ข่าวประชาสัมพันธ์

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายปราโมทย์ อ่อนละออ ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจราชการเพื่อรับฟังนโยบาย
และชี้แจ้งปัญหาและอุปสรรค ของสำนักงานการบังคับคดี โดยมีนายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการ คณะผู้บริหาร
และข้าราชการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารถนนบรมราชชนนี

วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 ข้าราชการในสังกัดสำนักงานการบังคับคดี เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร
เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 ข้าราชการในสังกัดสำนักงานการบังคับคดี เข้าร่วมพิธีแสดงความอาลัย
และพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 ข้าราชการในสังกัดสำนักงานการบังคับคดี เข้าร่วมกิจกรรม
งานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. นายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการสำนักงานการบังคับคดี พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาและชมนิทรรศการ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ บริเวณหน้าอาคารเนติบันฑิตยสภา ในพระบรมราชนูปถัมภ์

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 12.30 น. อธิบดีอัยการและบุคลากรของสำนักงานการบังคับคดี
ร่วมงาน กฐินพระราชทาน ณ. วัดหน้าเมรุราชิการาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำนักงานบังคับคดีร่วมกับสำนักงานการสอบสวน จัดพิธีลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ณ อาคารบรมราชชนนี สำนักงานอัยการสูงสุด

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. นายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
ประชุมคณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานการบังคับคดี เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2569
ณ ห้องประชุมชั้น ๖ อาคารถนนบรมราชชนนี

วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 นายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร
เข้าพบนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด และคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤิทธิ์ แจ้งวัฒนะ
เพื่อรับมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ และร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 นายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี นำคณะผู้บริหาร
พนักงานอัยการ ข้าราชการธุรการ และบุคลากรของสำนักงานการบังคับคดี ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ประจำอาคารถนนบรมราชชนนี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของสำนักงานการบังคับคดี

สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ดำเนินการจัดโครงการอบรมและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน
ด้านการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานในการบังคับคดี (ครั้งที่ 4)
ระหว่างวันที่ 18 – 19 กันยายน 2568 ทั้งนี้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพ
การปฏิบัติงานในการบังคับคดี ณ โรงแรม อโมร่า ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Online) ด้วยระบบ Zoom

สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ดำเนินการจัดโครงการอบรมและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน
ด้านการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานในการบังคับคดี (ครั้งที่ 3)
ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2568 ทั้งนี้ นายโชคชัย สินศุภรัตน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงาน
ในการบังคับคดี ณ โรงแรมเซ็นทารา อุดร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Online) ด้วยระบบ Zoom Meeting

สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ดำเนินการจัดโครงการอบรมและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน
ด้านการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานในการบังคับคดี (ครั้งที่ 2)
ระหว่างวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงาน
ในการบังคับคดี ณ โรงแรม เดอะ เบย์ วิว พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Online) ด้วยระบบ Zoom Meeting

สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ดำเนินการจัดโครงการอบรมและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน
ด้านการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานในการบังคับคดี (ครั้งที่ 1)
ระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงาน
ในการบังคับคดี ณ โรงแรมป่าตอง เบย์ ฮิลล์ รีสอร์ต ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Online) ด้วยระบบ Zoom Meeting

วันพุธที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. สำนักงานการบังคับคดี โดยข้าราชการฝ่ายอัยการ
ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร

วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
นำข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากร ร่วมกับสำนักงานการสอบสวน และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง ๓
กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร

วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๘ สำนักงานการบังคับคดี จัดพิธีสรงน้ำพระ เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๘
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี นำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ อาคารบรมราชชนนี

วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ รองอธิบดีอัยการ และข้าราชการ สำนักงานการบังคับคดี เป็นตัวแทนร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๘ ณ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

สำนักงานการบังคับคดี วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓ น. นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ พร้อมผู้บริหารและบุคลากรภายในสำนักงาน ร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ อาคารถนนบรมราชชนนี

วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจราชการเพื่อรับฟังนโยบายและชี้แจงปัญหาและอุปสรรค ของสำนักงานการบังคับคดี โดยมี นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ คณะผู้บริหาร และข้าราชการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ อาคารถนนบรมราชชนนี

วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี ประชุมคณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานการบังคับคดี เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมชั้น ๖ อาคารถนนบรมราชชนนี

วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร เข้าพบนายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด และคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤิทธิ์ แจ้งวัฒนะ เพื่อรับมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ และร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี นำคณะผู้บริหาร พนักงานอัยการ และบุคลากรของสำนักงานการบังคับคดี ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาคารถนนบรมราชชนนี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของสำนักงานการบังคับคดี

วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี คณะผู้บริหาร ข้าราชการอัยการและข้าราชการของสำนักงานการบังคับคดีและร่วมด้วยสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุดกับธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี ชั้น ๖

วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ สำนักงานการบังคับคดี ร่วมกันดำเนินการ “โครงการอัยการร่วมใจอาสาเพื่อประชาและสังคม” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ โดย ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี พร้อมด้วย ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานการบังคับคดี เป็นตัวแทนนำอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภค บริจาค ณ สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สำนักงานการบังคับคดีร่วมกับสำนักงานการสอบสวน จัดพิธีลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ อาคารถนนบรมราชชนนี สำนักงานอัยการสูงสุด

  • ๑.) บันทึกข้อตกลง MOU ระหว่าง สำนักงานการบังคับคดี และศาลอาญา Download
  • ๒.) บันทึกข้อตกลง MOU ระหว่าง สำนักงานการบังคับคดี และ กลต. Download
  • ๓.) บันทึกข้อตกลง MOU ระหว่าง สำนักงานการบังคับคดี และ กรมบังคับคดี Download
    • หนังสือเวียน ที่ อส ๐๐๑๙/ว ๓๙๐ เรื่องการดำเนินการตามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินการบังคับคดีอาญา กับผู้ต้องโทษปรับ และการบังคับคดีตามสัญญาประกัน ระหว่างสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุดกับกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม Download
  • ๔.) บันทึกข้อตกลง MOU ระหว่าง สำนักงานการบังคับคดี และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด Download

  1. หนังสือเวียน ที่ อส 0034/ว471 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 Download
  2. ขั้นตอนการจัดส่งรายงาน Download
  3. แบบฟอร์มรายงานฐานข้อมูลลูกหนี้ (แบบ บค.1) Download
  4. ช่องทางการจัดส่งรายงาน
    • หรือ Scan QR CODE
  5. ตรวจสอบการจัดส่งรายงาน
    • สคชจ. ทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบการส่งรายงานฯ ได้ที่นี่ Click!
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์
ใบสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์ Download
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
ใบสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล Download

