ประวัติความเป็นมา

อำนาจหน้าที่

ตราสัญลักษณ์

โลโก้สำนักงาน

รูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่น พระสุริยกานต์
และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์

        สำนักงานอัยการสูงสุด แต่เดิมเป็นกรมอัยการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย เครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดจึงเป็นรูปตราราชสีห์ ต่อมาพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 ได้บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการกำหนดเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดขึ้นใหม่สำหรับใช้เป็นเครื่องหมายราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นเครื่องหมายแสดงสังกัดใช้กับเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายอัยการ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการได้บัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับกับข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุด และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ได้บัญญัติให้เครื่องหมายแบบข้าราชการพลเรือน เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน และโดยที่กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือนได้บัญญัติให้การกำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัด สำหรับใช้กับเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนต้องออกเป็นกฎสำนักนายกรัฐมนตรี

        สำนักนายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 129) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่ม 109 ตอนที่ 40 หน้า 104-105 และออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 79 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่ม 109 ตอนที่ 51 หน้า 4-5 กำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักอัยการสูงสุด เป็นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานเหนือพระแว่น สุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์

        เครื่องหมายราชการ และเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักงานอัยการสูงสุดจึงเปลี่ยนจากรูปตราราชสีห์เป็นรูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่น พระสุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีความหมายถึงอำนาจหน้าที่ในการเป็นทนายแผ่นดิน การใช้กฎหมายด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และเด็ดขาด มีชัยชนะเหนืออธรรม

นโยบายอัยการสูงสุด

วิสัยทัศน์ (Vision)
พันธกิจ (Missions)

ค่านิยมร่วม “PUBLIC”

บุคลากร

ทำเนียบผู้บริหาร

ทำเนียบผู้บริหารสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

๑. นางทรงรัตน์  เย็นอุรา อธิบดีอัยการ 

    วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘   ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐

๒. นายอำนาจ  มุทิตาเจริญ อธิบดีอัยการ  

    วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐    ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒

๓. นายนภดล  บุญศร  อธิบดีอัยการ 

    วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒    ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓

