วันอังคารที่ 14 มกราคม 2569
การประชุมการขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์
เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)

เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 13.30 – 16.30 น. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรในสำนักงาน ได้ร่วมประชุมการขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังค่านิยมในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลไม่รับของขวัญหรือของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเสริมสร้างค่านิยมประหยัดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานประกาศเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) และขับเคลื่อนประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่เข้มแข็งในการต่อต้านการทุจริต ทุกรูปแบบ และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่


วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568
เข้าร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ สำนักงานอัยการสูงสุด (อาคารหลักเมือง) ชั้น 1

นายกรอังกูร ทองนอก อัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 2 พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 2 เข้าร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สำนักงานอัยการสูงสุด (อาคารหลักเมือง) ชั้น 1 เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11)
เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษา ประจำปี พ.ศ. 2568
ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

Dashboard สถิติงานคุ้มครองสิทธิ (Earth Tone Edition)
เอกสารเผยแพร่

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นในการขอตั้งผู้จัดการมรดก 

  1. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ร้อง
  2. สูติบัตร (กรณีผู้จะขอเป็นบุตร)
  3. บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านของเจ้ามรดกที่จำหน่ายตาย และมรณบัตรของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
  4. ใบสำคัญการสมรส หรือข้อมูลทะเบียนครอบครัว (การสมรส) ของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
    • หากไม่มีเอกสารสามารถขอคัดได้ที่สำนักงานเขต
  5. ข้อมูลทะเบียนครอบครัว (การหย่า,การรับรองบุตร,การรับบุตรบุญธรรม) ของเจ้ามรดก (ผู้ตาย)
    • หากไม่มีเอกสารสามารถขอคัดได้ที่สำนักงานเขต
  6. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านบิดามารดาเจ้ามรดก
    • กรณีบิดามารดาเจ้ามรดกเสียชีวิตแล้ว ใช้มรณบัตร หรือหนังสือรับรองการตาย หรือบันทึกให้ถ้อยคำยืนยันการตายจากสำนักงานเขต
  7. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของทายาท
  8. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี (ถ้ามี)
  9. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก
    • กรณีเป็นสมุดบัญชีเงินฝาก ใช้หน้าที่มีชื่อเข้าของบัญชี และยอดเงินล่าสุดที่มีการปรับสมุดแล้ว
    • กรณีโฉนดที่ดิน ใช้สำเนาขนาด A4 เท่านั้น (***กรณีที่มีทรัพย์สินเป็นโฉนดที่ดินเพียงอย่างเดียวไม่จำต้องทำเรื่องจัดการมรดก ให้ทายาทไปพร้อมกันที่สำนักงานที่ดินได้เลย***)
    • กรณีรถยนต์ที่ติดสัญญาเช่าซื้อ ใช้สัญญาเช่าซื้อ และคู่มือรายการจดทะเบียนรถยนต์
  10. กรณีมีพินัยกรรม ให้แนบพินัยกรรมและเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมด้วย
  11. กรณีมีการรับมรดกแทนที่ผู้ตาย
    • ให้คัดข้อมูลทะเบียนครอบครัวของทายาทที่ตายก่อนเจ้ามรดก ตามข้อ 4 และ 5
    • ถ้าทายาทผู้นั้นมีผู้สืบสันดาน ให้เตรียมเอกสารตามข้อ 8
  12. บัญชีเครือญาติของทายาท – ทางสำนักงานอัยการจะดำเนินการให้
  13. หนังสือให้ความยินยอมของทายาท – ทางสำนักงานอัยการจะดำเนินการให้
    • เว้นเเต่ในกรณีที่ทายาทไม่อาจมาให้ความยินยอมที่สำนักงานอัยการได้ หนังสือให้ความยินยอม จะต้องมีข้าราชการเซ็นรับรองการลงลายมือชื่อ พร้อมกับแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 3 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  200  บาท 
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

อกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอให้ศาลสั่งเป็นคนไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถ

  1. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง
  2. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ป่วย (ผู้จะขอให้ศาลสั่งเป็นคนไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถ) และบัตรคนพิการ (ถ้ามี)
  3. กรณีผู้ป่วยสมรส/หย่า ใช้ทะเบียนสมรส/ทะเบียนการหย่าของผู้ป่วย
  4. กรณีผู้ป่วยเป็นโสด ให้คัดข้อมูลทะเบียนครอบครัวของผู้ป่วย (การสมรส,การหย่า,การรับรองบุตร,การรับบุตรบุญธรรม) ได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง
  5. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน หรือมรณบัตร หรือทร.14/1 หรือหนังสือรับรองการตาย หรือบันทึกให้ถ้อยคำยืนยันการตายจากสำนักงานเขต ของบิดามารดาผู้ป่วย
  6. ใบรับรองแพทย์ตัวจริง พร้อมสำเนา
    • ใบรับรองแพทย์ ต้องระบุชัดเจนว่าเป็นโรคอะไร ขณะนี้มีสภาพเป็นอย่างไร การสื่อสารเป็นอย่างไร สามารถโต้ตอบได้หรือไม่ สติสัมปชัญญะของผู้ป่วยเป็นอย่างไร โดยละเอียด
  7. รูปถ่ายผู้ป่วย (ปัจจุบัน) ในอิริยาบทต่างๆประมาณ ๔ รูป *ขอเป็นภาพสีทั้งหมด* เช่น  ขณะป้อนอาหาร, เช็ดตัว, เปลี่ยนเสื้อผ้า,ทำแผล
  8. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของทายาท
  9. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี (ถ้ามี)
  10. บัญชีเครือญาติของทายาท – ทางสำนักงานอัยการจะดำเนินการให้
  11. หนังสือให้ความยินยอมของทายาท – ทางสำนักงานอัยการจะดำเนินการให้
    • เว้นเเต่ในกรณีที่ทายาทไม่อาจมาให้ความยินยอมที่สำนักงานอัยการได้ หนังสือให้ความยินยอม จะต้องมีข้าราชการเซ็นรับรองการลงลายมือชื่อ พร้อมกับแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 3 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  200  บาท 
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