เกี่ยวกับสำนักงาน

-สำนักงานการบังคับคดี ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

-ตามประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่องการแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2554 ให้ตั้งสำนักงานการบังคับคดี

-มีการจัดทำระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี พ.ศ. 2555 และคู่มือการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและพนักงานอัยการในการบังคับคดีเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมาย ทั้งสามารถร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดำเนินการบังคับคดีได้อย่างเป็นเอกภาพ

อำนาจหน้าที่สำนักงานการบังคับคดี

                   สำนักงานการบังคับคดี มีอธิบดีอัยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ     มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(ก) รับผิดชอบงานศูนย์กลางระบบฐานข้อมูลลูกหนี้ตามคำพิพากษา ของหน่วยงานของรัฐและจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา งานสำรวจข้อมูลทรัพย์สินและสถานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาของหน่วยงานของรัฐและจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา และงานการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด

(ข) รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงอันเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด

(ค) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ให้หน่วยงานราชการในสำนักงานการบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) สำนักอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่

(๑) รับผิดชอบงานธุรการ งานสารบบคดี งานบริหารงานบุคคล งานเลขานุการ นักบริหารงานงบประมาณ       งานการเงินและบัญชี งานเกี่ยวกับอาคารสถานที่ พัสดุและยานพาหนะของสำนักงานการบังคับคดี

(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(ข) สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี ๑-๔ มีอัยการพิเศษฝ่าย เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ มีอำนาจและหน้าที่

(๑) รับผิดชอบงานสำนักงานการบังคับคดีตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด

(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ประกอบกับ ตามประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.๒๕๕๔ ข้อ ๖ (๑๙) ให้แบ่งหน่วยงานราชการอัยการออกเป็นหน่วยงานราชการภายในสำนักงานอัยการ โดยกำหนดให้สำนักงานการบังคับคดีแบ่งหน่วยงานภายในเป็น     สำนักอำนวยการ และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี ๑-๔ ปัจจุบันสำนักงานการบังคับคดีมี           สำนักอำนวยการ และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี ๑-๓ โดยสำนักงานการบังคับคดีเปิดทำการ      ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2554 ตามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 617/2554 เรื่อง เปิดทำการสำนักงาน        การบังคับคดีและโอนสำนวนการบังคับคดี สำนักงานการบังคับคดีจึงมีสำนวนที่โอนจากศูนย์ประสานงานบังคับคดี ซึ่งรับสำนวนจากสำนักงานคดีต่าง ๆ ทั่วประเทศมาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง คดีอาญา (โทษปรับและผิดสัญญาประกัน) ตอบข้อหารือ และดำเนินการชั้นศาลที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวจะต้องดำเนินการจนกว่าจะพ้นระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี หรือพ้นอายุความบังคับโทษปรับ 5 ปี หรือจนกว่าตัวความจะได้รับชำระหนี้หรือค่าปรับครบถ้วนตามคำพิพากษา

                   ในการดำเนินการดังกล่าวได้อาศัยกฎหมายและระเบียบ ดังนี้

1. พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (7) ให้พนักงานอัยการมีอำนาจ และหน้าที่ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ

2. พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (8) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา    ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น

3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับไม่ชําระค่าปรับภายในกําหนดเวลาตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอํานาจออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สิน หรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อใช้ค่าปรับ การบังคับคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินการบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอํานาจหน้าที่ยึดทรัพย์สิน หรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับ และขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาลหรือพนักงานอัยการ ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดําเนินการบังคับคดี การตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับ    โดยพนักงานอัยการเพื่อการบังคับคดีตามวรรคสอง ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนด         ในข้อบังคับของอัยการสูงสุด บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบต่อการที่ศาลจะมีคําสั่งตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง”

4. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล   ศาลมีอํานาจสั่งบังคับตามสัญญาประกัน หรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจํานวนเงิน ที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคํานึงถึงความพยายามของผู้ประกัน     ในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจําเลย ที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการ มีอํานาจอุทธรณ์ได้           คําวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ให้เป็นที่สุด เงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นที่นํามาวางต่อศาลเพื่อเป็นหลักประกัน         ตามมาตรา ๑๑๔ ไม่อยู่ในข่ายที่ จะถูกยึดหรืออายัดเพื่อชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อื่นจนกว่าความรับผิดตามสัญญาประกันจะระงับสิ้นไป เว้นแต่ศาลเห็นว่าหนี้ของเจ้าหนี้นั้นมิได้เกิดจากการฉ้อฉลและมีคําสั่งให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว ในกรณีที่จําเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอํานาจ ออกหมายบังคับคดีหรือคําสั่งอื่นใดเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้ เสมือนว่าเป็นลูกหนี้           ตามคําพิพากษา โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการบังคับ    ตามสัญญาประกัน และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอํานาจหน้าที่ยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกันและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาล หรือพนักงานอัยการ และถ้าจะต้องขายทรัพย์สินที่วางเป็นหลักประกันไว้ต่อศาล เมื่อศาลส่งทรัพย์สินหรือหนังสือสําคัญสําหรับทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี    ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดําเนินการบังคับคดี

                       การบังคับคดีตามมาตรานี้ ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม เว้นแต่ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะออกข้อบังคับกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อบังคับนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”

5. ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการบังคับคดี พ.ศ. 2555 ข้อ 41         เมื่อตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินของจำเลยที่สามารถยึดมาใช้ค่าปรับได้ ให้ยื่นคำแถลงพร้อมรายละเอียดของทรัพย์สินต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี และขอให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินดังกล่าวใช้ค่าปรับหรือแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของกรมบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวใช้ค่าปรับ ทั้งนี้ พนักงานอัยการอาจแถลงต่อศาลเพื่อขอให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ศาลร่วมไปดำเนินการเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ รักษาทรัพย์ หรือการบังคับอื่นใดเกี่ยวกับการบังคับคดีด้วยก็ได้

                       วรรคสอง ในกรณีที่หมายบังคับคดีของศาลระบุได้ความว่า ให้พนักงานอัยการเป็นผู้นำ       เจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการยึดทรัพย์สิน ให้พนักงานอัยการมอบหมายเจ้าหน้าที่บังคับคดีและเจ้าหน้าที่ศาลตามวรรคหนึ่ง (ถ้ามี) ร่วมไปกับเจ้าพนักงานบังคับคดีของกรมบังคับคดี นำยึดทรัพย์ รักษาทรัพย์ หรือการบังคับคดีอื่นใดเกี่ยวกับการบังคับคดีตามที่พนักงานอัยการเห็นสมควร

                       วรรคสาม ในการบังคับคดียึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ให้นำความในหมวด 1 ว่าด้วยการบังคับคดีแพ่งมาใช้โดยอนุโลม