๔. นายพัฒนชาติ ภักดีวงศ์  อธิบดีอัยการ

      วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔

๕. นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์  อธิบดีอัยการ

      วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕

๖. นางภาวนา ยิ่งวิริยะ  อธิบดีอัยการ

  วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖

๗. นางอุมา ทองรอด  อธิบดีอัยการ

  วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงปัจจุบัน

ลำดับที่เรื่อง
1ขับรถยนต์กระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับอยู่ ฟังได้ว่ามีเจตนาฆ่า
2ส่งมอบงวดงานแล้วลักลอบถอดอุปกรณ์ตัวดักกลิ่นไปใช้อาคารอื่น เป็นร่วมกันลักทรัพย์
3ขึ้นป้ายคลินิกเท็จ เป็นฉ้อโกงประชาชน
4ขับรถชนแล้วไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุทันที ไม่แจ้งชื่อและที่อยู่ฯ แก่ผู้เสียหาย เป็นความผิด
5เข้าไปดูแลสวนหย่อมที่มีผู้อื่นสร้างไว้ก่อนแล้ว ไม่ผิดบุกรุก
6ให้ข่าวโดยสุจริต ป้องกันส่วนได้เสียของตนและติชมด้วยความเป็นธรรม ไม่ผิดหมิ่นประมาท
7ขายทรัพย์ที่รับจำนำแล้วปิดกิจการหลบหนี เป็นยักยอก
8สมัครรับเลือกตังโดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร แม้ต่อมาจะมีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ให้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 เป็นอันสิ้นสุด ก็ยังมีความผิด
9ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล
10ผู้กระทำความผิดฐานมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์มิได้ผ่านการตรวจพิจารณา ต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
11ร่วมดำเนินการจัดส่งเอกสารปลอมไปให้ผู้กล่าวหาและเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากเอกสารปลอม แม้จะมีผู้อื่นลงชื่อปลอมแทนก็ฟังได้ว่ามีความผิด
12“ยิงมันให้หมดเลยและยิงแม่งเลย” เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด
13ลำพังเพียงคำซัดทอดของผู้ต้องหาด้วยกันไม่มีพยานหลักฐานอื่น ไม่พอฟ้องฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร
14ไม่มีเจตนาฆ่าแต่เป็นประมาทและทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว
15พยานพฤติเหตุแวดล้อมก่อน ขณะ และหลังเกิดเหตุ รับฟังได้ว่าผู้ต้องหาเป็นคนร้าย
16พูดข่มขู่และติดประกาศให้จ่ายค่าเสื้อวินรถจักรยานยนต์ “ไม่จ่ายเจ็บ” เป็นพยายามกรรโชกและข่มขืนใจผู้อื่น
17สำคัญผิดว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของเพื่อน จึงขาดเจตนาลักทรัพย์
18คนต่างด้าวทำงานอย่างเปิดเผย
19พาคนต่างด้าวเข้ามาเยี่ยมญาติที่ศูนย์อพยพจังหวัดตาก เป็นการนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร
20พฤติการณ์เป็นร่วมกันฉ้อโกงโดยแบ่งหน้าที่กันทำตามขั้นตอน
21หนังสือมอบอำนาจไม่ใช่เอกสารสิทธิ
22เมื่ออัยการสูงสุดเห็นว่าคำสั่งยุติการดำเนินคดีไม่ถูกต้อง อัยการสูงสุดก็เพิกถอนคำสั่งยุติการดำเนินคดีได้
หัวหน้าพรรครับรองผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอันเป็นเท็จ  ผิดฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นสมัครรับเลือกตั้งฯ โดยรู้อยู่ว่าไม่มีสิทธิสมัคร
23เป็นเยาวชนไม่ได้ประกอบอาชีพ น่าเชื่อว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างมิใช่ผู้ประกอบธุรกิจ
24พยานหลักฐานยังไม่พอฟ้องฐานบุกรุก แผ้วถางป่า
25ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ที่มีข้อความเท็จไม่ใช่เอกสารราชการปลอม
26พฤติการณ์เป็นผู้ใช้กระทำการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
27หุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจร้องทุกข์
28ลําพังคำซัดทอดของผู้ต้องหาที่ 1 ที่อ้างว่าผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมวิ่งราวทรัพย์ด้วย  ไม่มีพยานหลักฐานอื่น ไม่พอฟ้องผู้ต้องหาที่ 2
