สำนักงานอัยการสูงสุด จัดทำ MOU กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ส่งเสริมความร่วมมือวิชาการด้านนิติศาสตร์
วันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น. นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยมีนางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุด, นางวลัยรัตน์ บุญประสงค์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ, นายศวัส สังขนันท์ ผู้ช่วยอธิการบดีฯ ด้านกฎหมาย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์เจียมจิต สุวรรณน้อย คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และคณะ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง Boardroom ชั้น 14 อาคาร 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
อัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยฉบับเดิมได้ครบกำหนดระยะเวลา 5 ปี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวมีประโยชน์เป็นที่ประจักษ์ต่อการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการให้มีความรู้นำมาปรับใช้ในการอำนวยความยุติธรรมมากขึ้น และยังเป็นการประชาสัมพันธ์หลักสูตรให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในการฝึกปฏิบัติและศึกษาดูงานของนักศึกษาในแต่ละปีการศึกษา สนับสนุนบุคลากรในฐานะอาจารย์พิเศษหรือวิทยากรในการศึกษาสาขาวิชานิติศาสตร์หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและนอกเวลาราชการตามความเหมาะสม สนับสนุนด้านสื่อการเรียนการสอนโดยอนุญาตให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมเข้าใช้ห้องสมุดสำนักงานอัยการสูงสุดได้ในวันและเวลาราชการ ซึ่งหวังว่าความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้จะสำเร็จบรรลุเป้าหมาย ก่อประโยชน์ทางวิชาการกฎหมายแก่ประชาชนและประเทศชาติสมตามเจตนารมณ์สืบไป
ด้านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านวิชาการ การพัฒนาองค์กร และการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยศรีปทุมจะสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนตลอดหลักสูตร ปีการศึกษาละ 1 ทุน แก่ข้าราชการอัยการ และมอบทุนการศึกษาในรูปแบบส่วนลดร้อยละ 20 ตลอดหลักสูตร แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรอื่นของสำนักงานอัยการสูงสุดรวมทั้งคู่สมรสและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการสนับสนุนการศึกษาหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต จะมอบทุนการศึกษาในรูปแบบส่วนลดร้อยละ 40 ตลอดหลักสูตร ปีการศึกษาละ 2 ทุน ส่วนหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิติรัฐกิจและการบริหาร จะมอบทุนการศึกษาในรูปแบบส่วนลดร้อยละ 50 ตลอดหลักสูตร ปีการศึกษาละ 2 ทุน แก่ข้าราชการฝ่ายอัยการ เป็นระยะเวลา 5 ปี















