทรมาน ๒.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหา
และพัฒนากระบวนงานร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ และ ๓.แนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน
กระบวนงานในการสอบสวนคดีความผิดตามกฎหมายการตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน
ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานการสอบสวน จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล
แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด
อาคารถนนบรมราชชนนี

วันพุธที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี ร่วมกันจัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์
ทำบุญเลี้ยงพระ และประกอบพิธีบวงสรวงศาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เนื่องในวาระที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนีได้เปิดใช้อาคารถนนบรมราชชนนีอย่างเป็นทางการครบหนึ่งปี
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

สำนักงานการสอบสวน จัดกิจกรรมเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล
เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖

นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นประธานในกิจกรรมเจริญจิตตภาวนา
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพิเศษแห่งการสวรรคตครบสัตตมวรรษ
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร
ร่วมแสดงความยินดีกับนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์
เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอัยการสูงสุด คนที่ ๑๘

วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากรสำนักงานการสอบสวน
เข้าพบนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ เพื่อกราบแสดงความยินดี
เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอัยการสูงสุด คนที่ ๑๘
ในโอกาสนี้ ได้ร่วมแสดงความยินดีกับนายอานนท์ เรวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุด
และนางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค ผู้ตรวจการอัยการ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ
จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ

วันอังคารที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
พร้อมด้วยนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะเป็นบุคคลและหน่วยงานที่สนับสนุนภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
ประชุมการบริหารงานสำนักงานการสอบสวน

วันจันทร์ที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
เป็นประธานในการประชุมการบริหารงานสำนักงานการสอบสวน พร้อมกับชี้แจงนโยบายในการบริหารงานของสำนักงานการสอบสวน
ในโอกาสนี้ได้กล่าวต้อนรับผู้บริหารที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ ในวาระ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖
ณ ห้องประชุมสำนักงานการสอบสวน ชั้น ๗ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี

เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติความเป็นมา
บทบาทของอัยการไทยกับการสอบสวนคดีอาญานั้น เดิมการวางระบบวิธีพิจารณาความอาญาในเบื้องต้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้แบ่งแยกการใช้อำนาจสอบสวน และอำนาจฟ้องคดีไว้ชัดแจ้ง โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กรมตำรวจ ชื่อเดิม) บังคับบัญชาพนักงานสอบสวน ให้กรมการปกครองบังคับบัญชาพนักงานฝ่ายปกครอง มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน และให้สำนักงานอัยการสูงสุด(กรมอัยการ ชื่อเดิม) บังคับบัญชาพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งคดี ตลอดจนฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา พนักงานอัยการมีบทบาทในการสอบสวน เฉพาะการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๓ เท่านั้น ส่วนความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานสอบสวนคนใดก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๐ โดยทางปฏิบัติยังคงเป็นการมอบหมายให้พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทั้งหมด
ต่อมาได้มีการเพิ่มบทบาทเกี่ยวกับการสอบสวนของพนักงานอัยการ โดยมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ.๒๕๔๒ ได้กำหนดบทบาทของพนักงานอัยการเพิ่มเติม ในการคุ้มครองเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ในกระบวนการสอบสวนคดีอาญาพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ.๒๕๔๒ ได้กำหนดบทบาทของพนักงานอัยการเพิ่มเติมในการเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ กรณีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ.๒๕๕๑ ให้พนักงานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวน ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ และร่วมทำสำนวนการสอบสวน กรณีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๙) พ.ศ.๒๕๕๑ กำหนดให้ความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุด หรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนก็ได้ และในกรณีที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน มอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวน อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนจะมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้
บทบาทดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของพนักงานอัยการในการเข้าร่วมสอบสวนคดีอาญาหรือรับผิดชอบการสอบสวนคดีอาญา โดยเฉพาะคดีความผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่มีความเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ระหว่างประทศ มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนในการประสานงานขอความร่วมมือจากต่างประเทศ และมีปริมาณคดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ตามกระแสโลกาภิวัตน์ นอกจากนี้อัยการสูงสุด ยังเป็นผู้ประสานงานกลางตาม พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาพ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งเป็นมาตรการทางกฎหมายที่สำคัญในการสอบสวนดำเนินคดีทางอาญาระหว่างประเทศ การเสริมบทบาทพนักงานอัยการในการเข้าร่วมการสอบสวน หรือการรับผิดชอบการสอบสวนคดีอาญา จึงมีส่วนช่วยให้การสอบสวนคดีอาญามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความสะดวก รวดเร็ว และความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อเท็จจริงตลอดจนพยานหลักฐานล่าสุดได้มีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.๒๕๕๖ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการสืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ มอบภารกิจให้สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบพันธกรณีตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.๒๐๐๐ โดยได้ดำเนินการยกร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งผ่านการพิจารณา ของรัฐสภา และประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายโดยประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖ โดยอำนาจการสอบสวนเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้
ต่อมาได้มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ ๑๘๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ เรื่อง เปิดทำการสำนักงานการสอบสวน แจ้งว่าสำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดระเบียบบริหารราชการและแบ่งส่วนราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยจัดตั้งสำนักงานการสอบสวนขึ้นใหม่ ปรากฏตามประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๕๖ ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖
เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานการสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและเหมาะสมแก่ราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ และ มาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.๒๕๕๓ จึงออกคำสั่งไว้ ดังนี้
๑. ให้เปิดทำการสำนักงานการสอบสวน ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
๒. ให้สำนักงานการสอบสวน และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๑ – ๓ มีที่ทำการชั่วคราวตั้งอยู่ที่ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้นที่ ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๔ มีที่ทำการชั่วคราวตั้งอยู่ที่ อาคารถนนรัชดาภิเษก ชั้นที่ ๑๐ ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐
๓. ให้สำนักงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบและได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรับผิดชอบการสอบสวน การร่วมสอบสวน การร่วมไต่สวน กรณีที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานการสอบสวน ตามข้อ ๗ แห่งประกาศคณะกรรมการอัยการดังกล่าวก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.๒๕๖๕ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้ออกระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ (วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖)  โดยข้อ ๑๑ แห่งระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๖ กำหนดให้มีศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครที่สำนักงานจังหวัด มีหน้าที่รับแจ้งการควบคุมตัวจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบ การรับแจ้งเหตุการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำให้บุคคลสูญหาย จากผู้พบเห็นหรือทราบเหตุ การยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำให้สูญหาย และการรับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมทั้งการดำเนินการอื่น และได้มีประกาศคณะกรรมการอัยการลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๖ ทำให้สำนักงานการสอบสวนมีสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายในสังกัดเพิ่มเติม รวมทั้งมีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ ๒๑๖๖/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๖ เรื่อง เปิดทำการสถาบันฝึกอบรมการดำเนินคดีชั้นสูง,  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย ๒ , สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสารสนเทศและบริหารจัดการความรู้ และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕ โดยให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน ๕ เปิดทำการในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
สำนักงานการสอบสวน มีอธิบดีอัยการ เป็นผู้บังคับบัญชาและให้สำนักงานต่างๆ ที่รับผิดชอบงานทั้งปวงที่กฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการเกี่ยวกับการสอบสวน ดังนี้
(๑) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ขอให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๙
(๒) การสอบสวนที่เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
               ๒.๑ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐
               ๒.๒ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.๒๕๕๖
(๓) งานร่วมสอบสวน
               ๓.๑ งานร่วมสอบสวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี
                     ๓.๑.๑ การเข้าร่วมสอบสวนคดีพิเศษ
                     ๓.๑.๒ การร่วมไต่สวนกับ ป.ป.ช.
                     ๓.๑.๓ การเข้าร่วมสอบสวนกับ ก.ก.ต.
(๔) งานอำนวยความยุติธรรมชั้นสอบสวน
               ๔.๑ การร่วมคุ้มครองเด็กในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
                    – ร่วมอยู่ในการจดบันทึกคำร้องทุกข์ในคดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็ก
                    – ร่วมอยู่ในการสอบสวนผู้เสียหาย พยานหรือผู้ต้องหาเป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี
                    – ร่วมอยู่ด้วยในกรณีผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กชี้ตัวผู้ต้องหา
               ๔.๒ การเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพ
                    – การเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพคดีวิสามัญฆาตกรรม
                    – การเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนชันสูตรพลิกศพคดีวิสามัญฆาตกรรม
                    – การเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนกรณีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานหรือกรณีที่ผู้ตายถูกกล่าวหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่
(๕) งานรับแจ้งการควบคุมตัวจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบ การรับแจ้งเหตุการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำให้บุคคลสูญหาย จากผู้พบเห็นหรือทราบเหตุ การยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำให้สูญหาย และการรับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕
(๖) งานสอบสวนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.๒๕๖๕ ที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๗) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ที่ทำการปัจจุบัน
ปัจจุบันสำนักงานการสอบสวน ได้ย้ายที่ทำการจากอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ มาอยู่ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี เลขที่ ๗๓/๑ ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๗๐
ภารกิจหน้าที่