29พฤติการณ์ไม่พอฟังว่าเป็นตัวการ แต่เป็นการสนับสนุน
30นำสติกเกอร์ (ใบอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์) มาแสดงภายหลังตรวจพบการกระทำผิด 6 เดือนเศษ รับฟังไม่ได้
31บอกลูกน้องว่า “จัดการ” แล้วลูกน้องรุมทำร้ายผู้เสียหายเป็นใช้ให้ทำร้ายร่างกายผู้อื่น
32พยานหลักฐานฟังได้แล้วว่าผู้ต้องหาทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต การที่ผู้ต้องหาปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่และมีบุคคลซึ่งมีตำแหน่งเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา
เป็นพยานสนับสนุน ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้าง
33ฟ้องคดีไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ต้องหาเชื่อว่าถูกผู้กล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต
ไม่ผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ
34เจ้าพนักงานถามชื่อ ที่อยู่ของผู้ต้องหาเพื่อบันทึกการจับกุม แต่ไม่ยอมบอก ผิดฐานไม่ยอมบอกชื่อหรือที่อยู่
35ยินยอมให้ที่ดินเฉพาะส่วนเป็นทางสาธารณะสำหรับราษฎรสัญจรไปมานานถึง 50 ปี ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว
36ผู้เสียหายยืนยันข้อเท็จจริงใหม่พร้อมแสดงหลักฐานประกอบว่าแท้จริงเป็นการเข้าใจผิด พยานหลักฐานที่ปรากฏจึงไม่พอฟ้อง
37เจตนาเพียงสร้างผลงาน
38เผาทำลายหลักฐานการเงิน
ลำดับที่เรื่อง
1สุมไฟเผาต้นยางเป็นการทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่ไม้ยาง
2ตั้งชมรมในลักษณะฌาปนกิจสงเคราะห์ ฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาฉ้อโกงประชาชน
3ไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจในการขอตรวจ แม้ผู้ต้องหาไม่มีใบอนุญาตมาแสดงก็ไม่ผิด
4ชักอาวุธปืนจ้องเล็งแล้วเก็บ เป็นข่มขืนใจ
5ขับรถความเร็วเกินกว่าที่กฎกระทรวงกำหนด ไม่ระมัดระวังควบคุมความเร็วให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เป็นประมาท
6ใช้ชื่อและเอกสารหลักฐานของบุคคลอื่นยื่นแสดงต่อธนาคาร เป็นเหตุให้ธนาคารออกบัตรเครดิตและบัตรถอนเงินสดให้ ผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
7ถีบรั้วจนหักเป็นช่องแล้วเข้าไปในช่องทางนั้นเพื่อลักทรัพย์ ผิดฐานลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น
8ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 มอบอำนาจให้ นาย ค. เป็นตัวแทนในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของบริษัท นาย ค. มอบอำนาจให้บุคคลอื่นต่ออีก เมื่อบริษัทผู้ต้องหาที่ 1 ฟ้องคดีแพ่ง
และนำสืบหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จโดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 2 มีส่วนร่วมหรือมีส่วนรู้เห็นยินยอมกับผู้ต้องหาที่ 1 จึงยังไม่พอฟ้องผู้ต้องหาที่ 2
9ยึดถือเงินสดแทนผู้เสียหายเพียงชั่วระยะเวลาทำงานในหน้าที่ไม่ถือว่าได้รับมอบการครอบครอง เมื่อเอาเงินไปผิดลักทรัพย์
10รับรถยนต์จากผู้ประมูลได้ไปขายต่อ ไม่ผิดฐานยักยอก
11ส่งโทรสารถึงผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ดำเนินการกับผู้เสียหายให้หยุดยั้งกระทำการคุกคามผู้ต้องหา เป็นการแสดงความคิดเห็นป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่เป็นหมิ่นประมาท
12ให้สัมภาษณ์และยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มีข้อความพาดพิงถึงผู้เสียหายซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดิน ส่อไปในทางไม่สุจริตและไม่โปร่งใส ไม่เป็นหมิ่นประมาท
13แบบพิมพ์ใบเสร็จรับเงินไม่มีข้อความที่ปรากฏความหมายอย่างใดในแบบพิมพ์ ไม่เป็นเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (7)
14ขายคอมพิวเตอร์พร้อมแถมโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ ถือเป็นการกระทำเพื่อการค้าหากำไรโดยการขายซึ่งโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์