                       ข้อ 42 เพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม         การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ในการบังคับคดีที่ศาลออกหมายยังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล และกรณีผิดสัญญาประกันการรับสิ่งของไปดูแลรักษา ให้นำความในหมวด 1 ว่าด้วยการบังคับคดีแพ่งมาใช้โดยอนุโลม

                   ต่อมาได้มีกฎหมายที่ตราขึ้นใหม่อีกหลายฉบับคือ

1. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 มาตรา 50 ที่บัญญัติว่า การบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของบุคคลซึ่งต้องชำระเงินแทนมูลค่าสิ่งที่ศาลสั่งริบหรือสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ให้กระทำได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และ           ให้พนักงานอัยการหรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แล้วแต่กรณี           เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดี โดยให้ร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีของกรมบังคับคดีมีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาด ตามที่ได้รับแจ้งจากพนักงานอัยการหรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี

                            วรรคสอง การบังคับคดีตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้แม้ว่าบุคคลซึ่งต้องชำระเงินแทนมูลค่า     สิ่งที่ศาลสั่งริบถึงแก่ความตายไปแล้ว หากปรากฏว่าคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนผู้นั้นถึงแก่ความตาย

                   2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง     ทางการเมือง พ.ศ. 2560 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2560 มาตรา 66 การบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของบุคคลซึ่งต้องชําระเงินแทนมูลค่าสิ่งที่ศาลสั่งริบ หรือสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ให้กระทําได้ภายในสิบปี     นับแต่วันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด และให้พนักงานอัยการ หรือสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม   การทุจริตแห่งชาติ แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีหน้าที และอํานาจในการดําเนินการบังคับคดี โดยให้ร้องขอให้ศาล      ออกหมายบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีของกรมบังคับคดีมีหน้าที่และอํานาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจาก พนักงานอัยการหรือสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทั้งนี้ มิให้ หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดําเนินการบังคับคดี

                       วรรคสอง การบังคับคดีตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้แม้ว่าบุคคลซึ่งต้องชําระเงินแทนมูลค่าสิ่งที่ศาลสั่งริบ ถึงแก่ความตายไปแล้ว หากปรากฏว่าคําพิพากษาถึงที่สุดก่อนผู้นั้นถึงแก่ความตาย

                        3. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 125  ถ้าศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้ใดซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินเหล่านั้นได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน

                   4. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 มาตรา 63/10 และมาตรา 63/11 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562

                       มาตรา 63/10 เพื่อประโยชน์ในการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งใช้มาตรการ บังคับทางปกครองมีอำนาจ

                       (๑) มีหนังสือสอบถามสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนียน          ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีหน้าที่ควบคุมทรัพย์สินที่มีทะเบียน เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง

                       (๒) มีหนังสือขอให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่          ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการ บังคับทางปกครองไว้เป็นการชั่วคราวเท่าที่จำเป็น เนื่องจากมีเหตุขัดข้องที่ทำให้ไม่อาจยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ได้ทันที และเมื่อเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงให้แจ้งยกเลิกหนังสือดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการระงับการจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

                       หน่วยงานตาม (๑) ที่ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งใช้มาตรการบังคับทางปกครองในการดำเนินการตาม (๑) ให้ถือว่าไม่เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่น

                       ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือของเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งใช้มาตรการบังคับทางปกครอง           ตามวรรคหนึ่ง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้นั้นมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

                       มาตรา 63/11 ในการสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินอาจร้องขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดหรือหน่วยงานอื่นดำเนินการสืบหาทรัพย์สินแทนได้ โดยให้หน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจตามมาตรา ๖๓/๑๐ ด้วย

                       วรรคสอง ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งชำระเงินไม่มีเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการ     สืบหาทรัพย์สิน และหากจำนวนเงินที่ต้องชำระตามมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไปหรือตามมูลค่าที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยกฎกระทรวง หน่วยงานของรัฐอาจมอบหมายให้เอกชนสืบหาทรัพย์สินแทนได้

                       วรรคสาม ให้เอกชนที่สืบพบทรัพย์สินได้รับค่าตอบแทนไม่เกินร้อยละสองครึ่งจากเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินที่สืบพบได้ ทั้งนี้ จำนวนเงินค่าตอบแทนสูงสุด  ต้องไม่เกินหนึ่งล้านบาทต่อจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น หรือตามจำนวนที่กำหนดเพิ่มขึ้น โดยกฎกระทรวง

                       วรรคสี่ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเอกชนที่สืบหาทรัพย์สิน การกำหนดค่าตอบแทน และวิธีการ จ่ายค่าตอบแทนตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

                   ซึ่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น กำหนดให้พนักงานอัยการ มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดีและสืบหาทรัพย์สินแทนหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง ยังไม่มีระเบียบรองรับเพื่อให้พนักงานอัยการสามารถดำเนินการได้ ทั้งระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วย        การดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี พ.ศ. 2555 ก็ไม่ได้กำหนดให้อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการไว้ ขณะนี้สำนักงานการบังคับคดีได้รายงานอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งที่ 1237/2562 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2562 แต่งตั้งคณะทำงานให้แก้ไขระเบียบดังกล่าว เพื่อให้อำนาจพนักงานอัยการ สำนักงานการบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีรองรับการทำงานตามกฎหมายที่ตราขึ้นใหม่ดังกล่าว

                   ดังนั้น นับแต่นี้ นอกจากสำนักงานการบังคับคดีจะต้องดำเนินการบังคับคดีสำนวนประเภทต่าง ๆ ตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนดให้อำนาจในการดำเนินการบังคับคดี ซึ่งนับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นแล้ว จะต้องดำเนินการบังคับคดีกับสำนวนบังคับคดีทุจริตและคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 และมาตา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้พนักงานอัยการมีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการบังคับคดี กรณีที่บังคับคดีกับทรัพย์สินอื่นแทนมูลค่าสิ่งที่ศาลสั่งริบหรือสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน อันหมายถึงว่า สำนักงานการบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดีตั้งแต่ตรวจสอบทรัพย์สินถึงยึดอายัดทรัพย์ การขายทอดตลาดจนเสร็จสิ้น และให้ได้เงินส่งกระทรวงการคลังเพื่อตกเป็นรายได้ของแผ่นดิน

                   นอกจากนี้ สำนักงานการบังคับคดียังต้องดำเนินการสืบทรัพย์แทนหน่วยงานของรัฐที่ออกมาตรการคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน ตามมาตรา 63/11 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ   ทางปกครอง พ.ศ. 2539 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่กำหนดให้พนักงานอัยการ ตรวจสอบทรัพย์แทนหน่วยงานของรัฐ ไปยังสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก           กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีหน้าที่ควบคุมทรัพย์สินที่มีทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินของ     ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ตามที่หน่วยงานของรัฐผู้ออกคำสั่งทางปกครองร้องขอ และ       ต้องดำเนินการขอให้ระงับการจดทะเบียนต่าง ๆ ตามที่มาตรา 63/11 กำหนดให้พนักงานอัยการดำเนินการด้วย     ซึ่งหน้าที่ของพนักงานอัยการตามที่กฎหมายกำหนดดังกล่าวนั้น

จากการประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.๒๕๕๔ ข้อ ๖ (๑๙) ให้แบ่งหน่วยงานราชการอัยการออกเป็นหน่วยงานราชการภายในสำนักงานอัยการ โดยกำหนดให้สำนักงานการบังคับคดีแบ่งหน่วยงานภายในเป็น สำนักอำนวยการ และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี ๑-๔ เพื่อรองรับปริมาณงานการบังคับคดีแพ่ง     คดีปกครอง และคดีอาญาเฉพาะในส่วนของค่าปรับตามคำพิพากษาและคดีผิดสัญญาประกันชั้นศาลตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของลูกหนี้ รวมถึงต้องดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ และดำเนินคดีชั้นศาลด้วย ซึ่งในการยึดอายัดทรัพย์สิน สำนักงานการบังคับคดีได้เป็นหน่วยงานนำร่องในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานคดี ในการออกไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้นอกที่ทำการด้วย

                   ประกอบกับปัจจุบัน สำนักงานการบังคับคดี มีภารกิจนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นจากประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.๒๕๕๔ อันเนื่องมาจากการที่มีกฎหมายใหม่ออกมา ให้พนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดี และมีอำนาจหน้าที่ในกรณีหน่วยงานของรัฐร้องขอให้สืบหาทรัพย์แทนหน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งทางปกครอง ซึ่งขณะนี้ได้มีคดีสำคัญที่หน่วยงานของรัฐจัดส่งมาเพื่อให้ดำเนินการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ดังนี้

                   1. การบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของบุคคลซึ่งต้องชำระเงินแทนมูลค่าสิ่งที่ศาลสั่งริบหรือสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ให้กระทำได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และให้พนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 125 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 50 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 66                     2. การดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแทนหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ตามมาตรา ๖๓/๑๑          แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี พ.ศ. 2554 เพื่อให้รองรับอำนาจหน้าที่พนักงานอัยการตามที่กฎหมายกำหนด โดยในการดำเนินการขณะนี้ อัยการสูงสุดจะมอบให้สำนักงานการบังคับคดีดำเนินการเป็นรายเรื่อง       ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแล้ว (ตามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 407/2563 เรื่อง การมอบหมายและมอบอำนาจให้อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี และอธิบดีอัยการภาค ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ลงวันที่ 9 มีนาคม 2563 และหนังสือเวียนที่ อส 0019/ว 88 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2563          เรื่อง แนวทางการดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแทนหน่วยงาน  ของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงิน ตามมาตรา ๖๓/๑๑ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง       พ.ศ. ๒๕๓๙)

วิสัยทัศน์ (Vision)

“องค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”

พันธกิจ (Missions)

1.อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ

โครงสร้าง (Structure)
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
U : Uprightness
เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
B : Betterment
คิดและทำเพื่อพัฒนา
L : Lawfulness
รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
I : Integrity
ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
C : Collaboration
ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย

กฎหมายเป็นระเบียบของสังคมที่รัฐได้บัญญัติขึ้นเพื่อใช้บังคับประชาชน โดยกำหนดสิทธิหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนด้วยกัน และระหว่างรัฐกับประชาชน โดยมีสภาพบังคับผ่านกระบวนการวิธีพิจารณาทางศาล ให้มีการลงโทษ มีการชำระหนี้ ชดใช้ค่าเสียหาย หรือให้กระทำการ งดเว้นกระทำการ ให้ส่งมอบทรัพย์สิน หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาจะต้องถูกบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา ซึ่งเรียกว่า “การบังคับคดี” ดังนั้น การบังคับคดีจึงมีความสำคัญ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความสงบสุขของสังคม

              การบังคับคดี เป็นขั้นตอนของกฎหมายหลังจากที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี โดยปกติในคำพิพากษาของศาลนั้น ก็จะมีการกำหนดให้ฝ่ายที่แพ้คดี ซึ่งเรียกว่า “ลูกหนี้ตามคำพิพากษา” ต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ เช่น ให้จำเลยคืนเงินหรือให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ ให้จำเลยออกไปจากที่พิพาท หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ออกไปจากที่พิพาท หรือในคดีอาญา ศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษปรับจำเลยหรือมีคำสั่งปรับผู้ประกันจำเลย เป็นต้น

ในปัจจุบัน มีกฎหมายหลายฉบับบัญญัติให้พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ดังนี้

๑. การบังคับคดีอาญา

ในปัจจุบันการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในคดีอาญา ถ้าเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิต หรือจำคุก ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่จะต้องดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา ถ้าเป็นกรณีที่ศาลลงโทษกักขัง ก็จะอยู่ในอำนาจของศาลว่าจะให้กักขังจำเลยไว้ ณ สถานที่ใด และเป็นอำนาจของเจ้าของสถานที่นั้นเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษริบทรัพย์สิน ผู้ใดเป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าวไว้จะต้องส่งดำเนินการต่อไป เช่น ให้ตกเป็นของแผ่นดินหรือของหน่วยงานใด หากผู้เก็บรักษาไว้ดังกล่าวไม่ส่งหรือไม่ดำเนินการ ศาลอาจมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินนั้น หรือให้ผู้นั้นชำระราคาหรือสั่งยึดทรัพย์สินอื่นของผู้นั้นชดใช้ราคาทรัพย์สินดังกล่าวหรือสั่งกักขังผู้นั้นไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗

การบังคับคดีอาญาที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ มี ๓ กรณี ดังนี้

     ๑.๑ การบังคับโทษปรับ

     ในคดีอาญา ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินหรือายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับหรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ แต่ถ้าศาลเห็นเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ ศาลจะสั่งเรียกประกันหรือจะสั่งให้กักขังผู้นั้นแทนค่าปรับไปพลางก่อนก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๙)

     จะเห็นได้ว่ามาตรการที่ศาลใช้บังคับกับผู้ต้องโทษปรับที่ไม่มีเงินชำระค่าปรับ หรือไม่ชำระค่าปรับ มีด้วยกัน ๒ มาตรการ คือ การยึดทรัพย์สินหรือายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับ และการกักขังแทนค่าปรับ กล่าวคือ ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าปรับแล้วไม่ชำระ และศาลมิได้มีคำสั่งให้กักขังจำเลยแทนค่าปรับ ศาลจะออกหมายบังคับคดีเพื่อให้มีการดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของจำเลยเพื่อใช้ค่าปรับ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการ เป็นผู้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ทั้งนี้การดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับเพื่อใช้ค่าปรับนั้น จะต้องกระทำภายในกำหนด ๕ ปี นับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด มิฉะนั้นจะยึดหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินไม่ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๙ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐)