 

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอตั้งผู้ปกครอง/ถอน

  1. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชน ผู้จะเป็นผู้ปกครอง
  2. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนผู้เยาว์
  3. สูติบัตรผู้เยาว์
  4. ทะเบียนสมรสของบิดามารดาผู้เยาว์  (ถ้ามี) หากไม่มีให้คัดข้อมูลทะเบียนครอบครัว (การสมรส,การหย่า,การรับรองบุตร) ได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง
  5. ใบมรณบัตรของบิดามารดาผู้เยาว์  (กรณีบิดาหรือมารดาเสียชีวิต)
  6. หลักฐานใบแจ้งความ (กรณีผู้เยาว์ถูกทอดทิ้ง ,ผู้ร้องกับผู้เยาว์ไม่ผูกพันทางสายโลหิต)
  7. สำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดาผู้เยาว์ที่ระบุไว้ในสูติบัตร  (ถ้ามี) 
  8. คัดที่อยู่บิดามารดา(ทร.๑๔/๑) ผู้เยาว์จากเขต (กรณีไม่สามารถติดต่อบิดามารดาของผู้เยาว์ได้)
  9. ใบทะเบียนสมรสผู้ร้อง  (ถ้ามี) หรือกรณีเป็นโสดให้คัดข้อมูลทะเบียนครอบครัว (การสมรส,การหย่า,การรับรองบุตร,การรับบุตรบุญธรรม) ได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง
  10. หนังสือให้ความยินยอมพร้อมทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน ของทายาทผู้เกี่ยวข้อง (แล้วแต่กรณี)
  11. หนังสือให้ความยินยอมของผู้เยาว์ (กรณีที่ผู้เยาว์สามารถให้ความยินยอมด้วยตนเองได้)
  12. หลักฐานอื่นใดที่แสดงความเกี่ยวพันระหว่างผู้ร้องกับบุคคลผู้ที่จะร้องขอตั้งผู้ปกครอง
  13. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 6 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท 
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอรับบุตรบุญธรรม

  1. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของบุตรบุญธรรม
  2. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับบุตรบุญธรรม
  3. สูติบัตรของบุตรบุญธรรม
  4. ใบทะเบียนสมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม  (ถ้ามี)
  5. หนังสือให้ความยินยอมของบิดามารดา บุตร และคู่สมรส ของผู้รับบุตรบุญธรรม พร้อมทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชน  (กรณีชอบด้วยกฎหมาย)
  6. ใบมรณบัตรของบิดามารดาของบุตรบุญธรรม  (กรณีถึงแก่กรรม)
  7. ใบมรณบัตรของบิดามารดาของผู้รับบุตรบุญธรรม  (กรณีถึงแก่กรรม)
  8. หลักฐานใบแจ้งความกรณีบุตรบุญธรรมไม่มีหลักฐาน  (ถูกทอดทิ้ง  ผู้ร้องกับผู้เยาว์ไม่ผูกพันทางสายโลหิต)
  9. หลักฐานทางทะเบียนบ้านของบิดามารดาของบุตรบุญธรรม  คัดที่อยู่บิดามารดาผู้เยาว์จากเขต, ทะเบียนกลาง  (กรณีติดต่อกับบิดามารดาของบุตรบุญธรรมไม่ได้)
  10. กรณีติดต่อบิดาหรือมารดาของบุตรบุญธรรมได้เพียงคนใดคนหนึ่งต้องได้รับความยินยอมจากบิดาหรือมารดาของบุตรบุญธรรมที่ติดต่อได้
  11. ในกรณีที่บุตรบุญธรรมมีอายุ 15 ปีขึ้นไป  ต้องได้รับความยินยอมจากบุตรบุญธรรม
  12. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 6 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท 
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอรับรองบุตร

  1. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง
  2. ใบสูติบัตร  ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของบุตร
  3. แบบรับรองรายการะเบียนราษฎรของแม่เด็ก (แบบ ทร.14/1)  กรณีไม่สามารถติดตามตัวแม่เด็กมาให้ความยินยอมได้
  4. หนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย  (กรณีแม่เด็กเป็นคนต่างชาติ)  พร้อมแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องของเอกสารจากสถาบันที่รับแปล
  5. ในกรณีที่เด็กสามารถให้ความยินยอมได้  ให้พาเด็กมาให้ความยินยอม
  6. หนังสือให้ความยินยอมของแม่เด็ก พร้อมทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีถึงแก่ความตาย ใช้มรณบัตร)
  7. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 5 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทนายความผู้รับผิดชอบจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบ  (กรณีมารดามาให้ความยินยอม ค่าธรรมเนียมศาลเบื้องต้น  1,000  บาท)
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอทำนิติกรรมแทนคนไร้ความสามารถ

  1. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง, ของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของคนไร้ความสามารถ
  3. คำสั่งศาล  และหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดให้เป็นคนไร้ความสามารถ
  4. หนังสือยินยอมของทายาทผู้เกี่ยวข้อง  และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่จะทำนิติกรรม
  5. ถ้าจดทะเบียนสมรสต้องใช้ใบสมรส
  6. ถ้าเป็นบุตรต้องมีหลักฐานการเป็นบุตร
  7. หลักฐานทรัพย์สิน
  8. ราคาประเมินที่ดิน
  9. ขายต้องมีสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมหลักฐานจำนอง  หลักฐานการผ่อนชำระ
  10. ถ้าขายต้องมีหลักฐานของผู้ซื้อพร้อมบัตรประชาชน
  11. จำนองเพื่อประโยชน์ของคนไร้ความสามารถหรือไม่
  12. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 5 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทนายความผู้รับผิดชอบจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย

  1. สูติบัตร (กรณีไม่มีให้คัดแบบรับรองรายการคนเกิดได้ที่สำนักงานเขตทุกที่)  ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง และบุตรคนอื่นๆ
  2. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา, มารดา, บุตรคนอื่นๆ, คัดถ่ายแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรของบิดา, มารดาของผู้ตาย
  3. ใบมรณบัตร  ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย
  4. ทะเบียนสมรสของผู้ร้อง
  5. หนังสือให้ความยินยอมของบิดา/มารดา/บุตร/คู่สมรส ของผู้ตาย พร้อมทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน
  6. คัดข้อมูลทะเบียนครอบครัวของผู้ตาย (การสมรส,การหย่า,การรับรองบุตร,การรับบุตรบุญธรรม) ได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง
  7. หนังสือให้ความยินยอมของมารดาผู้ร้อง พร้อมทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน
    • กรณีติดต่อไม่ได้ คัดทร.14/1 ได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่ง
    • กรณีถึงแก่ความตาย ใช้มรณบัตร
  8. เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้อง  เช่น  บัตรประกันสังคม  ฯลฯ
  9. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 5 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทนายความผู้รับผิดชอบจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอฟ้องหย่า

  1. ทะเบียนสมรส
  2. ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง
  3. ทะเบียนบ้านของคู่กรณี (สามีหรือภริยา) (แบบ ทร.14/1)
  4. ใบสูติบัตรบุตร (ถ้ามี)
  5. ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของบุตร
  6. หลักฐานการเงินของคู่กรณี (สามีหรือภริยา) กรณีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรด้วย 
  7. เช่นใบรับรองเงินเดือน  ทะเบียนพาณิชย์  เป็นต้น
  8. หลักฐานสนับสนุนการกระทำของชายชู้หรือหญิงชู้  กรณีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชายชู้ หรือหญิงชู้  เช่น  ภาพถ่าย  การ์ดแต่งงาน  เป็นต้น
  9. ใบแจ้งความ หรือใบรับรองแพทย์  กรณีคู่สมรสถูกทำร้ายร่างกาย
  10. พยานบุคคลที่รู้เห็นเกี่ยวข้อง
  11. บัตรประชาชน  และทะเบียนบ้านพยาน
  12. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 5 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทนายความผู้รับผิดชอบจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องนำมายื่นขอเรียกบุตรคืน

  1. ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  2. สูติบัตร  ทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เยาว์
  3. หลักฐานแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรของบุคคลที่ถูกฟ้อง  (ทร.14/1)
  4. หลักฐานการแจ้งความของผู้ร้องเกี่ยวกับเรื่องนี้
  5. เอกสารการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุลของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี  (ถ้ามี)

หมายเหตุ:

  • เอกสารทุกประเภทต้องมีต้นฉบับใช้สำหรับวันไต่สวน โดยให้ผู้ร้องจัดทำสำเนาอย่างละ 5 ชุด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อส่งสำนักงานอัยการฯ
  • ค่าธรรมเนียมศาล  1,500  บาท หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทนายความผู้รับผิดชอบจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02 222 8121 ต่อ 102-105,113

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 2
สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารหลักเมือง ชั้น 1 ถ.หน้าหับเผย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์ 0 2222 8121 ต่อ 102 – 105 โทรสาร 0 2222 5033 E-mail : lawaid2@ago.go.th LineOfficial : @213qhfog