15หลอกให้โอนเงินเพื่อขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกัน เป็นฉ้อโกง
16รับซื้อซิมการ์ดจำนวนมากในราคาที่ต่ำกว่าปกติ ฟังได้ว่ารับของโจร
17ได้รับมอบหมายจากตัวแทนบริษัทประกันภัยให้ไปเก็บเบี้ยประกันภัยแทนแล้วยักยอกไป บริษัทประกันภัยไม่ใช่ผู้เสียหาย
18หลอกว่ายังไม่มีภรรยา พาหญิงเข้าโรงแรมด้วยความเต็มใจ ไม่ผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร
19กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทต้องรับผิด
20เช่าซื้อรถยนต์แล้วนำไปขายต่อ เป็นฉ้อโกง
21นำบัตรประชาชนปลอมเป็นชื่อคนอื่นไปกู้เงิน
22นำยาแก้ไอเข้ามาในเรือนจำเป็นความผิด
23พบบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นผู้เช่าบ้านที่เกิดเหตุ น่าเชื่อว่าร่วมกระทำผิด
24เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารว่าจ้างช่างให้รับเหมาทำการก่อสร้างอาคาร ถือว่าเป็นผู้ดำเนินการแล้ว
25วันปิดเรียนครูก็มีหน้าที่ดูแลลูกศิษย์
26จุดไฟวางเพลิงเผาโรงเรือนจนเกิดรอยไหม้ขึ้นเป็นความผิดสำเร็จแล้ว
27ออกเช็คเช่า (ซื้อ) พระ เช็คเด้ง ยังไม่พอฟังว่าฉ้อโกง
28รับจ้างแปรรูปไม้เป็นการสนับสนุนการกระทำความผิด
29ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์มีน้ำหนักรับฟังกว่าความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบตรวจพิสูจน์
30รับสารภาพก็ไม่มีความผิด
31ออกอุบายขอตรวจค้นยาเสพติดแล้วทำอนาจาร ผิดแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานด้วย
32ประชาชนเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบริหารราชการแผ่นดิน ย่อมติชมวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของนายกรัฐมนตรีได้
33ถอนเงินโดยไม่รู้ว่าเป็นลายมือชื่อปลอม ไม่ผิดปลอมเอกสารสิทธิหรือใช้เอกสารสิทธิปลอม
34พยานบุคคลยืนยันประกอบเอกสารรับฟังได้
35ขอรับเงินค่าซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าแล้วหนีไป เป็นฉ้อโกง
36แม้ฟังไม่ได้ว่าเป็นฝ่ายประมาท แต่มีความผิดไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ
37พบอุปกรณ์งัดแงะเป็นการเตรียมการมาก่อนมิใช่อาการป่วยทางจิต
38นำเงินกลับบ้านโดยไม่นำเงินเข้าบัญชีลูกค้าตามระเบียบ ผิดลักทรัพย์
39ทราบคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้วยังเข้าไป เป็นความผิดบุกรุก
40เพียงลงชื่อเป็นผู้รับเอกสาร ต่อมาพบซองเอกสารดังกล่าวอยู่ในถุงขยะ ยังรับฟังไม่ได้ว่า เป็นผู้กระทำผิด
41จดทะเบียนสมรสกันโดยไม่ได้อยู่กินกันจริง แต่ไปให้การต่อเจ้าพนักงานว่าร่วมอยู่กินกันจริง ผิดฐานแจ้งข้อความเท็จ
42แบ่งหน้าที่กันทำ และหลอกลวงผู้เสียหายคนละคราว ต่างวาระกัน ไม่เป็นฉ้อโกงประชาชน
43จ้างผู้อื่นก่อสร้างอาคารโดยไม่ทราบคำสั่งให้แก้ไขการก่อสร้างและให้ระงับการก่อสร้าง ไม่เป็นความผิด
44ขนย้ายทรัพย์สินไปทันทีหลังจากได้รับทราบหนังสือทวงหนี้ ผิดโกงเจ้าหนี้
45เอาเงินที่ได้จากการจำหน่ายหวยบนดินไป ผิดยักยอก
46เป็นเจ้าพนักงานตำรวจแม้ออกเวรแล้ว แต่ได้พาผู้ต้องหาไปคุย และปล่อยให้หลบหนี เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำให้ผู้ถูกจับหลุดพ้นจากการคุมขัง
47อ้างว่าป้องกันแต่ขัดกับหลักฐานในที่เกิดเหตุรับฟังไม่ได้
48ตรวจเบื้องต้นพบสารมอร์ฟีน และรับสารภาพ แม้ภายหลังตรวจไม่พบก็ไม่พ้นผิด
49คำรับชั้นจับกุมโดยไม่มีหลักฐานอื่นประกอบรับฟังไม่ได้
50หลอกลวงเอาเงินโดยอ้างว่าขยายกิจการเพิ่มทุน ผิดฉ้อโกง
51เอาเอกสารที่อยู่ในการดูแลรักษาของตนตามอำนาจหน้าที่ไปจัดทำและตรวจสอบความถูกต้อง ไม่ผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสาร
52เลิกสัญญาแล้วเอาวัสดุที่เหลือในที่เกิดเหตุใช้ก่อสร้างต่อ ไม่เป็นยักยอก
53โฆษณาหลอกลวงให้ร่วมลงทุน เป็นฉ้อโกงประชาชน