สำนักงานการสอบสวน มีอธิบดีอัยการ เป็นผู้บังคับบัญชาและให้สำนักงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบงานทั้งปวงที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการเกี่ยวกับการสอบสวน ดังนี้

        (๑) อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙

         (๒) การสอบสวนที่เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
                    ๒.๑ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐
                    ๒.๒ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม-ข้ามชาติ พ.ศ.2556

         (๓) งานร่วมสอบสวน
                    ๓.๑ งานร่วมสอบสวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี
                             ๓.๑.๑ การเข้าร่วมสอบสวนคดีพิเศษ
                             ๓.๑.๒ การร่วมไต่สวนกับ ป.ป.ช.
                             ๓.๑.๓ การเข้าร่วมสอบสวนกับ ก.ก.ต.

       (๔) งานอำนวยความยุติธรรมชั้นสอบสวน
                    ๔.๑ การร่วมคุ้มครองเด็กในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
                         – ร่วมอยู่ในการจดบันทึกคำร้องทุกข์ในคดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็ก
                         – ร่วมอยู่ในการสอบสวนผู้เสียหาย พยานหรือผู้ต้องหาเป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี
                         – ร่วมอยู่ด้วยในกรณีผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กชี้ตัวผู้ต้องหา
                       ๔.๒ การเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพ
                         – การเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพคดีวิสามัญฆาตกรรม
                         – การเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนชันสูตรพลิกศพคดีวิสามัญฆาตกรรม
                         – การเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนกรณีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานหรือกรณีที่ผู้ตายถูกกล่าวหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่        

       (๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

บุคลากร

ทำเนียบผู้บริหาร

นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
1 ตุลาคม 2556 – 30 กันยายน 2560

นายกิตินันท์ ธัชประมุข
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
1 ตุลาคม 2560 – 30 กันยายน 2561

นายมั่นเกียรติ  ธนวิจิตรพันธ์
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2563

ร้อยตำรวจโท อุทัย อาทิเวช
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
1 ตุลาคม 2563 – 30 กันยายน 2565

นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2567

ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล
อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน
1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568

รับสมัครงาน

สถิติคดี

สถิติคดีของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมาน
และการกระทำให้บุคคลสูญหาย

🔶1 ตุลาคม 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2567

สถิติงานชันสูตรพลิกศพและการคุ้มครองเด็กในคดีอาญากรุงเทพมหานคร
ของพนักงานอัยการ

🔶1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2567


เอกสารเผยแพร่

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานการสอบสวน
Department of Investigation
สำนักงานอัยการสูงสุด
Office of the Attorney General

อาคารถนนบรมราชชนนี เลขที่ 73/1 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
โทรศัพท์  0 2434 8323-7  โทรสาร 0 2434 8328   E-mail : doi@ago.go.th

สำนักอำนวยการ
โทรศัพท์ 0 2434 8323-7 ต่อ 701-706  โทรสาร 0 2434 8328  E-mail : doi@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1
โทรศัพท์ 0 2434 8330  โทรสาร –   E-mail : doi1@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2
โทรศัพท์ 0 2434 8331  โทรสาร –   E-mail : doi2@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3
โทรศัพท์ 0 2434 8332  โทรสาร –   E-mail : doi3@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 4
โทรศัพท์ 0 2434 8334  โทรสาร –   E-mail : doi4@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 5
โทรศัพท์ 0 2434 8323 ต่อ 605, 609, 611 โทรสาร 0 2448 7070 , 0 2448 7071
E-mail : doi5@ago.go.th