     การบังคับโทษปรับ ถือเป็นอำนาจและหน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งของพนักงานอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด โดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙/๑ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๙) บัญญัติว่า

     “ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับไม่ชําระค่าปรับภายในกําหนดเวลาตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอํานาจออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อใช้ค่าปรับ

     การบังคับคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินการบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอํานาจหน้าที่ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาลหรือพนักงานอัยการ ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดําเนินการบังคับคดี

     การตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับโดยพนักงานอัยการเพื่อการบังคับคดีตามวรรคสองให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในข้อบังคับของอัยการสูงสุด             

     บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบต่อการที่ศาลจะมีคำสั่งตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง”

     และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๗) บัญญัติว่า

     “พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

     (๗) ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ”

     เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙/๑ และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๗) แล้ว จะเห็นได้ว่า กฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้พนักงานอัยการ มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการบังคับโทษปรับ ซึ่งในการดำเนินการบังคับโทษปรับนั้น กฎหมายบัญญัติให้พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับตลอดจนมีอำนาจและหน้าที่ในการตั้งเรื่องยึดทรัพย์สินหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับเพื่อใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อศาลด้วย

    ๑.๒ การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล

     ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลนั้น ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ โดยในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกัน พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดีตามสัญญาประกัน ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๕๘) และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๘) บัญญัติให้อำนาจไว้

     โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ วรรคสาม บัญญัติว่า

     “ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือคำสั่งอื่นใดเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้เสมือนว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับตามสัญญาประกัน และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกันและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาล หรือพนักงานอัยการ และถ้าจะต้องขายทรัพย์สินที่วางเป็นหลักประกันไว้ต่อศาล เมื่อศาลส่งทรัพย์สินหรือหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี”

    และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๘) บัญญัติว่า

     “พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

     (๘) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้นในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ”

     เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๘) แล้ว จะเห็นได้ว่า กฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้พนักงานอัยการ มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ซึ่งในการดำเนินการบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลนั้น พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ประกัน ตลอดจนมีอำนาจและหน้าที่ในการตั้งเรื่องยึดทรัพย์สินหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกันเพื่อชำระเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันตามคำสั่งต่อศาลจนเต็มจำนวนด้วย

     ๑.๓ การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา

     การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษานั้น เป็นการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐในการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๘) และมาตรา ๒๓ (๗) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พนักงานอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น

     ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พนักงานอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจและหน้าที่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐในการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้เป็นไปตามสัญญานั้น

๒. การบังคับคดีแพ่ง

ปัจจุบันการบังคับคดีแพ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา กฎหมายบัญญัติให้พนักงานอัยการในฐานะทนายความแผ่นดินและสำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งแทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้ ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๒๓ (๔) กล่าวคือ เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวเป็นฝ่ายชนะคดีหรือมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ศาลจะออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามคำพิพากษา หากไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่ศาลกำหนด พนักงานอัยการซึ่งว่าต่างหรือแก้ต่างคดีให้แก่หน่วยงานของรัฐ จะขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดนั้นชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว พนักงานอัยการในฐานะทนายความของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะแจ้งให้หน่วยงานตัวความทราบถึงการที่ศาลได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว และสำนักงานคดีก็จะส่งสำเนาหมายบังคับคดีพร้อมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นแก่การบังคับคดีไปยังสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการบังคับคดีตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๑๐ ต่อไป ทั้งนี้ต้องร้องขอให้มีการบังคับคดีภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่ถ้าเป็นกรณีที่คำพิพากษากำหนดให้ชำระหนี้เป็นงวด เป็นรายเดือน หรือเป็นรายปี หรือกำหนดชำระหนี้อย่างใดในอนาคต ให้นับระยะเวลา ๑๐ ปี ตั้งแต่วันที่หนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งอาจบังคับคดีได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๔ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐)

ในบางกรณีหน่วยงานตัวความก็อาจขอให้สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีได้ด้วย โดยหน่วยงานตัวความต้องส่งสำเนาหมายบังคับคดีและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการบังคับคดี เมื่อสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งรับดำเนินการบังคับคดีแล้ว จะแจ้งหน่วยงานตัวความเพื่อยืนยันที่จะให้มีการบังคับคดี และให้ดำเนินการตรวจสอบสถานะและทรัพย์สินของลูกหนี้ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลของลูกหนี้ สถานภาพของลูกหนี้และครอบครัวและอื่นๆ ที่จำเป็นส่งให้สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จากนั้นสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จะดำเนินการตรวจสอบสถานะและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี หากพบว่ามีทรัพย์สินที่สามารถบังคับคดีนำเงินมาชำระหนี้ได้ จะแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สินไปยังหน่วยงานตัวความเพื่อให้ดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ตามขั้นตอนในการบังคับคดีต่อไป ซึ่งในการบังคับคดีแพ่ง พนักงานอัยการ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีของสำนักงานการบังคับคดีจะให้ความช่วยเหลือ ปรึกษา หรือแนะนำแก่ตัวความ เพื่อให้การบังคับคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในการได้รับเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ในการบังคับคดี หากต้องมีการดำเนินคดีแพ่งในชั้นศาลอันเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งนั้น สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ดำเนินคดีให้ด้วย

๓. การบังคับคดีปกครอง

ในการดำเนินการบังคับเพื่อให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครองนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลปกครอง ซึ่งได้จัดตั้งหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่บังคับคดีปกครอง คือ สำนักบังคับคดีปกครอง

เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีแล้ว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้คำพิพากษาศาลปกครองมีผลผูกพันคู่กรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับนับตั้งแต่วันที่กำหนดในคำพิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับ หรืองดเสีย และในกรณีที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับไว้จนกว่าจะพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์ หากมีการอุทธรณ์ ให้รอการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงเห็นได้ว่าเมื่อศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จะยังไม่มีการปฏิบัติตามคำบังคับจนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์และจะมีการบังคับคดีเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว

เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาและคำบังคับดังกล่าว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องบังคับคดีภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา  ๒๗๔ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐)

ในการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีปกครองโดยพนักงานอัยการนั้น เป็นการบังคับคดีปกครองที่หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา กฎหมายบัญญัติให้พนักงานอัยการในฐานะทนายความแผ่นดินและสำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งแทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้ ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๒๓ (๔) เมื่อศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง และศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปกครอง ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานตัวความให้ดำเนินคดีปกครองแทนมีหน้าที่ส่งสำเนาหมายบังคับคดีพร้อมสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลและเอกสารที่จำเป็นแก่การบังคับคดีให้สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีตามระเบียบระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๑๐ ต่อไป