54แลกธนบัตรต่างประเทศมีทั้งของจริงและของปลอมและได้นำมาใช้ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอม ไม่เป็นความผิด
55รับจ้างไปฆ่าผู้เสียหายและเดินไปที่บ้านผู้เสียหายพร้อมอาวุธปืนถึง ๔ ครั้ง แม้จะยังไม่ได้ลงมือฆ่าเพราะพบว่ามีตำรวจเฝ้าบ้านผู้เสียหาย ก็เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าแล้ว
56ประทับตราบริษัทที่ยังไม่จดทะเบียน แต่ต่อมามีการจดทะเบียน ไม่ผิดปลอมเอกสาร
57เลิกกิจการแล้ว แต่มีผู้เปิดสถานบริการใหม่โดยนำใบอนุญาตเดิมมาแสดง
ผู้ประกอบสถานบริการเดิมไม่ต้องร่วมรับผิด
58กระทำผิดในขณะมีจิตบกพร่อง ไม่ต้องรับโทษ
59แม้เป็นเจ้าของร่วมก็ผิดบุกรุกได้
60มอบรถจักรยานยนต์ให้นายจ้างยึดเป็นประกัน ไม่เป็นยักยอก
ลำดับที่เรื่อง
1มีและจำหน่ายแผ่นดีวีดีและวีซีดีลามกโดยไม่ผ่านการตรวจ และไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
2พิมพ์ข้อความหมิ่นประมาทหลายครั้งต่อเนื่องกันเป็นกรรมเดียว
3“เอามันเลย” เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด
4แม้กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดโดยไม่ต้องคำนึงว่ามีเจตนาหรือไม่ แต่ผู้กระทำก็ต้องประสงค์ต่อผล และมีเจตนาอันเป็นองค์ประกอบความผิดอยู่ด้วย
5การกระทำที่ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำ
6นำเช็คไปเรียกเก็บเงินก่อนถึงวันถึงกำหนดชำระหนี้ตามสัญญากู้
7แสดงความคิดเห็นหรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาลเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
8ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายฯ ไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรเพราะกลัวถูกทำร้าย เป็นความผิด
9พฤติการณ์ร่วมกันทำร้ายโดยมีเจตนาฆ่า
10พฤติการณ์อยู่ในวิสัยที่จะกระทำชำเราได้เป็นพยายามข่มขืน
11ลงโทษตามบทเฉพาะ
12ความเห็นแย้งของผู้ว่าราชการจังหวัด และอำนาจ อสส. ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
13แม้ไม่ผิดฉ้อโกง แต่ฟังว่าผิดลักทรัพย์ของนายจ้าง ก็สั่งฟ้องได้
14จำหน่ายบัตรสมาร์ทการ์ดซึ่งมีข้อมูลตรงกับบัตรของผู้เสียหาย เป็นการจำหน่ายซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม
15พนักงานเทศกิจเป็นเพียงลูกจ้างประจำ เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้เป็นเจ้าพนักงาน จึงไม่เป็นเจ้าพนักงาน
16ร้านอาหารที่มีการติดต่อค้าประเวณีถือเป็นสถานการค้าประเวณี
17ต่างกรรม
18สมัครใจวิวาทอ้างป้องกันไม่ได้
19ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
20อาวุธที่ใช้และแทงตำแหน่งของอวัยวะสำคัญแสดงเจตนาฆ่า
21ขัดขืนไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์
22พฤติการณ์ไม่เป็นยักยอก เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง
23ลงชื่อในสัญญากู้ไปตามความจริง ไม่ผิดปลอมเอกสารสิทธิ
24ยินยอมให้เด็กเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในร้านเกินเวลา ถือเป็นการดำเนินธุรกิจในลักษณะมุ่งหาประโยชน์ให้ตนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบสวัสดิภาพของเด็
25การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษชั่วคราว เป็นเพียงการผ่อนปรนยังไม่ดำเนินคดี
26ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นการเข้าออกยังไม่เพียงพอพิสูจน์ความผิด
27ผลโดยตรงจากการกระทำผิด
28ไม่รักษาผู้ป่วยตามที่ร้องขอและไม่รักษามาตรฐานในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ยังฟังไม่ได้ว่าประมาท
29ยินยอมให้พนักงานในร้านใช้สถานที่ของร้านในการค้าประเวณีกับลูกค้าตามความสมัครใจ เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี แต่ไม่ได้ข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หลอกลวงหรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์
30ใช้สิทธิยึดหน่วงทรัพย์ ไม่เป็นยักยอก
31เครื่องกระสุนปืนของกลางไม่เกินขนาดอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ และไม่ปรากฏหลักฐานว่าเข้าข้อยกเว้นที่ทำให้นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ จึงไม่เป็นความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง
32ให้คำรับรองด้วยข้อความอันเป็นเท็จมาแต่ต้น เป็นฉ้อโกง
33เด็กเล่นพ่อแม่ลูกโดยไม่มีความมุ่งหมายทางเพศไม่ผิดกระทำชำเราเด็กหญิง
34ความเห็นแย้งในฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนมิได้มีความเห็นไว้ ไม่ถือเป็นความเห็นแย้ง
35ผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
36พยานหลักฐานรับฟังได้ว่าร่วมกันวิ่งราวทรัพย์แล้ว ไม่เป็นความผิดฐานรับของโจรอีก
37มีความเห็นแย้งแล้ว ไม่มีเหตุที่จะกลับความเห็นเดิมเป็นเห็นชอบกับคำสั่งไม่ฟ้อง
38นิติบุคคลลักกระแสไฟฟ้าใช้ในกิจการ ผู้แทนของนิติบุคคลต้องร่วมรับผิดด้วย
39ได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าจะอ้างว่าไม่รู้เห็นในการลักกระแสไฟฟ้าไม่ได้
40ผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเห็นควรสั่งฟ้องพวกของผู้ต้องหาด้วย มิใช่ความเห็นแย้งที่อัยการสูงสุดจะต้องชี้ขาด
41การข่มขืนใจ ต้องเป็นการบังคับให้กระทำหรือไม่ให้กระทำการใด ๆ
42สั่งจ่ายเช็คขณะพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจ ถือเป็นการกระทำส่วนตัว บริษัทไม่ต้องร่วมรับผิด
43นิติบุคคลอาคารชุด มีหน้าที่ต้องดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางให้อยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างดี
44ไม่ได้ร่วมในการแจ้งเกิดอันเป็นเท็จ แต่ใช้เป็นหลักฐานในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชนหรือแจ้งย้าย ผู้กระทำไม่มีความผิด
45ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงความเห็นตามหลักวิชาการ
46เป็นเพียงลูกจ้าง ไม่ผิดฐานให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ฯ
47จอดรถบนถนนในที่มืดโดยไม่เปิดไฟหรือให้สัญญาณใด ๆ เป็นประมาท
48ทำให้ทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินเสียหาย ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
49ครอบครองทรัพย์สินก่อนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือ แล้วนำไปขายเป็นยักยอก
50ไม่ห้ามปรามหรือขัดขวาง เป็นสนับสนุน
51พยานแวดล้อมประกอบคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของผู้ต้องหาอื่นรับฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด
52คำให้การของผู้ต้องหาในคดีอื่น รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
53พาคนต่างด้าวออกนอกพื้นที่ผ่อนปรน มีความผิด
54แม้มีเพียงคำซัดทอด ก็อาจรับฟังเพื่อพิสูจน์ความผิดได้
55เข้าไปใช้กำลังทำร้ายภายในบริเวณบ้าน ผิดบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย
56ล้ำเข้าไปตักดินในที่ดินของผู้อื่น เป็นลักทรัพย์และบุกรุก
57ร้องทุกข์เกินกำหนดสามเดือนคดีขาดอายุความ
58เก็บทรัพย์ที่ผู้เสียหายทำตกไปเป็นลักทรัพย์
59พนักงานธนาคาร มีหน้าที่รับฝาก-ถอนเงินของธนาคาร เป็นผู้มีอาชีพอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ต้องรับโทษหนักขึ้น
60แม้ภาพยนตร์ออกฉายทางโทรทัศน์แล้วถ้าจะออกจำหน่ายต้องผ่านการตรวจพิจารณาอีก
61พฤติการณ์เป็นการมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย
62คำซัดทอดที่ไม่มีเหตุจูงใจให้ตนเองพ้นผิด รับฟังได้
63พยานหลักฐานฟังได้ว่ากระทำความผิด
64พาไปกระทำชำเราต่อ ผิดฐานพรากผู้เยาว์ฯ เพื่อการอนาจาร
65ยืนคุมเชิงมิให้พวกผู้เสียหายเข้าไปช่วยเหลือถือเป็นตัวการ
66มิได้นำเงินจากการขายที่ดินมาชำระหนี้ ผิดโกงเจ้าหนี้
67ขอยืมเงินและไม่ยอมคืนเงิน ยังไม่ผิดฉ้อโกง
68รับทรัพย์ไว้โดยผิดปกติวิสัย พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นรับของโจร