             ในบางกรณีหน่วยงานตัวความก็อาจขอให้สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีได้ด้วย โดยหน่วยงานตัวความต้องส่งสำเนาหมายบังคับคดีและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการบังคับคดี เมื่อสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งรับดำเนินการบังคับคดีแล้ว จะแจ้งหน่วยงานตัวความเพื่อยืนยันที่จะให้มีการบังคับคดี และให้ดำเนินการตรวจสอบสถานะและทรัพย์สินของลูกหนี้ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลของลูกหนี้ สถานภาพของลูกหนี้และครอบครัวและอื่นๆ ที่จำเป็นส่งให้สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จากนั้นสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จะดำเนินการตรวจสอบสถานะและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี หากพบว่ามีทรัพย์สินที่สามารถบังคับคดีนำเงินมาชำระหนี้ได้ จะแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สินไปยังหน่วยงานตัวความเพื่อให้ดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักบังคับคดีปกครอง ตามขั้นตอนในการบังคับคดีต่อไป ซึ่งในการบังคับคดีปกครอง พนักงานอัยการ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีของสำนักงานการบังคับคดีจะให้ความช่วยเหลือ ปรึกษา หรือแนะนำแก่ตัวความ เพื่อให้การบังคับคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในการได้รับเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ในการบังคับคดี หากต้องมีการดำเนินคดีปกครองในชั้นศาลอันเกี่ยวกับการบังคับคดีปกครองนั้น สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ดำเนินคดีให้ด้วย

กระบวนงานบังคับคดี คลิก

บุคลากร

นายรณรงค์ วุฒิกุล
อธิบดีอัยการ
นายวรวุฒิ ศรีศศิธร
รองอธิบดีอัยการ
นายทรงกลด วารายานนท์
รองอธิบดีอัยการ
นายชาตรี สุวรรณิน
ที่ปรึกษาอธิบดีอัยการ

นายยุทธศักดิ์ สัมปะชาโน
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ

ส่วนคดีและกฎหมาย
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 721

นางสาวชมพูนุช สุวรรณ
นิติกรเชี่ยวชาญ
นางสาวศรัณย์รัชต์ สุวรรณโณ
นิติกรชำนาญการพิเศษ
นายสุภักดิ์ ธรรมพงศ์พันธ์
นิติกรชำนาญการพิเศษ

ส่วนบริหารทั่วไป
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 402 – 403

นางสาวสวนีย์ ศุภนาม
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
นางสาวมณีรัตน์ สุดใจ
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวธนภร ทองอริยทรัพย์
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวกรกนก คงสม
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวกาญจนา เหลืองสี
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวคล้ายจันทร์ ชิตจำปา
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
นายสมศักดิ์ ศิริชัยสุทธิกร
อัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 1
นายเจษฎา รักวนิชย์
อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นายศุภกิจ อ่วมทับ
อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นางสาวรุจิรา อภิรักษ์สกุล
อัยการผู้เชี่ยวชาญ
นางสาวจันทรา ศิลาเวียง
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายศักดิ์ชาย พงศ์พูนทรัพย์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นางสาวตุลธิดา ลิ้มสุวัฒน์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นางสุภาวฎีย์ นันทโววาทย์
อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

งานกิจการทั่วไปและสารบบคดี
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 417 – 418

นางนุชนารถ มะลิป่า
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวนิพาภรณ์ บุญมาลี
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวลัดดา จำปานิล
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวศิรินภา ห้วยทราย
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางศิรินาถ หาญอาษา
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวณัฐศรันกร เทพสุวรรณ์
พนักงานราชการ

งานคดีและกฎหมาย
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 405, 408, 411, 413, 416

นางสาวกีรตยา พงศ์ดารา
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการพิเศษ
นางสาวมัญชุพร แสงสุข
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ
นางสาวนรินทร์ ชะเทียนรัมย์
เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ
นายสฤษภ์ แสงดำ
เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ
นางสาวจอมใจ ไกรเทพ
นิติกรปฏิบัติการ
นางสาวกันตา ปรัชเจริญวนิชย์
นิติกรปฏิบัติการ
พันจ่าอากาศตรีเดชาธร เพ็งมาก
นิติกรปฏิบัติการ
นายเชาวฤทธิ์ จันทร์สนาม
อัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 2
นางสาวสุธิดา กะการดี
อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นายณัฐพล ตั้งศรีไพโรจน์
อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นางนิติพร โชติรังสรรค์
อัยการผู้เชี่ยวชาญ
นางสาวนุสรา น่วมดำริห์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
ร.ต.อ. อมตะ ชนะพงษ์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายนภณัฐ จุลนิติ์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
ว่าที่ ร.ต.ญ. พิชญา ศรีณรงค์
อัยการประจำกอง
นายวิโรจน์ บุบผากลิ่น
อัยการอาวุโส

งานกิจการทั่วไปและสารบบคดี
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 421 – 422

นางสาวสันติญา ชุติชูเดช
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางสาวเพ็ญวดี กล่อมวงษ์
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวชญานุศภัฒค์ วะราหะ
นักจัดการงานทั่วไปปฎิบัติการ
นายธีรพล เอื้ออวยพร
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาววิไลพร ช่างประกอบ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

งานคดีและกฎหมาย
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 406, 423, 425, 427, 428

นายธนวัฒน์ ลัดดากลม
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการพิเศษ

นายธนากร ลักคณาสมวิบุล
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ
นายอภิณัฐ รัตนพัฒนากุล
เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ
นางสาวปสุตา ประทุมแก้ว
นิติกรชำนาญการพิเศษ
นางสาวขนิษฐา โชติประวิทย์
นิติกรปฏิบัติการ
นางสาวณัฐนรี เอกวรรณัง
นิติกรปฎิบัติการ
นางสาวภัทราภรณ์ ไมตรีจิตต์
นิติกรปฏิบัติการ
นางสาวณัฐกาญจน์ ธรรมวีณาสกุล
นิติกรปฏิบัติการ
นางสาวเพชรรัตน์ เรืองราย
นิติกร
นายนพพล กฤษณะเศรณี
อัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 3
นางสาวกานต์พิชชา สูริประเสริฐ
อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นางสาววัฒนี ระดับปัญญาวุฒิ
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายอำนวย พิเชษฐนาวิน
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายจักรวัฒน์ ขวัญเพิ่มพร
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
ร.ต.ต. สมชาย เพ็ชรโต
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
ร้อยตรี ธนา ภัทรภาษิต
อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายทวีทรัพย์ อัฒนวานิช
อัยการอาวุโส

งานกิจการทั่วไปและสารบบคดี
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 435, 437