ลำดับที่เรื่อง
1นิติกรรมการกู้ยืมเงินที่ลูกหนี้มอบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตร ATM) ให้เจ้าหนี้ไว้ เพื่อนำออกใช้และใช้เบิกถอนเงินสดชำระหนี้กู้ยืมนั้น จะถือว่าเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5, 269/6, 269/7 หรือไม่
2การพิจารณาสั่งสำนวนกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14
3การใช้หลัก “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” เพื่อพิจารณาว่าผู้กระทำความผิดมีเจตนาฆ่า หรือเจตนาทำร้ายหรือไม่
4พนักงานสอบสวนที่พบการกระทำผิดก่อนอยู่ในเขตอำนาจ จึงเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนคดีนี้
5กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตนหรือสามีของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่ผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด
6ชี้ขาดพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 21 วรรคสอง
7ผู้กระทำเข้าใจโดยสุจริตว่าได้แจ้งให้ผู้ครอบครองที่ดินตัดกิ่งไม้ที่ล้ำเข้ามาในที่ดินทราบแล้ว แต่ผู้ครอบครองที่ดินไม่ดำเนินการภายในเวลาอันสมควร หากผู้กระทำใช้สิทธิตัดกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำเข้ามาในที่ดินเอง จะเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่
8ความผิดฐานเป็นผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่น่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 นั้น เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติขึ้นเพื่อให้เจ้าของผู้ควบคุมดูแลสัตว์ดุหรือสัตว์ร้ายใช้ความระมัดระวังรอบคอบ ไม่ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อบุคคลทั่วไป
9มิได้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามวิธีการและความมุ่งหมายที่รัฐกำหนด เป็นความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบหรือไม่
10กรณีอัยการสูงสุดอนุญาตให้ฟ้องผู้ต้องหา มิใช่คำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุด
11ชี้ขาดพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 21 วรรคสอง
12การพิจารณาพยานหลักฐาน กรณีไม่ได้ส่งเลือดของผู้ต้องหาไปทำการตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดประเภทสารระเหย
13เมื่อได้ลักทรัพย์ไปเก็บไว้แล้ว การกระทำความผิดสำเร็จขาดตอน ต่อมาภายหลังโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างมาเอาทรัพย์ที่ลักไป ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด
หรือการพาทรัพย์นั้นไป เมื่อฟังว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว กรณีจึงไม่เป็นความผิดฐานรับของโจรในทรัพย์ที่ลักมานั้นอีก
14การรับฟังพยานบอกเล่าในการพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหา กรณีบันทึกถ้อยคำของผู้ต้องหาในชั้นจับกุมเป็นเพียงพยานบอกเล่า
15ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการจัดทำงานแพร่เสียงแพร่ภาพเพื่อการค้า นั้น ผู้กระทำต้องเป็นผู้นำงานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมีลิขสิทธิ์ที่รับสัญญาณมาส่งเผยแพร่ต่อสาธารณชนไปในทันที
โดยไม่มีการบันทึกรายการไว้ก่อนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน แต่เมื่อมิได้เรียกเก็บเงินจากการนำงานแพร่เสียงแพร่ภาพ
จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการจัดให้ประชาชนฟังและชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดทางการค้า
16การที่ผู้ต้องหาปีนข้ามรั้วสังกะสีแล้วเข้าไปภายในบริเวณบ้าน แล้วใช้แขนสอดด้านข้างประตูมีช่องว่างอยู่แล้วเอื้อมมือมาปลดกลอนประตูจนประตูเปิดออกแล้วเข้ามาภายในบ้านผู้เสียหาย
แล้วลักเอาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไป เป็นการลักทรัพย์โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ แต่ไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการลักทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า
17นำเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไปยังจุดนัดหมายเพื่อส่งมอบให้แก่สายลับที่ล่อซื้อ พ้นขั้นตอนตระเตรียมการ ไปสู่การลงมือกระทำความผิดแล้ว
18ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นต่างท้องที่กัน แต่เป็นทรัพย์สิ่งเดียวกัน โดยถูกฉ้อโกงจากท้องที่หนึ่งแล้วนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้รับของโจรอีกท้องที่หนึ่ง โดยมีผู้กระทำความผิดหลายคน ทั้งที่เป็นตัวการ
ในการฉ้อโกง ผู้สมรู้และผู้รับของโจรอันเป็นกรณีความผิดหลายฐานต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (3) ถ้าจับผู้ต้องหายังไม่ได้ พนักงานสอบสวนที่พบการกระทำความผิดก่อนย่อมเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรคท้าย (ข) ต่อมาจับผู้ต้องหาที่กระทำความผิดฐานรับของโจรได้ ก็หาทำให้พนักงานสอบสวนที่พบการกระทำผิดก่อนพ้นจากการเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบไปไม่ และแม้ภายหลังจับกุมผู้ต้องหาได้ ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่กระทำผิดฐานฉ้อโกง ก็มีผลเพียงทำให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงระงับไปเท่านั้น หาได้ทำให้ความผิดฐานฉ้อโกง และความผิดฐานรับของโจรในคดีนี้มิใช่ความผิดต่อเนื่องไม่
19ความรับผิดของผู้กระทำความผิดทางอาญา กรณีมีเหตุอื่นร่วมในการก่อให้เกิดผลจากการกระทำความผิด
20ความผิดฐานลักทรัพย์ต้องการกระทำต่อทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของผู้อื่นและต้องเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปเป็นของตนในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ มิใช่เอาไปเพียงชั่วคราว หรือเป็นการเอาไปโดยถือวิสาสะ
21โทษปรับเป็นโทษสถานหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 ซึ่งการขอเพิ่มโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อจะให้มีการเพิ่มโทษแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดอีกทั้งโทษจำคุกและโทษปรับด้วย ดังนั้น เมื่อศาลจะพิพากษาลงโทษในคดีนี้ให้จำคุกจำเลยก็จะต้องให้เพิ่มโทษ ที่จะลงแก่ผู้นั้นหนึ่งในสามของโทษที่จำเลยได้รับ ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับด้วย
22การจัดการมรดกไม่มีกฎหมายบัญญัติว่า ผู้จัดการมรดกต้องได้รับความยินยอมจากทายาท แต่บัญญัติให้ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะกระทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก
23การพาอาวุธปืนติดตัวที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 นั้น จะต้องอยู่ในลักษณะที่ผู้ต้องหาอยู่ในวิสัยที่สามารถใช้อาวุธปืนได้ทันที หากต้องการจะใช้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมการเพื่อการใช้ใด ๆ อีก
24โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม
25ร่วมกันก่อสร้างอาคารเพื่อการพาณิชย์ให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณฯ
26ลูกจ้างเข้าไปเอาของตัวเองในบ้านนายจ้างหลังเลิกจ้าง ถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรในการเข้าไป 
27กรณีการกระทำอันใดเป็นกรรมเดียวเป็นทั้งความผิดทางพินัยและความผิดอาญา
ลำดับที่เรื่อง
1แม้ผู้ต้องหาเป็นบุตรและพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับมารดา แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปในห้องที่มารดาปิดล็อกหวงกันไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต การที่ผู้ต้องหาเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักทรัพย์ภายในห้องดังกล่าว จึงเป็นการลักทรัพย์ในเคหสถาน
2ผู้ต้องหาเป็นครูมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์ในระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษา ถือได้ว่าผู้เสียหายเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล
3บ้านที่เกิดเหตุเปิดเป็นร้านค้าขายของเบ็ดเตล็ด ขณะเกิดเหตุร้านค้ายังเปิดให้บริการอยู่บุคคลทั่วไปรวมทั้งผู้ต้องหามีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้แม้บริเวณเคาน์เตอร์สำหรับชำระค่าสินค้าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่ไม่อนุญาตให้ลูกค้าเข้าไปก็ตามการกระทำของผู้ต้องหาจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน
4แม้ขณะเกิดเหตุ ผู้กล่าวหาไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ต่างจังหวัดและบ้านที่เกิดเหตุปิดล็อกกุญแจไว้ไม่มีผู้ใดพักอาศัย แต่โดยสภาพแล้วบ้านดังกล่าวเป็นที่ซึ่งใช้อยู่อาศัย จึงเป็นเคหสถาน

ผู้ตรวจการอัยการตรวจราชการ ครั้งที่ 1/2569 สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล และแสดงความอาลัย ในวาระครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสวรรคตฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุดร่วมบริจาคสิ่งของและอาหาร

เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

การประชุมคณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ครั้งที่ 1/2568

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. คณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการประชุมหารือแนวทางการคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุดที่เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ เพื่อลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

อชข. เข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด จัดพิธีรดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์ 2568)

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากร สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรท่านอธิบดีอัยการ และท่านรองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์ 2568)

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.00 น. สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

นายอนุชา วัฒนวิภา อธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด และคณะ

เข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ เนื่องในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด คนที่ 19

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันอังคาร ที่ 23 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น. สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จากวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร จำนวน 73 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 08.00 น. สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติราชการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. นายโชคชัย สินศุภรัตน์ ผู้ตรวจการอัยการ ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติราชการของสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด
ณ ห้องประชุม 901 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สรุปผลการดำเนินงานของคณะทำงานจัดทำหนังสือ “รวมคำชี้ขาดความเห็นแย้ง ปี 2563-2566”

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม 2567 เวลา 08.00 น. สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 131 รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2567 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

การประชุมคณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ครั้งที่ 5/2566

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

วันที่ 20 กันยายน 2566 คณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการประชุม โดยท่าน อชข. เป็นประธานในการประชุม
ที่ประชุมได้รายงานสรุปเกี่ยวกับการรวบรวมคำชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด เพื่อจัดพิมพ์ในรูปแบบรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศต่อไป

การประชุมคณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ครั้งที่ 4/2566

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 คณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการประชุม โดยท่าน อชข. เป็นประธานในการประชุม
ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการรวบรวมคำชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด เพื่อจัดทำในรูปแบบรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศต่อไป

การประชุมคณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ครั้งที่ 3/2566

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 คณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการประชุม โดยท่าน อชข. เป็นประธานในการประชุม
ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการรวบรวมคำชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุด เพื่อจัดทำในรูปแบบรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศต่อไป

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุดเข้าร่วมกิจกรรม “ออมบุญวันเข้าพรรษา”

ในวันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2566 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

การประชุมคณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ครั้งที่ 2/2566
สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 คณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการประชุม โดยท่าน อชข. เป็นประธานในการประชุม
ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์ของ สชข. และเสนอที่ประชุมรวบรวมคำชี้ขาดความเห็นแย้งจัดทำในรูปแบบรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศต่อไป

ผู้ตรวจการอัยการตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติราชการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

วันที่ 19 เมษายน 2566 เวลา 09.30 น. นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่ง ผู้ตรวจการอัยการ ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติราชการของสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด
ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด จัดพิธีรดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย พ.ศ. 2566

การประชุมคณะทำงานคัดย่อข้อพิจารณาและคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุด ครั้งที่ 1/2566

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

การประชุมการขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

พิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายสัตย์ปฏิญาณ และลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565

กิจกรรมออมบุญวันเข้าพรรษา
จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์
และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด
อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร. 0 2142 1515 โทรสาร 0 2143 9186
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  dlag@ago.go.th

สำนักอำนวยการ 0 2142 1515 โทรสาร 0 2143 9186 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ dlag@ago.go.th
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด 10 2142 1517, 0 2142 3128 โทรสาร 0 2143 9187 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ dlag1@ago.go.th
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด 20 2142 3185 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ dlag2@ago.go.th
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด 30 2142 1521 โทรสาร 0 2143 9189 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ dlag3@ago.go.th
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด 40 2142 1523, 0 2142 3127 โทรสาร 0 2143 9196 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ dlag4@ago.go.th