นายนุ่ม ใจรบ
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวปิอาภรณ์ เงินแจ่ม
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาววัลย์ธิดา พูนชื่น
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวทิพย์สุดา จับพิมาย
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
นางสาวฤชาภร ศรีเผือก
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

งานคดีและกฎหมาย
ติดต่อ 0 2434 8323-7 ต่อ 433, 436, 438

นางสาวพิกุล ประเสริฐดี
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการพิเศษ
นางสาวสุพิชญา เจริญวัฒนะโภคา
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ
นางสาวบุญธิดา ปั้นเปี่ยมทอง
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ
นายชัยวัฒน์ ประถม
เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ
นางสาวอภิชญา มหาวิริโย
เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ
นายณัฐพัชร์ จีระเรืองรัตนา
นิติกรปฏิบัติการ
นายณัฐยศ อาจหาญ
นิติกรปฏิบัติการ
นางสาวชุติกาญจน์ วินิตวรเวสม์
นิติกรปฏิบัติการ

ทำเนียบผู้บริหาร

นายวิษณุ บุญยสมิต
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕
นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖
นายอัษฎางค์ เชี่ยวธาดา
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗
นายปริญญา จิตรการนทีกิจ
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙
นายยุคล เหล่าพูลสุข
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐
นายชาตรี สุวรรณิน
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒
นางศศิณา คงทน
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓
นายพันธ์ุโชติ บุญศิริ
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔
นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕
เรือเอก ณัฐวัฒน์ จิตรสำเริง
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖
ร้อยตำรวจเอก โชคชัย สิทธิผลกุล
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ – ๓๐ กันยายน ๑๕๖๗

นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘
นายรณรงค์ วุฒิกุล
อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี
๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ – ปัจจุบัน






สถิติคดี

เอกสารเผยแพร่

ข้อกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และหนังสือสั่งการที่ใช้ในการปฏิบัติงานการบังคับคดี
สำนักงานอัยการสูงสุด

ข้อกฎหมาย ระเบียบ

คำสั่ง และหนังสือสั่งการ

เอกสารที่จำเป็นแก่การบังคับคดีในคดีแพ่ง, คดีปกครอง, คดีอาญาโทษปรับ

  •   ๑) สำเนาหมายบังคับคดี
  •   ๒) สำเนาคำพิพากษา
  •   ๓) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีบุคคลธรรมดา) /สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล)
  •   ๔) หนังสือขอให้พนักงานอัยการว่าต่าง / แก้ต่างคดี

เอกสารที่จำเป็นแก่การบังคับคดีในคดีผิดสัญญาประกัน

  •   ๑) สำเนาหมายบังคับคดี
  •   ๒) สำเนาคำพิพากษา
  •   ๓) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีบุคคลธรรมดา) /สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล)
  •   ๔) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำประกันสัญญา

ตัวอย่างแบบพิมพ์ที่ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการบังคับคดี

ส่วนที่ ๑   บทนำ Download

ส่วนที่ ๒   แบบพิมพ์การบังคับโทษปรับและการตั้งเรื่องบังคับคดี

  •                 ๒.๑  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งการรับเรื่องไว้ดำเนินการ Download
  •                 ๒.๒  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งให้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาคดีอาญา (กรณีจำเลยเป็นบุคคลธรรมดา) Download
  •                 ๒.๓  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งให้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาคดีอาญา (กรณีจำเลยเป็นนิติบุคคล) Download
  •                ๒.๔  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งดำเนินการอายัดเงินในบัญชีธนาคาร Download
  •                ๒.๕  แบบพิมพ์คำร้องขออายัดเงินฝาก Download
  •                ๒.๖  แบบพิมพ์หนังสือขอทราบผลการอายัดบัญชีเงินฝากธนาคาร Download
  •                ๒.๗  แบบพิมพ์การบังคับโทษปรับคดีอาญา (หรือใช้ชื่อเรื่องเป็นชื่อเดียวกันกับที่ศาลหรือสำนักงานคดีส่งมา) Download

ส่วนที่ ๓  แบบพิมพ์การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล

  • ๓.๑  แบบพิมพ์การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีไม่มีหลักประกัน)
    •                        ๓.๑.๑  แบบพิมพ์หนังสือการบังคับคดีผู้ประกัน (กรณีไม่มีหลักประกัน) Download
    •                        ๓.๑.๒  แบบพิมพ์หนังสือให้ชำระค่าปรับกรณีผิดสัญญาประกัน (กรณีผู้ประกันเป็นบุคคลธรรมดา) Download
  • ๓.๒  แบบพิมพ์การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีใช้ตำแหน่งประกัน)
    •                        ๓.๒.๑  แบบพิมพ์หนังสือการบังคับคดีผู้ประกัน (กรณีใช้ตำแหน่งประกัน – ไม่มีหนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน) Download
    •                        ๓.๒.๒  แบบพิมพ์หนังสือการบังคับคดีผู้ประกัน (กรณีใช้ตำแหน่งประกัน – มีหนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน) Download
    •                        ๓.๒.๓  แบบพิมพ์หนังสือให้ชำระค่าปรับกรณีผิดสัญญาประกัน (กรณีผู้ประกันเป็นบุคคลธรรมดา) Download
  • ๓.๓  แบบพิมพ์การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน)
    •                       ๓.๓.๑  แบบพิมพ์หนังสือการบังคับคดีผู้ประกัน (กรณีมีหลักประกัน – ศาลดำเนินการบังคับคดีกับหลักประกันแล้ว) Download
    •                       ๓.๓.๒  แบบพิมพ์หนังสือการบังคับคดีผู้ประกัน (กรณีมีหลักประกัน – ศาลยังไม่ได้บังคับคดีกับหลักประกัน) Download
    •                       ๓.๓.๓  แบบพิมพ์หนังสือให้ชำระค่าปรับกรณีผิดสัญญาประกัน (กรณีผู้ประกันเป็นบุคคลธรรมดา) Download
  • ๓.๔  แบบพิมพ์การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพเป็นหลักประกัน)
    •                       ๓.๔.๑  แบบพิมพ์หนังสือขอให้แจ้งบริษัทประกันภัยอิสรภาพชำระค่าปรับ (กรณีผิดสัญญาประกัน) Download
    •                       ๓.๔.๒  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งศาลกรณีได้มีหนังสือขอให้ คปภ. แจ้งให้ผู้ประกันชำระค่าปรับแล้ว Download
  • ๓.๕  แบบพิมพ์การตั้งเรื่องอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของผู้ประกัน
    •                       ๓.๕.๑  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งดำเนินการบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีธนาคาร (กรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล) Download
    •                       ๓.๕.๒  แบบพิมพ์คำร้องขออายัดเงินฝากของผู้ประกันจำเลย Download
    •                       ๓.๕.๓  แบบพิมพ์หนังสือขอทราบผลการอายัดบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล) Download

ส่วนที่ ๔  แบบพิมพ์เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน

  •                ๔.๑  แบบพิมพ์หนังสือขอตรวจสอบข้อเท็จจริงบัญชีเงินฝาก Download
  •                ๔.๒  แบบพิมพ์หนังสือขอตรวจสอบข้อเท็จจริงการมีกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรรัฐบาล Download
  •                ๔.๓  แบบพิมพ์หนังสือขอตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองหลักทรัพย์ Download
  •                ๔.๔  แบบพิมพ์หนังสือขอตรวจสอบข้อเท็จจริงการมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ Download
  •                ๔.๕  รายชื่อธนาคารและสถาบันการเงินที่ขอให้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีเงินฝาก, รายชื่อสำนักงานที่ดินที่ขอให้ดำเนินการตรวจสอบการมีกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครอง, รายชื่อหน่วยงานอื่น ๆ ที่ขอให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สิน Download
  •                ๔.๖  แบบพิมพ์บัญชีรายชื่อลูกหนี้หรือจำเลยหรือผู้ต้องโทษปรับตามหมายบังคับคดี Download
  •                ๔.๗  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สิน กรณีบังคับคดีผู้ประกัน (ครั้งแรก) Download
  •                ๔.๘  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สิน กรณีบังคับคดีผู้ประกัน (เพิ่มเติม) Download
  •                ๔.๙  แบบพิมพ์หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สินและการบังคับคดีอายัดเงิน ในบัญชีธนาคาร (กรณีมีหลักประกันแต่ศาลยังไม่ได้แจ้งผลการบังคับคดีกับ หลักประกันและได้มีการอายัดเงินในบัญชีธนาคารแล้ว) Download
  •                ๔.๑๐  แบบพิมพ์หนังสือติดตามผลการบังคับคดี Download

ส่วนที่ ๕  ตัวอย่างความเห็น (อก.4) หนังสือที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการบังคับคดี คำร้องขออายัดเงินในบัญชีเงินฝาก และการแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สิน สำนวนบังคับคดีอาญากรณีบังคับโทษปรับ กรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล  การบังคับคดีแพ่ง และการบังคับคดีปกครอง

  •               ๕.๑  การบังคับโทษปรับ Download
  •               ๕.๒  การตั้งเรื่องบังคับคดี (กรณีบังคับโทษปรับ) Download
  •               ๕.๓  การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีไม่มีหลักประกัน) Download
  •               ๕.๔  การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีใช้ตำแหน่งประกัน) Download
  •               ๕.๕  การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีใช้หลักทรัพย์เป็นหลักประกัน) Download
  •               ๕.๖  การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล (กรณีใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพเป็นหลักประกัน) Download
  •               ๕.๗  การตั้งเรื่องบังคับคดี (กรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล) Download
  •               ๕.๘  การบังคับคดีแพ่ง Download
  •               ๕.๙  การบังคับคดีปกครอง Download
  •               ๕.๑๐  การแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สิน สำนวนบังคับคดีอาญา (กรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล การบังคับคดีแพ่ง และการบังคับคดีปกครอง) Download

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก.  ข้อหารือที่สำนักงานการบังคับคดีเคยตอบให้แก่สำนักงานอัยการภาค Download

ภาคผนวก ข.  กฎหมายและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี Download

๑. ประกาศเจตนารมณ์การปฏิบัติราชการตามกรอบการประเมินฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙  Download

๒. คู่มือการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของ อส.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ Download

๓. สูตรการคำนวณ และเงื่อนไขตัวชี้วัด Download

๔. แบบรายงานฐานข้อมูลลูกหนี้ฯ (แบบ บค.1) Download

๕. แบบฟอร์มรายงานตัวชี้วัด ๑.๓ ปี ๒๕๖๙ (รอบ ๖ เดือน)

๖. คำอธิบายการกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มรายงานตัวชี้วัด Download

ทั้งนี้ สำหรับการจัดทำรายงานในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ในรอบ ๖ เดือน และ ๑๒ เดือน คือ

๑. ข้อมูลการรายงานรอบ ๖ เดือน ประกอบด้วย

    : จำนวนเรืองที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ๑ ต.ค. ๒๕๖๘ ถึง ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๙

      (สำหรับในรอบ ๖ เดือน เป็นการขอข้อมูลเพื่อนำมาตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น

       โดยใช้ข้อมูล ตั้งแต่ ๑ ต.ค. ๒๕๖๘ ถึง ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๙ รวม ๖ เดือน

       ก่อนการรายงานในรอบ ๑๒ เดือน ซึ่งจะเป็นภาพรวมทั้งหมดของสำนักงาน

       อัยการสูงสุด ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ต่อไป)

๒. ข้อมูลการรายงานรอบ ๑๒ เดือน ประกอบด้วย

    : จำนวนเรื่องที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ๑ ต.ค. ๒๕๖๘ ถึง ๓๐ ก.ย. ๒๕๖๙

  • คดีแพ่ง หูสำนวนสีฟ้า Download Click
  • คดีอาญา (การบังคับโทษปรับตามคำพิพากษา) หูสำนวนสีชมพู Download Click
  • คดีอาญา (ผิดสัญญาประกันตัวชั้นศาล, ผิดสัญญาวางข้อกำหนด) หูสำนวนสีเหลือง Download Click
  • คดีปกครอง หูสำนวนสีเขียว Download Click
  • ตอบข้อหารือเกี่ยวกับการบังคับคดี หูสำนวนสีชมพูเข้ม Download Click
  • คดียาเสพติด หูสำนวนสีขาว Download Click
  • คดียาเสพติด (ดำเนินคดีทางศาล) Download Click

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด 
อาคารถนนบรมราชชนนี เลขที่ 73/1
ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 โทรสาร 0 2434 8335
E-mail : execute@ago.go.th

สำนักอำนวยการ
ฝ่ายงานธุรการ  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 402 – 403 โทรสาร 0 2434 8335
ฝ่ายงานนิติกร  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 721
เจ้าพนักงานคดี โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 721
E-mail : execute@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 1
ฝ่ายงานธุรการ  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 417 – 418 โทรสาร 0 2434 8336
ฝ่ายงานนิติกร  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 408, 411, 413, 416
เจ้าพนักงานคดี โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 405, 408, 413
E-mail : execute1@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 2
ฝ่ายงานธุรการ  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 421 – 422 โทรสาร 0 2434 8337
ฝ่ายงานนิติกร  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 406, 423, 425, 427, 428
เจ้าพนักงานคดี โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 406, 428
E-mail : execute2@ago.go.th

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 3
ฝ่ายงานธุรการ  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 435, 437 โทรสาร 0 2448 7312
ฝ่ายงานนิติกร  โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 433, 438
เจ้าพนักงานคดี โทรศัพท์ 0 2434 8323 – 7 ต่อ 436, 438
E-mail : execute3@ago.go.th